
3 พฤษภาคม 2569 – นายภาณุรัช ดำรงไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและนวัตกรรม โพสต์ข้อความระบุว่า เจาะลึกระดับโครงสร้าง: “ค่าไฟขั้นบันได” รัฐมีเจตนาอะไร? แล้วทำไมการเชียร์ให้ “ติดโซลาร์ทุกบ้าน” อาจไม่ใช่จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของการแก้ปัญหาพลังงานไทย!
ช่วงนี้ประเด็นที่ร้อนแรงพอๆ กับอุณหภูมิประเทศไทย คงหนีไม่พ้นข่าวที่รัฐบาลมีแนวคิดจะปรับโครงสร้างราคาไฟฟ้าภาคประชาชนเป็น “แบบขั้นบันได” (ใครใช้เยอะ จ่ายเรทแพงขึ้น) หลายคนอาจจะเริ่มตั้งคำถามและมีข้อกังวล แต่วันนี้ผมขอถอดหมวกผู้ใช้ไฟธรรมดา แล้วสวมหมวกคนทำงานด้านยุทธศาสตร์พลังงาน เอาข้อมูลเชิงลึกมาคลี่ให้ดูกันชัดๆ ครับ ว่าเบื้องหลังกลไกนี้คืออะไร ต้นทุนที่แท้จริงมาจากไหน และทางออกระดับประเทศที่คุ้มค่าที่สุดควรไปทางไหน? มาไล่เรียงกันทีละประเด็นครับ
รัฐไม่ได้แกล้งหาเรื่องเก็บเงินเพิ่ม แต่กลไกไฟฟ้าคือ “ยิ่งพีค ยิ่งแพง”
ก่อนอื่นต้องอธิบายด้วยความเป็นธรรมและมองในมุมของการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Management) ครับ เจตนาของการทำค่าไฟขั้นบันได ไม่ใช่เพื่อการสูบเลือดสูบเนื้อประชาชน แต่ในทางวิศวกรรมพลังงาน เรามีหลักการที่เรียกว่า Merit Order เมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นพร้อมๆ กัน (Peak Demand) โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ระบบไม่สามารถรอไฟจากโรงไฟฟ้าฐานที่ต้นทุนถูกได้ รัฐจำเป็นต้องไปสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิง “ต้นทุนแพงที่สุด” (Peaking Plant) เพื่อปั่นไฟมาเติมในระบบให้ทันใช้ ดังนั้น แนวคิดที่ว่า “ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่สูงมาก (เกินเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป) ควรเป็นผู้รับภาระต้นทุนส่วนเพิ่มนี้” จึงเป็นเรื่องที่สะท้อนต้นทุนตามความเป็นจริง (Marginal Cost) เพื่อเป็นกุศโลบายในการกระตุ้นให้เกิดการประหยัดและบริหารจัดการพลังงานครับ
“ เพียงแต่ ! บ้านคนที่ใช้ไฟฟ้าเยอะ อาจไม่จำเป็นเสมอไป ที่จะเหมาะกับการติด Solar โดยไม่มี แบตเตอรี่ แล้วลดได้มาก จริง “
ชำแหละต้นทุน LCOE: ต้นตอค่าไฟแพงคือ “LNG นำเข้า” และทำไมต้องเป็น Solar?
หากเรามาดูโครงสร้างต้นทุน (ซึ่งเป็นการประมาณการและวิเคราะห์จากข้อมูลสาธารณะต่างๆ ทั้งจากหน่วยงานรัฐและแนวโน้มตลาดโลก) เราจะเห็น “ตัวการ” ชัดเจนครับ! ต้นทุนก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ราคายังพอรับได้อยู่ที่ราวๆ 2.7 บาท/หน่วย แต่วิกฤตมันอยู่ที่ก๊าซในอ่าวไทยมีปริมาณจำกัด ทำให้เราต้องพึ่งพา “ก๊าซธรรมชาติเหลวนำเข้า (LNG)” ที่ราคาพุ่งไปถึงระดับ 5.6 บาท/หน่วย! (แถมยังต้องเจอกับค่าความผันผวนและค่าผ่านท่ออีก)
ยิ่งในปัจจุบัน สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) มีความตึงเครียดสูงมาก ราคา Spot LNG ในตลาดโลกมีความอ่อนไหวและพร้อมจะดีดตัวแพงขึ้นได้ทุกเมื่อ การเอาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไปแขวนไว้กับ LNG นำเข้าจึงเป็นความเสี่ยงระดับชาติ ทางออกที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า (LCOE) ถูกที่สุด แข่งขันได้ดีที่สุด และควรนำมาอุดรอยรั่วนี้อย่างเร่งด่วนคือ “พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar)” ครับ
“โซลาร์บ้านเรือน” เป็นสิ่งที่ดีมาก… แต่อาจเจอความท้าทายเรื่อง “พฤติกรรมการใช้ไฟ”พอพูดถึงโซลาร์ หลายคนมักจะบอกว่า “รัฐก็อุดหนุนให้ติดทุกบ้านไปเลยสิ!” ซึ่งเป็นแนวคิดที่น่าสนับสนุนครับ
แต่ถ้าเรากาง Profile พฤติกรรมการใช้ไฟของภาคครัวเรือนดู (ดูกราฟขวาล่างประกอบ) เราจะเจอความท้าทายที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์ Duck Curve”
ธรรมชาติของบ้านเรือน คือใช้ไฟพีคสุดตอน “หัวค่ำ-ดึก” (คนเลิกงาน กลับบ้าน เปิดแอร์ ดูทีวี ชาร์จรถ EV) ซึ่งเป็นเวลาที่… “พระอาทิตย์ตกไปแล้ว!” แปลว่าตอนที่โซลาร์ผลิตไฟได้ประสิทธิภาพสูงสุด (เที่ยงวัน) บ้านเราดันไม่มีคนอยู่ใช้ไฟ หากจะให้ระบบนี้สมบูรณ์แบบ บ้านเรือนต้องพึ่งพาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System – BESS) ซึ่งแม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปรวดเร็ว แต่ปัจจุบันต้นทุนการลงทุนแบตเตอรี่ยังถือว่ามีราคาค่อนข้างสูง การจะผลักดันให้เกิดในวงกว้างระดับประชาชนทั่วไปอาจจะยังต้องรอเวลาอีกนิดให้จุดคุ้มทุน (ROI) แคบลงกว่านี้ครับ
พระเอกตัวจริงที่จะช่วยดึงค่าไฟทั้งประเทศลงได้คือ “ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดใหญ่”
กลุ่มที่เหมาะสมอย่างยิ่งยวด และเปรียบเสมือน “จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ” ของประเทศในการแก้ไขปัญหานี้คือ อุตสาหกรรม ธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ ครับ!
ลองดูตัวเลขเหล่านี้:
สัดส่วนการใช้มหาศาล: ดูกราฟแท่งซ้ายสุด ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม คือกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าสูงถึง 52.9% ของทั้งประเทศ (109,627 GWh) กินสัดส่วนมากกว่าภาคประชาชนไปไกลมาก
พฤติกรรมการใช้ไฟที่ “Perfect Match”: ดูกราฟขวาบน กลุ่มนี้คือกลุ่มที่เปิดโรงงาน เดินเครื่องจักร เปิดห้างสรรพสินค้า และมีการใช้ไฟพีคสุดในช่วง “กลางวัน” ซึ่งมัน “แมตช์พอดีเป๊ะ” กับช่วงเวลาที่แดดแรงและโซลาร์ผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด! พวกเขาสามารถผลิตปุ๊บ ใช้ปั๊บ (Self-consumption) ได้ทันทีโดยแทบไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ราคาแพงเลย
บทสรุปและมุมมองเชิงนโยบาย:
การทำค่าไฟขั้นบันไดภาคประชาชน เป็นมาตรการลด Demand การใช้ไฟที่ดีและสมเหตุสมผลในเชิงวิศวกรรมครับ แต่หากประเทศต้องการแก้ปัญหา “โครงสร้างค่าไฟแพง” แบบยั่งยืนและตรงจุดที่สุด…
ภาครัฐควรเทน้ำหนักไปที่การ “ปลดล็อกกฎระเบียบ และให้มาตรการจูงใจ (Incentives) ขั้นสุด” เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ หันมาติดตั้ง Solar อย่างเต็มรูปแบบครับ เพราะหากกลุ่มธุรกิจที่กินไฟกว่าครึ่งประเทศ สามารถดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้แทนได้ในช่วงกลางวัน เราจะสามารถลดการนำเข้า LNG ราคาแพงหูฉี่ลงไปได้มหาศาล ซึ่งผลลัพธ์สุดท้าย มันจะสะท้อนกลับมาทำให้ภาพรวมต้นทุนค่าไฟฟ้าของ “ทั้งประเทศ” และของประชาชนทุกคน ถูกลงตามไปด้วยนั่นเองครับ!
ใครอ่านจบแล้วเห็นด้วยกับแนวทางนี้ ฝาก แชร์ โพสต์นี้ออกไปให้กว้างที่สุดครับ! เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกและหลักการทำงานที่ถูกต้องนี้ ไปถึงผู้กำหนดนโยบาย ให้การแก้ปัญหาพลังงานของชาติ เดินถูกทาง ตรงจุด และเกิดประโยชน์สูงสุดกับคนไทยทุกคนครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานวิเคราะห์สาเหตุทำไม UAE สะบัดบ๊อบใส่ OPEC
นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่
'เอกนัฎ' แจงจ่ายค่าไฟขั้นบันได 200 หน่วยแรก 3 บาท 23 ล้านครัวเรือน เกิน 400 หน่วยจ่ายสูงขึ้นเฉพาะส่วนเกิน
ที่ทำเนียบ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่สำหรับครัวเรือน ว่า รัฐบาลพยาย
วิกฤตครั้งใหญ่มาถึงแล้ว 'ผู้เชี่ยวชาญพลังงาน' สรุปคำเตือนจาก ผอ.IEA ที่คนไทยต้องตื่นตัว
นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการขุดเจาะระดับโลก โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า
ลุ้นเหนื่อย! ไทยจะมีดีเซลไม่พอใช้ในอีก 2 เดือน
นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการขุดเจาะระดับโลก โพสต์เฟซบุ๊ก "Panurach Dumrongthai”
กฟภ. ลุยให้บริการติดโซลาร์รูฟ ราคาสตาร์ท 150,000 - 840,000 แสนบาท
กฟภ. เปิดตัว PEA SOLAR บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป พร้อมให้บริการแบบครบวงจร วางแผงแล้วทั่วประเทศ

