ภาคปชช.ยื่นนายกฯ ปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมัน ชี้อิง MOP ไม่ตรงต้นทุนจริง จัดหาน้ำมันรัฐต่อรัฐ

ภาคประชาชนยื่น นายกฯ ปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมัน ชี้อิง MOP ไม่ตรงต้นทุนจริง ดันตั้งทีมจัดหาน้ำมันรัฐต่อรัฐ เพื่อลดต้นทุนพลังงานของประเทศ หลีกเลี่ยงการจัดซื้อผ่านบริษัทนอมินี

25 มี.ค. 2569- กลุ่มขับเคลื่อนภาคประชาชน นำโดย นายพลภาขุน เศรษฐญาบดี ตัวแทนผู้ประสานงานคณะราษฎรไทยแห่งชาติ (ครช.) อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา(สว.)กลุ่ม 17 จ. นครปฐม ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียกร้องให้ใช้อำนาจเร่งด่วนในการ “ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ” พร้อมเสนอให้ตั้งทีมจัดหาน้ำมันในรูปแบบ “รัฐต่อรัฐ” เพื่อลดต้นทุนพลังงานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

สาระสำคัญในหนังสือ ระบุว่า ปัญหาน้ำมันแพงในประเทศไทยไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “โครงสร้างราคาที่บิดเบือนจากต้นทุนจริง” โดยเฉพาะการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตามตลาดสิงคโปร์ (MOP) ซึ่งเป็นราคาที่เปลี่ยนแปลงรายวัน แต่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่า น้ำมันที่จำหน่ายในประเทศเป็นน้ำมันที่นำเข้าหรือจัดซื้อไว้ล่วงหน้าประมาณ 90 วัน

กลุ่มผู้ร้องชี้ว่า กลไกดังกล่าวเปิดช่องให้เกิด “ส่วนต่างราคา” อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้โรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันสามารถทำกำไรหลายทอด ในขณะที่ประชาชนต้องเผชิญราคาขายปลีกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่สอดคล้องกับต้นทุนแท้จริง

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงสร้างภาษีและกองทุนน้ำมันที่สร้างภาระซ้ำซ้อน เช่น

- การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราสูงโดยไม่มีการปรับลดตามสถานการณ์วิกฤต
- การจัดเก็บภาษีในหลายชั้น รวมถึงการเก็บซ้ำในระดับท้องถิ่น
-การนำเงินกองทุนน้ำมันไปอุดหนุนเชื้อเพลิงบางประเภทในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมและขาดเหตุผลรองรับ

หนังสือยังระบุถึงความผิดปกติในระบบตลาดน้ำมัน เช่น การตั้งราคาจำหน่ายผ่าน “จ๊อบเบอร์” ที่สูงกว่าราคาหน้าปั๊มอย่างผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้รายใหญ่ต้องหันมาใช้บริการสถานีบริการน้ำมันทั่วไป และทำให้เกิดความปั่นป่วนในระบบการกระจายน้ำมัน

ข้อเสนอหลักที่ถูกเน้นย้ำ มีดังนี้:

1. ให้รัฐบาลใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ โดยเฉพาะมาตรา 3 เพื่อ “ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน” อย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดที่บิดเบือน. ระงับแก้ไขการส่งออกน้ำมันไปยังลาวและเมียนมาร์ในทันทีไม่ใช่ปล่อยเช่นนี้เป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

2. ทบทวนราคาหน้าโรงกลั่น และกำหนดค่าการกลั่นให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง เพื่อลดการได้ประโยชน์เกินควรในช่วงวิกฤต

3. ปรับลดภาษีสรรพสามิตและภาระทางภาษีอื่นเป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

4. ยุติการใช้กองทุนน้ำมันในลักษณะที่เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม และให้กลับมาเป็นเครื่องมือช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง

5. ปรับโครงสร้างราคาการจำหน่ายผ่านคลัง (จ๊อบเบอร์) ให้กลับเข้าสู่ระบบปกติและเป็นธรรม

และข้อเสนอสำคัญที่สุด คือ

“ให้จัดตั้งทีมจัดหาน้ำมันในระดับรัฐต่อรัฐ” เพื่อให้ประเทศไทยสามารถซื้อน้ำมันจากประเทศคู่มิตรในราคาที่ต่ำกว่าตลาด ผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐบาลโดยตรง แทนการพึ่งพาการนำเข้าผ่านกลไกเอกชนหรือบริษัทตัวกลาง ซึ่งอาจมีการบวกราคาและสร้างต้นทุนแฝง

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของการนำเข้าน้ำมัน และหลีกเลี่ยงการจัดซื้อผ่านบริษัทนอมินีในต่างประเทศที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางในการปกปิดต้นทุนหรือสร้างราคานำเข้าเทียม

กลุ่มผู้ร้องเห็นว่า ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานระดับโลกเช่นปัจจุบัน รัฐบาลจำเป็นต้องใช้อำนาจบริหารอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และปกป้องประชาชนจากภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ได้มีการตั้งกรอบเวลา 15 วัน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หากไม่มีความคืบหน้า จะมีการยื่นเรื่องต่อศาลและองค์กรอิสระเพื่อให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารต่อไป

“โครงสร้างราคาน้ำมันวันนี้ ไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่คือความเป็นธรรมของทั้งประเทศ” ตัวแทนกลุ่มกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. ไฟเขียวให้สกนช. กู้ 2 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมัน

ดีเอสไอ เรียกสอบ 8 บริษัทเรือขนส่งน้ำมัน พิรุธน้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร กลางทะเลสุราษฎร์

ดีเอสไอ-พลังงานอ่างทอง แกะรอยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 2 ถัง “บ.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง” ตรวจสอบปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง - ได้มาตรฐานน้ำมันตามกฎหมายหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ถูกตำรวจ ปคบ. อายัดไว้แล้ว 2 ถัง พ่วงดำเนินคดี 3 ข้อหา

'รสนา' ทวงสิทธิ์เงินค่าสำรองน้ำมัน 34,000 ล้านบาท เรียกร้องไม่อิงสิงคโปร์ ไม่ต้องชดเชย

นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กว่า

'เอกนัฏ' ยืนยันไม่เคยเกรงใจนายทุน จี้โรงกลั่นน้ำมันแบ่งเบาภาระประชาชน ไม่หากำไรเกินควร

"เอกนัฏ" ลั่นไม่เคยเกรงใจนายทุน เล็งเรียกโรงกลั่นเจรจาลดค่ากลั่นน้ำมัน เม.ย.อีกครั้ง พร้อมขอหั่นสรรพสามิตเป็นไพ่ใบสุดท้าย หวั่นกระทบรายได้ประเทศ ไม่มีเงินเยียวยา ปชช. ย้ำสถานการณ์ไม่แน่นอนใช้ความ