'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' อโหสิให้ สส.ส้มแล้วแต่ 'รมช.มหาดไทย' ยังติดใจรอดูท่าทีต้นสังกัด

'ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยื่นหนังสือ 'รมช.มหาดไทย-วิปรัฐบาล' แสดงจุดยืน และตอบรับคำขอโทษ 'สส.ภัณฑิล' หลังอภิปรายพาดพิง ด้าน 'มท.2' ลั่นรับไม่ได้ รอดูบทลงโทษจากต้นสังกัด คืนศักดิ์ศรีให้ 'ราชสีห์'

06 พ.ค.2569 - ที่รัฐสภา ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นำโดยนายยงยศ แก้วเขียว ประธานชมรมฯ นำตัวแทนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เข้ายื่นหนังสือต่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมไปถึงรัฐมนตรี และ สส. จากพรรคภูมิใจไทย เพื่อแสดงจุดยืนของชมรมฯ หลังถูกนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงว่า กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ค้ายาเสพติด

โดยนายยงยศ กล่าวว่า ขณะนี้ที่ จ.นครศรีธรรมราช มีการประชุมประจำเดือนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ และนายอำเภอได้สั่งปิดห้อง เพื่อตรวจปัสสาวะหาสารยาเสพติด ซึ่งหลายอำเภอกำลังดำเนินการ เพราะเราถูกพาดพิงว่า เป็นผู้เสพยาเสพติด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ของตน ที่ถูกนายอำเภอปิดห้องตรวจสอบยาเสพติด ซึ่งในตำแหน่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ถือว่าเป็นครอบครัวสีขาว

นายยงยศ กล่าวต่อว่า การมาวันนี้ในฐานะตัวแทนของชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ตอบรับคำขอโทษ และแสดงจุดยืนต่อกรณีการอภิปรายของนายภัณฑิล ที่ได้อภิปรายเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิง และลักษณะด้อยค่าทำลายเกียรติภูมิของพี่น้องนักปกครองทั่วประเทศ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา นายภัณฑิล ก็ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการกล่าวขอโทษ สมาชิกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ และวันที่ 3 พฤษภาคม พรรคประชาชน ในฐานะพรรคต้นสังกัด ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ ซึ่งทางชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน มีบทสรุปต่อคดีดังกล่าว ด้วยการรับคำขอโทษ ด้วยความยินดี และขอบคุณที่ สส. ตระหนักถึงความผิด และกล้าที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ดีในระบอบประชาธิปไตยที่กล้าพูด และแถลงการณ์ยอมรับ ทั้งตัว สส. และพรรคต้นสังกัด ซึ่งชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนสำคัญแก่ผู้ทรงเกียรติในสภาทุกท่านว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบ หรือวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นจริง ให้เกียรติผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ ซึ่งการใช้ถ้อยคำเหมารวม ไม่เพียงแต่จะบั่นทอนกำลังใจ แต่ยังสร้างความแตกแยกให้สังคมโดยไม่จำเป็น ซึ่งแม้เหตุการณ์นี้ จะกระทบกระเทือนจิตใจแก่สมาชิกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ แต่พวกเราจะถือเอาวิกฤตินี้เป็นแรงผลักดันในการปฎิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข และยืนหยัดเป็นด่านหน้า ในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดอย่างสุจริต เที่ยงธรรม เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงเกียรติยศ และความศรัทธาของประชาชนในพื้นที่

นายยงยศ ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ มีบทบาทสำคัญในการปราบยาเสพติด พร้อมยกตัวอย่าง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีการจับกุมยาเสพติดกว่า 600,000 เม็ด โดยใช้บริษัทขนส่งเอกชนเป็นช่องโหว่ในการดำเนินการ ซึ่งในนามชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ขอเรียกร้องที่จะยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อหาบทลงโทษ และวิธีการกำกับบริษัทขนส่งเอกชน อีกทั้งตนได้สอบถามบริษัทขนส่งต่อหน้าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ซึ่งยอมรับว่า ที่ผ่านมาการขนส่งสำเร็จไปแล้วกว่า 3 ครั้ง ครั้งละ 600,000 เม็ด โดยรับยาเสพติดมาจากชายแดน ขณะที่การปฏิบัติงานของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ได้มีการซื้อกระสุนยาง ยิงผู้คุ้มคลั่ง จากยาเสพติดนัดเดียว แต่เสียชีวิต และถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าคนตาย

นายยงยศ ยังได้กล่าวถึงการทำหน้าที่ของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ว่า แม้จะเกษียณไปแล้ว แต่ขอให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ได้ทำงานจิตอาสา โดยให้ใส่เครื่องแบบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน แต่ติดป้ายว่า เป็นอดีตกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ โดยไม่รับค่าตอบแทน

ด้านนายพลพีร์ กล่าวว่า กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำงานร่วมกับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ทั่วประเทศอย่างดีมาโดยตลอด เพราะเป็นฟันเฟืองสำคัญของกระทรวงมหาดไทย และรัฐบาลในการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทำให้เกิดความไม่สบายใจ เพราะคุณวุฒิ และวัยวุฒิของ สส. ในการดูหมิ่นเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นสิ่งหนึ่งที่ตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และสส.พรรคภูมิใจไทยนั้นรับไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการ ออกแถลงการณ์คำขอโทษจากพรรคต้นสังกัดแล้ว ก็ต้องรอดูว่า บทลงโทษต่าง ๆ จะออกมาเป็นเช่นไร ในนามของกระทรวงมหาดไทย เรายืนหยัด และสนับสนุนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ในทุกมิติ และสิ่งที่ยื่นมาวันนี้เราจะพิจารณาอย่างเร่งด่วนที่สุด พร้อมต้องมอบกำลังใจ และเกียรติยศศักดิ์ศรีให้กับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศ

ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า วันนี้เป็นการประสานงานจากชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ทั่วประเทศ เพื่อยื่นหนังสือให้กับสส. พรรคภูมิใจไทย และอีกหลายพรรค ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการอภิปรายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความไม่สบายใจ โกรธแค้นขุ่นเคือง ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตนเข้าใจในการรักษาซึ่งศักดิ์ศรีของตัวเอง ก็ได้มาแสดงออกแล้วก็มีการแสดงจุดยืน เราเข้าใจดีถึงบทบาทที่สำคัญในการเป็นผู้ที่บำบัดทุกข์ และก็บำรุงสุข ที่จะอยู่ใกล้ชิด เป็นด่านหน้า ประชาชนมาโดยตลอด การกระทำใดที่มีการกล่าวไปแล้ว ไปกระทบกระเทือนกับหัวใจของคนที่ไปปฏิบัติงาน ทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจ วันนี้จึงแสดงออกด้วยการมาแสดงจุดยืนที่สภาก็ต้องกราบขอบคุณ ที่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ รับคำขอโทษ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องของทางพรรค และเป็นเรื่องของ สส. ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไปหรือไม่ ถ้าใครได้ติดตาม ตนคิดว่าการทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อนสมาชิกเองได้ออกมาขอโทษแล้วก็ทราบข่าวว่า ทางพรรคที่สังกัดจะได้มีการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งตนก็คิดว่าคงต้องให้ทาง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ ได้ติดตามต่อไปว่า ผลสรุปของการตั้งคณะกรรมการสอบจะเป็นแบบไหนอย่างไร

นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ตนคิดว่า เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะอยู่พรรคไหน ในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ในการอภิปราย ในการพูด จะได้เป็นบทเรียนให้กับพวกเราทุกคน ในการกล่าววาจาใดก็แล้วแต่ ถ้าทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย ไม่ใช่เฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้าน แต่ทุกหน่วยงาน ถ้าหากว่าเราพูดไปแล้ว อภิปรายไปแล้ว ไปกระทบไปกระเทือนความรู้สึกของบุคคลอื่น ไปกล่าวหาคนอื่นแล้วทำให้เขาเสียหาย ตนคิดว่า เป็นบทเรียนที่ทุกพรรคการเมือง สส.ทุกคนในสภา จะต้องติดตามเอาเหตุการณ์ตรงนี้ไปเตือนใจ

และในส่วนของวิปรัฐบาล วันนี้มีการประชุม ก็จะแจ้งให้กับตัวแทนของทุกพรรคในวิปรัฐบาลได้ทราบ ได้รู้ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และจะได้กล่าวฝากไปยังสมาชิกในส่วนของรัฐบาล ในการทำหน้าที่ให้มีความระมัดระวังในการอภิปราย ในการพูดในประเด็นต่างๆ ให้มากขึ้น พร้อมเป็นกำลังใจให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกคน

"ผมและเพื่อนสมาชิก สส. วันนี้ที่มาจากพรรคภูมิใจไทยทุกคน เราทำงานใกล้ชิดกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน รู้ดีถึงความสำคัญ รู้ดีถึงศักดิ์ศรีของคนที่เป็นราชสีห์ที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ ท่านเหล่านี้เป็นคนที่คอยดูแล บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก้ไขปัญหา ป้องกัน จับกุม ปราบปราม ปัญหายาเสพติดให้กับพวกเรามาโดยตลอด" นายกรวีร์ กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รักชนก' ลั่นถ้ากลัว 'พ่อไชยชนก' ชาตินี้ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว!

'รักชนก' ขอบคุณสำนักงบฯ หั่น 9 พันล้าน โครงการ 'TH-AI Passport' ทิ้ง จี้ 'รมต.ดีอี' อย่าทำตัวเป็นไข่ในหิน ให้ ขรก.ประจำเป็นหนังหน้าไฟ ประกาศไม่กลัวถูกฟ้อง ลั่นถ้ากลัวพ่อ 'ไชยชนก' ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว

'ไอซ์' บอกงานเยอะ! ไม่ขออภิปราย พ.ร.บ.โอนงบ-งบประมาณปี 2570

'ไอซ์' ดับฝันสาวกส้ม เผยรอบนี้ไม่ได้อภิปราย 'ร่างโอนงบ-งบ70' เหตุงานเยอะ เปิดทางให้หน้าใหม่ ยัน 'ไหม' ยังคุมเนื้อหาเข้มข้นเหมือนเดิม

'ภาวุธ' ปัดสวะพ้นตัวทุกเม็ดบอกรูปถ่ายคู่เป็นเรื่องปกติส่วนคลิปแค่เล่าประสบการณ์!

'ภาวุธ' เคลื่อนไหวแล้ว ยันไม่เกี่ยวข้อง Forex ชี้ ถ่ายรูปคู่ผู้บริหารเป็นเรื่องปกตินักเทรด ส่วนคลิปว่อนเน็ตไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ แค่โดนสัมภาษณ์แชร์ประสบการณ์

คณะประชาชนทวงความยุติธรรมร้อง 'ส้ม-แดง' หวั่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดนรื้อ

'ภาคประชาชน' ยื่น 'พรรคประชาชน-เพื่อไทย' วาระ 94 ปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง หวั่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดนรื้อ ย้ำสนับสนุนรัฐธรรมนูญใหม่ยึดโยง ปชช.

'รุทธพล' ยันไม่มีใบสั่งการเมือง ชี้คลิป 'ภาวุธ' ชวนลงทุนต้องตรวจสอบก่อน

พล.ต.ท.รุท​ธ​พล​ เนาวรัตน์​ รมว.​ยุติธรรม​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเตรียมนำคดี​ Forex เป็นคดีพิเศษว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวน ซึ่งทางดีเอสไออยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และผู้เสียหายซึ่งขณะนี้ทยอยเดินทางกันเข้ามาให้ข้อมูล หลังจากนี้จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่

'ศิริกัญญา' จับตางบปี 70 มีโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 วงเงิน 900 ล้าน ชี้ลงทุนสูงลิ่วแต่กรรมสิทธิ์ไม่ได้เป็นของรัฐ

'ศิริกัญญา' ห่วง 'รัฐบาล' ปิดงบปี 69 ทำหลายหน่วยงานต้องตกเบิกงบปี 70 หลังตั้งเป้าโอนงบ 8 หมื่นล้าน แต่ทำได้จริงแค่ 1.03 หมื่นล้านบาท ชวนจับตางบปี 70 เอื้อประโยชน์พวกพ้องสีน้ำเงินหรือไม่ หวั่น TH-AI Passport เฟส 2 เสี่ยงซ้ำซ้อน ลงทุนสูง แต่ไม่ได้กรรมสิทธิ์แพลตฟอร์ม