
10 มี.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช และนักวิเคราะห์การเมือง โพสต์เฟซบ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า หนุนรวมกระทรวงวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว ค้านปลดล็อควาระผู้บริหารท้องถิ่น
ในวงสัมมนาส.ส.ใหม่ของพรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยถึงการผลักดันกฎหมายหลายฉบับ หลักจากพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว ในจำนวนกฎหมายหลายฉบับ ที่พรรคภูมิใจไทยจะเร่งผลักดันให้สำเร็จโดยเร็ว ในห้วงเวลา6เดือน
ซึ่งมีกฎหมายฉบับหนึ่ง ที่ผมเห็นว่าควรสนับสนุน และผมเคยเสนอความเห็นนี้มาหลายครั้ง แต่ไม่มีฝ่ายใดตอบรับ นั่นก็คือ การออกกฏหมายเพื่อควบรวมกระทรวง ทบวง กรม คือ การรวมกระทรวงการท่องเที่ยวกับกระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพราะ2กระทรวงนี้ มีเนื้องานและมีลักษณะของโครงการ การทำงานที่ใกล้เคียงกัน การแบ่งออกเป็น2กระทรวง จะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในเรื่องงบประมาณ และทำให้การทำงานในเรื่องการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไม่เป็นเอกภาพ การมารวมกันเป็นกระทรวงเดียวกันจะเป็นผลดี
ส่วนการกีฬาที่เคยอยู่ในกระทรวงการท่องเที่ยว ก็สามารถแยกออกมาเป็นอีกกระทรวงหนึ่ง และถ้าหากเห็นว่ากระทรวงกีฬา มีหน่วยงานในกำกับจำนวนน้อย ก็สามารถโอนเพิ่มหน่วยงานในระดับกรม ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน เข้ามาอยู่ในกระทรวงได้ เพื่อให้เป็นกระทรวงการกีฬาและกิจการเยาวชน ซึ่งกฎหมายการควบรวมกระทรวง ทบวง กรม ที่พรรคภูมิใจไทยต้องการจะผลักดันให้สำเร็จช่วงเวลา6เดือน
ส่วนตัวสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง และเห็นว่าควรจะทำให้สำเร็จ ตั้งแต่ในยุคคสช. ซึ่งผมเคยเสนอว่า ให้ใช้ ม.44 ควบรวมกระทรวง ทบวง กรม จากกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา แบ่งออกเป็นกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว กับกระทรวงกีฬาและเยาวชน ซึ่งสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะในยุคคสช. มาตรา 44 มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่จำเป็นต้องไปออกกฏหมาย หรือร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่มีความสลับซับซ้อนและทำให้เสียเวลา
แต่เมื่อพรรคภูมิใจไทยมีแนวทางจะ จัดการกับกระทรวง โดยแยกเป็นกระทรวงท่องเที่ยวกับวัฒนธรรม และแยกกระทรวงกีฬาต่างหาก นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ที่พรรคภูมิใจไทยพยายามผลักดันมาก่อนหน้านี้ และได้ตกไปหลังจากยุบสภาแล้ว คือการปลดล็อคผู้บริหารท้องถิ่น ที่เป็นผู้บริหารได้ไม่เกิน2สมัย พรรคภูมิใจไทยกำลังจะเสนอปลดล็อคให้ผู้บริหารท้องถิ่น สามารถดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารท้องถิ่นได้โดยไม่จำกัดวาระ ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่เห็นด้วย และคัดค้านมาโดยตลอด เพราะการปลดล็อคให้ผู้บริหารท้องถิ่นอยู่ในวาระไม่จำกัด เป็นการสร้างอิทธิพลทางการเมือง และเป็นการผูกขาดอำนาจทางการเมืองท้องถิ่น เป็นการสืบทอดทายาททางการเมือง และเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้ในการวางเครือข่ายหัวคะแนน และการสะสมทุนเพื่อใช้ในการซื้อเสียง
จึงเห็นว่า โดยหลักสากลการเลือกตั้งผู้บริหารโดยตรง สามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน2วาระติดต่อกัน เพราะฉะนั้นหลักการนี้ควรดำรงอยู่ แต่พรรคภูมิใจไทยกำลังเอาใจผู้บริหารท้องถิ่น จึงเสนอแก้ไขกฎหมายให้เป็นการดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นโดยไม่จำกัดวาระ ซึ่งเห็นว่าขัดต่อหลักการการเลือกผู้บริหารโดยตรง ซึ่งผมไม่เห็นด้วยและจะแสดงจุดยืนคัดค้านเรื่องนี้ต่อไป
จึงอยากให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ได้ทบทวนเรื่องการปลดล็อควาระผู้บริหารท้องถิ่นอีกครั้งหนึ่ง แต่สนับสนุนผลักดันให้มีการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม กับกระทรวงการกีฬาให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้ว! กูรูการเมืองสอนบทเรียนอนุทิน
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง”
'เทพไท' ชี้เป่าคดีฮั้วส.ว. ช่วยตั้งครม.อนุทินฉลุย
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง เป่าคดีฮั้วส.ว. รองรับแต่งตั้ง ครม.ใหม่
ตกต่ำ! 'เทพไท' ซัดเลือกประธานสภาฯ ทำบัตรเสียถึง 5 ใบ สะท้อนความด้อยคุณภาพ สส.ชุดนี้
เทพไท นักวิเคราะห์การเมือง มองผลเลือกประธานสภาฯ สะท้อนเสียงเลือกนายกฯ
‘เทพไท’ วิเคราะห์ฉากทัศน์ถ้าเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะเกิดอะไรขึ้น
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง
'รบ.อนุทิน2' ลุยรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วธ. ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต
'ภท.' เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม แยก ก.กีฬา เพื่อให้ทำงานชัดเจน เร่งสางปัญหาปากท้อง ลดค่าครองชีพ ใช้ไฟต่ำกว่า 200 ยูนิต จ่ายหน่วยละ 3 บาท คลอดใน 3 เดือน ส่วนแก้รธน. ไม่รีบ
มีอะไรในก่อไผ่! 'เทพไท' ข้องใจ 'อนุทิน' ยกคำวินิจฉัยศาลรธน. ลอยแพ 'กธ.' ทั้งที่ยอมไม่มีชื่อ 'ธรรมนัส'
ถ้าถามว่า เหตุผลใดที่พรรคภูมิใจไทยตัดพรรคกล้าธรร ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องพิจารณาจากความเห็นของนายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

