กองทัพบก ตอกกลับ 'สส.ปชน.' ให้ข้อมูลเท็จ หลังวิจารณ์ ผบ.ทบ. ไม่ให้ความสำคัญแก้ไฟใต้

โฆษกกองทัพบก สวนกลับ "รอมฎอน" สส.พรรคประชาชน ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ตั้งข้อสังเกต ผบ.ทบ. ไม่ให้ความสำคัญแก้ปัญหาชายแดนใต้ ไม่มีชื่อร่วมคณะนายกฯลงพื้นที่วันนี้ ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่เป็นข้อเท็จจริง ยืนยัน ผบ.ทบ. ได้จัดคณะลงพื้น จชต. ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน รวมทั้งลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

17 เมษายน 2569 - จากกรณีนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า ไม่ปรากฏชื่อ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ในคณะที่เดินทางลงพื้นที่ชายแดนใต้ร่วมกับนายอนุทิน ทั้งที่ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ บทบาทและความเห็นของ ผบ.ทบ. น่าจะสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจทางการเมืองของรัฐบาลพลเรือน

ล่าสุด พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ออกมาให้ข้อมูลว่าไม่เห็น ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ จชต. ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ ผบ.ทบ./รอง ผอ.รมน. ว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการกล่าวถึงนั้น เมื่อวานนี้ (16 เม.ย.69) ผบ.ทบ./รอง ผอ.รมน. ได้ลงพื้นที่ จชต. พบปะกำลังพล พร้อมรับทราบปัญหาและข้อเสนอแนะจากหน่วยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาและกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์

โดยการร่วมคณะ นรม./ผอ.รมน. ในคราวนี้ท่านได้มอบหมายให้ เสธ.ทบ./เลขาธิการ กอ.รมน. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับคณะฯ เพื่อรับมอบนโยบายเพิ่มเติมจาก นรม./ผอ.รมน. และขับเคลื่อนการดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ดังกล่าวยังไม่ครบถ้วนและไม่เป็นข้อเท็จจริง เนื่องจาก สส. ผู้ให้ข้อมูลมิได้อยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในพื้นที่โดยตรง

ทั้งนี้ ผบ.ทบ. และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ได้เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยอย่างต่อเนื่องเกือบทุกสัปดาห์ ทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่สำคัญอื่น ๆ โดยมีการสลับภารกิจตามสถานการณ์ และในบางช่วงมีการลงพื้นที่มากกว่าหนึ่งจุด เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

โฆษกกองทัพบกกล่าวย้ำว่า กองทัพบกติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศ และขอความร่วมมือให้ใช้ข้อมูลจากแหล่งทางการเป็นหลัก รวมทั้งระมัดระวังการนำเสนอข้อมูลที่อาจไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเข้าใจของประชาชนโดยรวม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯอนุทิน ยืดอก ขอโทษประชาชนด้วย ปมคำพูดแม่ทัพภาค 4 สร้างความวิตกกังวล

นายกฯ ขอโทษประชาชน จากคำพูดแม่ทัพภาคที่ 4 พาดพิงโรงเรียนสอนศาสนา ยอมรับพูดไม่ครบถ้วน ขอร่วมเดินหน้าสร้างสันติสุข ส่วนคดี สส.กมลศักดิ์ ยัน ให้ความยุติธรรมอย่างแน่นอน

ปชน. โวยประธานสภาฯ เสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้านล่าช้า ทำประชาชนเสียประโยชน์

"ณัฐชา" โวย "โสภณ" พูดส่งๆ ประวิงเวลาเสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ปล่อยให้ล่าช้ากระทบต่อประโยชน์ของประชาชนโดยตรง ไม่ควรนำประเด็นคดี 44 สส. มาทำให้สาธารณะเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งที่เป็นหน้าที่โดยตรงของประธานสภา

'บิ๊กดุลย์' นำแม่ทัพภาค 4 แถลงขอโทษ หลังนายกฯไม่สบายใจ ปมพาดพิง รร.สอนศาสนา

"อดุลย์" ควง มทภ.4 ขอโทษประชาชน หลัง นายกฯ ไม่สบายใจ ปมกล่าวหาโรงเรียนปอเนาะเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย ยอมรับสื่อสารผิดพลาด ทำประชาชนเข้าใจผิด ยัน มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเดินหน้าทำความเข้าใจคนในพื้นที่

'สส.กมลศักดิ์' เผยสบายใจขึ้น หลังปิดห้องคุย 'อนุทิน-วันนอร์'

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ปิดห้องพูดคุยกับนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะมา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีร่วมด้วย ก่อนที่จะเดินทางไปที่บ้านศรียะลา เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน 

นายกฯ ชื่นชม ศอ.บต. เสียสละทำงานชายแดนใต้ รับเรื่อง รร.สอนศาสนา-สื่อถูกไอโอโจมตี

นายกฯ ชื่นชม “ขรก.-จนท.” ศอ.บต. เสียสละทำงานในสามจว.ชายแดนใต้ บอกถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งอยู่ไม่ได้ ขณะที่ สมาพันธ์ปอเนาะ - สื่อ ยื่นหนังสือถึงมือ หลังมีชนวนพิพาทกับ กับแม่ทัพภาคที่ 4 และถูกio เล่นงานเป็นนักข่าวโจร” และ โฆษก BRN

'ปกรณ์วุฒิ' อัด ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี 'ศักดิ์สยาม' ปูทางใครกลับมาเป็น รมต.

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า ต้องบอกอีกครั้ง ว่าผมเห็นด้วยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กรนั้น ผูกพันเฉพาะ "ผลคำวินิจฉัย" ส่วนคำอรรถาธิบายหลายสิบหน้าที่นำมาสู่ผลนั้น มิได้ผูกพันใดๆ