23 เมษายน 2569 - เฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ เพจที่นำเสนอข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์และพิกัดแผนที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า เรื่องราวความเป็นไปเป็นมาของพื้นที่รูปตัว U ที่ล่าสุดธงชาติไทยถูกทหารเขมรปลดแล้วลักเอาไปไหนก็ไม่ทราบ
ในอดีตเขมรเคยขุดตัดแผ่นดินไทยให้น้ำในลำห้วยไพลินไหลผ่านกลางพื้นที่นี้ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นพื้นที่ของเขมรไปชั่วระยะหนึ่ง
โดยบริเวณนี้จะอยู่ในพื้นที่ของจันทบุรี ทางใต้ของด่านบ้านผักกาด เส้นเขตแดนช่วงนี้จะถูกตัดจากเนิน 574 ลงมาตามร่องเขามายังหลักเขตแดนที่ 68 ที่อยู่บริเวณที่มีห้วยไพลินไหลผ่าน(ห้วยน้ำนี้ไหลผ่านไปเมืองไพลิน ของ กพช.)
ห้วยน้ำนี้ถูกใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดน จนไปถึงเนิน 918 ซึ่งไกลออกไปมากครับ ฝ่าย กพช. มีการขุดร่องน้ำใหม่ตัดเข้าตรงกลางพื้นที่รูปตัวU ทำให้น้ำไหลผ่านร่องที่ขุดขึ้นใหม่
ส่วนโค้งน้ำเดิมนั้น น้ำก็ไหลผ่านลดลงมากน้ำตื้นเขิน หลังจากนั้นบริเวณในลำห้วยเดิมที่น้ำแห้งลง กพช. ยังเคยมีการตัดถนนข้ามห้วยเพื่อเข้ามาในพื้นที่รูปตัว U ด้วย
ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ เพื่อให้ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน หลังจากเกิดความตึงเครียดขึ้นในปีที่แล้ว ทางภาคประชาชนร่วมกับทหารในการทำถนนเข้าสู่พื้นที่เพื่อทวงคืนดินแดน
ในภาพที่ 2 มีการตัดถนนจากทางใต้ของด่านบ้านผักกาด เลาะแนวชาย ผ่านป่า ลำห้วยใหญ่น้อย ไปยังบริเวณพื้นที่รูปตัว U ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตรจนแล้วเสร็จ
มีการวางหินถมดินกั้นพื้นที่ที่เขมรเคยมาขุด แล้วก็ปรับสภาพให้น้ำไหลผ่านแนวเดิมของห้วยไพลิน บริเวณที่ถมและปรับพื้นที่มีการสร้างเสาธงชาติขึ้น และเพื่อเป็นการบ่งบอกว่านี่คือดินแดนไทย ยังมีการเชิญชวนประชาชนบางส่วนให้ร่วมร้องเพลงชาติและชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา เป็นภาพที่คนไทยชื่นชม
ยังไม่พอนะครับจริงๆแล้วถนนเส้นนี้ยังทำต่อเลาะตามตามฝั่งตะวันตกของลำห้วยไพลินไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จนถึงบริเวณที่เรียกว่าห้วยตะแบง (เข้าใจว่าเส้นนี้ตัดเพื่อการตรวจตราลาดตระเวนป้องกันเขมรรุกล้ำ) รวมระยะทางทั้งหมดก็ประมาณ 30 กิโลเมตร
พื้นที่รูปตัว U กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งเนื่องจากธงชาติไทยบนเสาได้หายไป ทุกคนเข้าใจว่าทหารเขมรเป็นคนเอาไป เมื่อทหารเรือไทยถามไปที่ฝ่ายเขมร เขมรก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง
ความโกรธแค้นของคนไทยต่อเขมรก็มีไม่น้อย แต่ที่ไม่แพ้กันคือคำถามที่ว่า แล้วกองทัพเรือ นาวิกโยธิน ทำอะไร?
สำหรับคนอื่นที่มองต่าง อาจจะมองธงชาติอาจจะเป็นผืนผ้าที่หายไป แล้วเอาไปใส่ใหม่ได้ ก็คิดได้นะครับ แต่สำหรับคนไทยหลายๆคนรวมถึงผมด้วย ธงชาติคือสิ่งที่เราเชิดชูครับ ไม่ใช่ถูกศัตรูเข้ามาหยาม ปลดเอาธงที่อยู่บนยอดเสาแล้วหายไปโดยที่ทหารไม่รู้เรื่อง
หากคิดอีกมุมหนึ่งนะ ขนาดธงที่อยู่บนยอดเสายังไม่มีปัญญาดูแลรักษา แล้วประสาอะไรกับการที่จะดูแลผืนแผ่นดินครับ? งบประมาณทางทหารที่ได้ไปนั้น มันคุ้มค่ากับภาษีที่ประชาชนต้องเสียไปหรือไม่?
นี่ยังไม่นับรวมแรงงานที่หลบหนีเข้ามา ไหนจะของเถื่อนหนีภาษี จะไปมีปัญญาจับปราบปรามจับกุมได้อย่างไรจริงไหมครับ
บางทีผมก็อดคิดในแง่ลบไม่ได้นะครับว่า หลายๆปีที่ผ่านมาที่เขมรมันเข้ามารุกดินแดนไทยไปตรงนั้นตรงนี้ แล้วพอคนไทยมารู้ทีหลังมันกลับกลายเป็นจำนวนมากมายหลายจุดมาก ก็คงเพราะคนที่ดูแลปล่อยปละละเลยแบบนี้หรือเปล่า คนเขาก็คิดเลยเถิดไปว่าพวกขุนศึกชายแดนมีผลประโยชน์กับเขมรเลยทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
ที่สำคัญคือคนในพื้นที่รู้ดีครับ ออกมาบอกออกมาพูดให้ฟังเยอะมาก คนจันทบุรีหลายคนอึดอัดแต่ทำอะไรไม่ได้ อิทธิพลมืดในพื้นที่มีจริง
ขนาดถนนและธงชาติพึ่งตั้งได้ไม่กี่เดือน ก็ยังถูกทหารเขมรเข้ามาลักธงไป
ผมไม่แปลกใจที่อดีตเราเสียบ้านสามหลัง ทมอดา พื้นที่บ้านชำรากไปให้เขมร (บ้านชำรากคนไทยหลายคนยังไม่ทราบว่า ทร.ไม่ได้ยึดเอาคืนกลับมานะครับ ซึ่งทร.ก็ไม่ออกมาพูดอะไร พยายามชูเรื่องทมอดา กับบ้านสามหลัง ให้โดดเด่นเพื่อกลบเรื่องชำรากหรือไม่ก็ไม่ทราบ)
แล้วที่คุยนักคุยหนาว่าชายแดนจันทบุรีไม่มีปัญหาอยู่กันอย่างสงบ ผมว่าเป็นเรื่องโม้ของพวกนายทุนขุนศึก ซึ่งไม่อยากให้คนไทยกดดันมาก มันจะให้มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของพวกเขาแหละครับ
หากคิดว่าไปตั้งเสาธงแล้วจะไม่มีใครดูแลเลย ก็อย่าไปตั้งเหอะครับ เสียศักดิ์ศรี เสีบหน้า โดนเขมรเอาเท้ามาลูบหน้า เอานิ้วเท้ามาแหย่จมูก แล้วเอานิ้วชี้และนิ้วโป้งเท้าของทหารเขมร ดึงขนจมูกให้ฝ่ายไทยครับ
เขมรลักลวดหนามว่าแย่แล้ว เคสที่บึงตะกวนที่ทหารเขมรมาปลดธงไทยไป อันนั้นคนไทยรับได้เพราะมันอยู่ระหว่างการรบมีรุกมีถอย ผลัดกันไปมา
แต่นี่ในยามสงบศึก ธงชาติไทยที่จันทบุรีถูกเขมรมาขโมยไป เจ้าของพื้นที่ไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ไหนแล้วละครับ
ไปถามทหารเหล่าอื่นเขาคงหมดคำพูดเหมือนกัน ประชาชนบางคนก็ถามเปรียบเทียบถึงเหตุการณ์ธงหายกับการฝึกลูกเสือเนตรนารี โดยลูกเสือต้องเฝ้าธงห้ามธงหาย แต่เมื่อมามองดูธงชาติที่ชายแดนจันทบุรีที่หายไป คนไทยก็มีสิ่งที่อยากบอกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากมายจริงๆครับ
ดีนะครับที่ทหารเขมรยังปราณีไม่มานั่งขี้ใส่ฐานเสาธงชาติไว้ให้ดูต่างหน้า ให้ฝ่ายไทยเก็บกวาดทำความสะอาดให้
วันนี้ธงหาย วันหน้า นอนๆอยู่ระวังกางเกงในที่ตากไว้หายนะครับ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทภ.2 พิสูจน์ชัด 'ลุงโยชน์' หลงข้ามแดนเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (18 พ.ค.) เวลา 12.00 น. กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 (
มทภ.1 ลุยชายแดนสระแก้ว ตรวจซ้อมรบ ยืนยันความพร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติ
พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1/ผบ.ศปก.ทภ.1 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ตรวจสภาพความพร้อมรบ การฝึกและตรวจสอบเป็นหน่วยกองพัน ประจำปี 2569 ของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ณ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ โดย แม่ทัพภาคที่ 1/ผบ.ศปก.ทภ.1 รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการฝึกในภาพรวม ซึ่งดำเนินการฝึกในห้วงวันที่ 18-24 พ.ค.69 ณ พื้นที่ฝึก อ.เมือง และ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
วุฒิสภา ชงรัฐบาลฉีก MOU 43 'สว.เสียงข้างน้อย' หวั่นยกเลิกทำไทยเสียเปรียบกัมพูชา
ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารายงานศึกษาเรื่องข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี นายนพดล อินนา สว. เป็นประธานกมธ.ฯพิจารณาแล้วเสร็จ
เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’
“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”
นายกฯ มองเป็นนิมิตหมายดี กัมพูชาปล่อยตัว 'ลุงโยชน์' อย่าตีความไทยจะยอมทุกอย่าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ทางกัมพูชาได้ส่งตัวนายโยชน์ สายน้อย กลับประเทศไทยจะถือเป็นความร่วมมือ และสัญญาณในเชิงบวกหรือไม่ว่า ถือว่าแยกแยะได้
ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

