ดีเอสไอ เรียกสอบ 8 บริษัทเรือขนส่งน้ำมัน พิรุธน้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร กลางทะเลสุราษฎร์

ดีเอสไอ-พลังงานอ่างทอง แกะรอยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 2 ถัง “บ.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง” ตรวจสอบปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง - ได้มาตรฐานน้ำมันตามกฎหมายหรือไม่ พ่วงดำเนินคดี 3 ข้อหา "ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต - ปลอมปน - ประกอบธุรกิจจงใจทำให้ราคาสินค้าสูงเกินสมควร" พบมีถังน้ำมันรวม 5 ถัง โยงอาณาจักร "บ.ทริลเลี่ยนออยล์ ย่านพระราม 2" ของเสี่ยตือคอสโม่ เผย ออกหนังสือเรียกสอบปากคำ “8 บริษัทเรือ” โยงน้ำมัน 60 ล้านลิตรล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี เริ่มจันทร์ 20 เม.ย.นี้ 

18 เมษายน 2569 - จากกรณีเมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีมติเอกฉันท์รับกรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อนหรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.69 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบเป็นคดีพิเศษ

โดยเฉพาะเรื่องการลักลอบกักตุนน้ำมัน การประวิงเวลา การขนส่งน้ำมัน การกักตุนน้ำมัน การปฏิเสธจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ขณะที่ยังคงประสานข้อมูลรายละเอียดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อประมวลเนื้อหาว่ามีพฤติการณ์ทางคดีใดบ้างเข้าข่าย ตามประกาศกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่อง มติคณะกรรมการคดีพิเศษให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อน หรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชน หรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2569 รายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.69 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และศูนย์ปฏิบัติการภาค 1 ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน พลังงานจังหวัดอ่างทอง พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เป็นต้น ร่วมกันเข้าตรวจสอบ บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดอ่างทอง เนื่องด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้ส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ จึงต้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และเรียกขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน

โดยเฉพาะกรณีปรากฏข้อมูลว่าภายในพื้นที่บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง แห่งนี้ซึ่งถูกตำรวจ ปคบ. ดำเนินคดี ปรากฏมีที่อยู่ของคลังน้ำมันไปซ้ำกันกับของ บริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำฯ แห่งนี้ก็เป็นที่อยู่ของบริษัทของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือที่รู้จักกันในวงการว่า “เสี่ยตือ คอสโม่”

โดยวานนี้ (17 เม.ย.69) เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบถังน้ำมันภายในบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง พบว่ามีถังน้ำมันทั้งสิ้น 5 ถัง แบ่งเป็น ถังน้ำมัน 2 ถังที่ตำรวจ ปคบ.ได้อายัดไปตรวจสอบเนื่องจากพบการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง, ถังน้ำมัน 2 ถังใหม่ที่เจอเพิ่มเติม และอีก 1 ถังน้ำมันเป็นถัง Dead Stock

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำมันไปจากถังน้ำมัน 2 ถังใหม่ที่เจอเพิ่มเติม เพื่อนำตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติของน้ำมันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือมีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่

รายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันในถังของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง มีการพบว่ามีน้ำมันดีเซล B7 จำนวน 190,000 ลิตร และแก๊สโซฮอลล์ 91 จำนวน 64,000 ลิตร อย่างไรก็ดี หากผลการตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำมันโดยพลังงานจังหวัดอ่างทองมีผลยืนยันเป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ก็จะได้มีการพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

“บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ถือว่ามีถังเก็บน้ำมันจริง จึงต้องไปขยายผลดูด้วยว่าบริษัทฯ มีการรับหรือส่งน้ำมันระหว่างกันกับบริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำฯ หรือไม่ เพื่อจะได้พิจารณาบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากการกระทำความผิดเรื่องการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากทั้งสองแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง แม้กรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นจะเป็นคนละกลุ่มกันก็ตาม

โดยบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ถือเป็นบริษัทสาขา ขณะที่บริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำฯ เป็นสำนักงานใหญ่ หลังจากนี้จะได้พิจารณาเนื้อหาข้อมูลและพฤติการณ์ทางคดี เพื่อรับโอนสำนวนการสอบสวนจากตำรวจ ปคบ. สำหรับนำเสนอเป็นคดีพิเศษอีกหนึ่งคดี“ รายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุ.

รายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ส่วนกรณีที่ รศ.พล.ต.อ.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะ ผอ.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ไปตรวจพบคลังน้ำมัน จำนวน 5 คลัง ที่มีพฤติการณ์ผิดปกติ แบ่งเป็น ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวน 3 แห่ง และบริษัทคลังน้ำมัน ตามมาตรา 10 จำนวน 2 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำมันจำนวนมาก แต่ไม่มีการจ่ายน้ำมันออกไปนั้น ยังคงอยู่ในการดำเนินการของตำรวจ

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า จากกรณีคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) ได้มีมติรับคดีเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันไว้เป็นคดีพิเศษที่ 59/2569 โดยเฉพาะกรณีคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด) เนื่องจากพบความผิดปกติของการจำหน่ายน้ำมันออกจากคลัง โดยในเดือน ก.พ.69 คลังมีการจำหน่ายน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร แต่ในเดือน มี.ค.69 คลังกลับจ่ายน้ำมันเพียง 400,000 ลิตร ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งเมื่อวันที่ 17 เม.ย.69 ที่ผ่านมา

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าพบกับผู้บริหารกรมธุรกิจพลังงานเพื่อขอข้อมูล จากนั้นในวันจันทร์ที่ 20 เม.ย.69 ตนจะเดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าพบและหารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในประเด็นที่พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีเคยร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับบริษัทคลังน้ำมัน (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด) ไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อเตรียมรับโอนสำนวนจากตำรวจสุราษฎร์ธานีมายังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไป

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องสืบสวนที่ 43/2569 ซึ่งดีเอสไอได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมธุรกิจพลังงาน และหน่วยงานภาคีเกี่ยวข้อง เนื่องจากพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ จำนวน 20 เที่ยวเรือ ด้วยเรือ 12 ลำ (จาก 8 บริษัท) ที่แล่นเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร

โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติออกหนังสือเรียกเชิญกรรมการบริษัทเรือขนส่งน้ำมัน จำนวน 8 บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ มาสอบปากคำในฐานะพยาน พร้อมให้เวลารวบรวมเอกสารหลักฐาน คาดเริ่มต้นสอบสวนปากคำตั้งแต่วันจันทร์ที่ 20 เม.ย.69 ที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งประเด็นที่จะใช้ในการสอบถาม อาทิ การประกอบธุรกิจของบริษัทเป็นมาอย่างไร มีใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไรบ้าง มีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไร เป็นต้น

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการจัดทำหนังสือแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเสนอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้มีหน่วยงานภาคีเกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน กรมการค้าภายใน กรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า ศรชล. ฯลฯ มาร่วมเป็นพนักงานสอบสวน และใช้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติงานสอบสวนคดีกักตุนน้ำมันร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวอยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรีลงนามตามขั้นตอนต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภาวุธ' ขอเลื่อนหมายเรียก 'ดีเอสไอ' สอบคดี Forex แจงติดภารกิจอื่น

"ป้อม ภาวุธ" ส่ง ทนายยื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาดีเอสไอครั้งที่ 1 คดี Forex ให้เหตุผลติดภารกิจอื่น ทั้งยังเป็นการได้รับหมายเรียกกระชั้นชิด ยืนยัน มีหลักฐานเส้นทางการเงินย้อนหลัง - การทำธุรกรรมเทรดทองคำกับบริษัท QRS

ดีเอสไอ ยื่นขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน 2 ชาวลาว ลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติพัวพันคดีแอร์สาว

ดีเอสไอ เตรียมรวบรวมหลักฐานสำคัญยื่นอัยการสูงสุด ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน "สองพ่อลูกชาวลาว" คดีสั่งการขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้ริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทย ลอบส่งพัสดุซุกเฮโรอีนจากลาว เตรียมส่งปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน หลังเร่งสอบปากคำพยานสำคัญ-ขยายผล

'มัลลิกา' นอนคุก ศาลไม่ให้ประกัน คดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำตัว น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหาร ผู้บริหารและกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (บริษัทผู้ดำเนินการ QRS Global ในไทย) ผู้ต้องหาในคดีหลอกลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ ฟอเร็กซ์ มาฝากขังยังศาลอาญา

ศาลไม่ให้ประกัน 'โค้ชเจมส์' นอนคุก! เปิดพฤติการณ์คดีซื้อขายเงิน Forex

ภายหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษนำตัว นายธีรพงษ์ หรือ โค้ชเจมส์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4028/2569 ลงวันที่ 13 ก.ค.69 คดีหลอกลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ Forex ไปฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา ในความผิดฐาน

ฝากขัง 'โค้ชเจมส์' คดีซื้อขายเงิน Forex เจ้าตัวยิ้มตอบสื่อ ไม่ได้หลอกลงทุนแต่สอนให้ฟรี

ดีเอสไอ คุมตัว “โค้ชเจมส์” เจ้าพ่อ ALL IN คดี Forex ฝากขังศาลอาญา เจ้าตัวเผยเส้นเงินที่ดีเอสไอสืบสวนเจอโยงกับบริษัท HFM และอีเทอร์เวลธ์ เป็นเงินที่นำไปฝากและลงทุนเทรดเท่านั้น

ทนาย 'โค้ชเจมส์' โวย 'ดีเอสไอ' ชิงออกหมายจับคดี Forex ทั้งที่นัดชี้แจง 24 ก.ค. ไม่ได้หลบหนี

ทนาย “โค้ชเจมส์” ร้องขอความเป็นธรรม หลังดีเอสไอชิงออกหมายจับคดี Forex ทั้งที่นัดเข้าชี้แจง 24 ก.ค. ยันลูกความบินกลับจากดูไบหลังรู้ข่าว ไม่ได้หนี-ประสานมอบตัวคาสนามบิน พร้อมสู้คดีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หวั่นซ้ำรอย “ดีเจแมน-ใบเตย” ยกฟ้องแต่ต้องติดคุกฟรีนับปี