
12 เม.ย.2569-โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองศาสตราจารย์ ดร. อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความเห็นต่อผลสำรวจของ สถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) ว่า ไม่ได้เป็นเพียงการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในเชิงตัวเลขเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณทางการเมือง” ที่ชัดเจนต่อบทบาทของฝ่ายค้านในช่วงวิกฤตปัจจุบัน
รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากปัจจัยภายนอก ประชาชนไม่ได้คาดหวังการเมืองแบบเผชิญหน้าหรือการปะทะเชิงอำนาจ หากแต่ต้องการเห็นการเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ร่วมของประเทศมากกว่า โดยเฉพาะตัวเลข 43.3% ที่ต้องการให้ฝ่ายค้าน “ร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องที่จำเป็น และตรวจสอบควบคู่กันไป” ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการ “รูปแบบใหม่ของฝ่ายค้าน” ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
“ประชาชนไม่ได้ต้องการฝ่ายค้านที่อ่อนข้อ แต่ต้องการฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะทางการเมือง แยกแยะได้ว่าเรื่องใดควรร่วมมือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเรื่องใดต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง” รศ.ดร.โอฬารกล่าว
ขณะเดียวกัน ตัวเลขเพียง 22.4% ที่สนับสนุนให้ฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพียงด้านเดียว ยังสะท้อนว่า การเมืองแบบเผชิญหน้าอาจไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของสังคมในปัจจุบันอีกต่อไป
ในมิติภูมิภาค รศ.ดร. โอฬารชี้ว่า ประชาชนในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นฐานทางการเมืองต่างกัน กลับมีความเห็นสอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ คือ ต้องการลดความขัดแย้งทางการเมือง และให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นหลัก สะท้อนว่าในภาวะวิกฤต อุดมการณ์ทางการเมืองอาจถูกลดความสำคัญลง เมื่อเทียบกับ ความอยู่รอดในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนกว่า 76.1% สนับสนุนมาตรการลดค่าครองชีพระยะสั้น โดยเฉพาะด้านพลังงาน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายจำเป็น ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นเศรษฐกิจยังคงเป็นความกังวลเร่งด่วนของสังคม
รศ.ดร.โอฬารตั้งข้อสังเกตว่า ความท้าทายสำคัญของฝ่ายค้านในระยะนี้ คือการแปลงบทบาทการตรวจสอบไปสู่ ข้อเสนอเชิงนโยบายที่จับต้องได้ หากยังคงเน้นเพียงการวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียความเชื่อมั่นจากประชาชน
“ในสถานการณ์วิกฤต ประชาชนมักประเมินบทบาททางการเมืองจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าท่าทีหรือวาทกรรม” รศ.ดร. โอฬารกล่าว
ทั้งนี้ เมองว่า KPI Poll ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลดทอนบทบาทฝ่ายค้าน แต่เป็นการกำหนดเงื่อนไขใหม่ของการทำหน้าที่ในสังคมไทย กล่าวคือ ฝ่ายค้านยังคงมีความสำคัญในฐานะกลไกตรวจสอบ แต่ต้องปรับบทบาทให้เป็นทั้งผู้ตรวจสอบ และ ผู้เสนอทางออก ควบคู่กัน
“ท้ายที่สุด ความชอบธรรมของฝ่ายค้านจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการตรวจสอบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่า พรรคฝ่ายค้านมีส่วนช่วยให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นจริง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ มองธีม 'พอแล้วไม่ไหวแล้ว' แค่สีสันสภา
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ฝ่ายค้านชูธีม "พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว" เป็นเพียงสีสันทางการเมือง ในชั้นแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ฝ่ายค้านไม่อาจล้มรัฐบาลได้
สภาสาดน้ำลาย 32 ชม.ครึ่ง 9-10 เม.ย. แถลงนโยบายรัฐบาล 'โสภณ' ฝันสภายุคนี้ไม่มีประท้วง
"สภา" เคาะ ถกนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย.นี้ รวม 32.30 ชม. ฝ่ายค้านได้ไป 14.30 ชม. หวังให้ตรวจสอบเต็มที่ วันแรกเริ่ม 08.30 น. ลากยาวถึง ตี 2 ขณะที่ "โสภณ" บอก สภายุคนี้ไม่มีประท้วง
นักวิชาการ ชี้ วิกฤตพลังงานขยายวงกว้างทั่วโลก ขอสังคมไทยมีวุฒิภาวะทางการเมือง
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความเห็นต่อสถานการณ์วิกฤตโลกที่กำลังส่งผลกระทบใ
'อนุทิน' หยอดมุข! ตอนนี้มันหน้าผ้าป่า ไม่ใช่หน้ากฐิน หลังฝ่ายค้านจองอภิปรายแถลงนโยบาย
ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไม่ตอบคำถามกรณีผู้สื่อข่าวถามว่าในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่
'โอฬาร' ชี้ปม 'รัฐมนตรีลูกเทพ' ต้องมองบนหลักประชาธิปไตย เตือนอย่าใช้มาตรฐานสองชั้นตัดสินคนรุ่นใหม่
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่
'จูรี' อัดรัฐบาลสื่อสารข้อมูล 'วิกฤตน้ำมัน' ไม่ตรงไปตรงมา เหมือนอยู่คนละโลกกับชาวบ้าน
นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องออกไปตามหาน้ำมัน หรือการนำรถไปรอในช่วงเย็นเพื่อรอเติมน้ำมันในช่วงเช้า ซึ่งไม่มีอะไรการันตีว่าจะได้เติมน้ำมันหรือไม่

