
12 มี.ค.2569-รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธพร อิสระชัย นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลกว่า แม้พื้นที่ความขัดแย้งจะอยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก ประเทศไทยจึงหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ยาก อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้เตรียมกลไกและเครื่องมือรับมือสถานการณ์ลักษณะนี้ไว้แล้ว
ทั้งนี้ รัฐบาลยังสามารถใช้มาตรการหลายรูปแบบในการประคับประคองสถานการณ์ เช่น การใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ การปรับลดภาษีน้ำมัน การปรับสัดส่วนส่วนผสมน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนการขอความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการพลังงาน โดยหากทยอยนำมาตรการเหล่านี้ออกมาใช้ จะช่วยบรรเทาผลกระทบในช่วงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังคลี่คลาย
รศ.ดร.ยุทธพร ยังมองว่า รัฐบาลมีอำนาจและเครื่องมือทางกฎหมายเพียงพอในการออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อประคองสถานการณ์ และเชื่อว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางน่าจะคลี่คลายภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เนื่องจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาไม่ต้องการให้ความขัดแย้งยืดเยื้อจนเกิดความสูญเสียมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังหลังจากนี้คือภัยก่อการร้าย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ทำให้ทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงควบคู่กันไป
เมื่อถามถึงมาตรการของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน
รศ.ดร.ยุทธพร ระบุว่า มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ในขณะนี้มีส่วนช่วยให้ประชาชนยังสามารถดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงภาวะปกติที่สุด แม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติ โดยรัฐบาลกำลังใช้เครื่องมือทุกด้านในการประคองสถานการณ์อย่างเต็มที่
“เชื่อว่าราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถรับได้ และเมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย ราคาพลังงานก็จะปรับตัวดีขึ้นตามธรรมชาติ ดังนั้นประเด็นพลังงานจึงไม่น่าจะเป็นจุดตายของรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีเครื่องมือจำนวนมากในการบริหารสถานการณ์ และยังตัดสินใจดำเนินมาตรการอย่างรวดเร็ว ทั้งการตรึงราคาน้ำมันและมาตรการอื่น ๆ เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย” รศ.ดร.ยุทธพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ คอนเฟิร์มข่าวดี เห็นชอบต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2
นายกฯ เผยเห็นชอบหลักการต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ” แล้ว รอ ’เอกนิติ‘ แถลงความชัดเจน ย้ำไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ยุคข้าวยากหมากแพง
แคนดิเดตนายกฯ พรรคส้มเพิ่งตื่น! บอกเงินกู้ทำไทยช่วยไทยพลัสหวังผลการเมือง-เรียกคะแนนนิยม
'วีระยุทธ' ซัด 'รัฐบาล' ใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน อัดฉีด 'ไทยช่วยไทยพลัส' หวังผลการเมือง-เรียกคะแนนนิยม มากกว่าช่วยเหลือประชาชนแบบพุ่งเป้า ชี้กู้เงินมาแก้วิกฤตพลังงานควรเน้นที่เกษตร-ประมง-ขนส่ง
ยืดเวลา 'บัณฑิตพันธุ์ใหม่' ถึงปี 74 สร้างกำลังคนป้อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ครม. เห็นชอบขยาย "โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่" ถึงปี 2574 เร่งสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง 81,600 คน ป้อนอุตสาหกรรมอนาคต
รออีก 1 ปี! รัฐบาลลุยเชื่อมฐานข้อมูล ติดต่อราชการไม่ต้องถ่ายสำเนาเอกสาร 58 รายการ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าลดภาระประชาชนในการติดต่อราชการ โดยผลักดันแนวทาง “ไม่เรียกเอกสารจากประชาชน” สำหรับเอกสารสำคัญ 58 รายการ ผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ หรือ Government Data Exchange (GDX) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบและใช้ข้อมูลระหว่างกันแทนการขอสำเนาเอกสารจากประชาชน

