ยธ.ย้ำมติเดิม ติดกำไล EM ‘ทักษิณ’ จนพ้นโทษ 9 ก.ย.

กระทรวงยุติธรรมยืนยัน มติอนุกรรมการพักโทษให้ “ทักษิณ ชินวัตร” ติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวตลอดช่วงพักโทษ 4 เดือน เป็นคำสั่งถึงที่สุด ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลง ขณะที่สำนักงานคุมประพฤติเตรียมเข้าติด EM วันที่ ภ11 พ.ค. พร้อมแจ้งเงื่อนไขรายงานตัวและหลักปฏิบัติระหว่างคุมประพฤติ

9 พฤษภาคม 2569 - แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาข้อเท็จจริง พฤติการณ์แห่งคดี และคุณสมบัติของผู้ต้องขังตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอย่างครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีเหตุให้ทบทวนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว

สำหรับขั้นตอนปล่อยตัวพักโทษในวันที่ 11 พ.ค.นี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 จะเข้าไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อติดตั้งกำไล EM พร้อมชี้แจงวิธีใช้อุปกรณ์ และดำเนินการด้านเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ

จากนั้น ภายใน 3 วันหลังได้รับการปล่อยตัว คือช่วงวันที่ 11-13 พ.ค. นายทักษิณต้องเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่บ้านพักที่แจ้งไว้ เพื่อรับทราบเงื่อนไขการคุมประพฤติอย่างละเอียด

ในส่วนการรายงานตัวระหว่างคุมประพฤติ เนื่องจากเหลือโทษอีก 4 เดือน จึงมีแนวทางรายงานตัวเดือนละครั้ง รวม 4 ครั้ง หรืออาจปรับเป็นรอบเวลาที่เหมาะสมตามการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ถูกคุมประพฤติ

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า หากมีเหตุจำเป็นทางการแพทย์ เช่น ต้องเข้ารับการตรวจ MRI หรือการรักษาที่อุปกรณ์ EM เป็นอุปสรรค ผู้ถูกคุมประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอถอดกำไลชั่วคราวได้ โดยต้องมีเอกสารความเห็นแพทย์ยืนยันอย่างชัดเจนประกอบการพิจารณา

กรณีมีปัญหาสุขภาพต่อเนื่อง เช่น ป่วยเรื้อรัง ติดเตียง หรือการติดกำไลส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างชัดเจน ก็สามารถยื่นคำร้องขอปลดกำไลแบบถาวรได้เช่นกัน แต่การอนุมัติหรือไม่ อยู่ในดุลพินิจของคณะอนุกรรมการชุดเดิมที่มีมติให้ติด EM

ส่วนเงื่อนไขการคุมประพฤติ ไม่มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้พักโทษทั่วไป อาทิ ต้องรายงานตัวตามนัด ห้ามออกนอกเขตจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องประกอบอาชีพสุจริต ปฏิบัติตามกฎหมาย และห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด

สำหรับประเด็นหากมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษหมู่ จนทำให้พ้นโทษก่อนกำหนดนั้น จะเป็นไปตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ในการดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘จอม’ เปิดปมลี้ภัย 11 ปี ถามกลับ ‘ทักษิณ-เพื่อไทย’ ควรทวงบุญคุณหรือไม่

“จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ เล่าเบื้องหลังการตัดสินใจออกจากไทยหลังรัฐประหารปี 2557 เผยเคยได้รับการชักชวนเข้าร่วมขบวนก

'วัชระ' ยื่นโนติส 'อธิบดีกรมสรรพากร' ยึด-อายัดทรัพย์ 'ทักษิณ' ห้ามบิน ตปท.เกรงหนี้สูญ

วัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือ โนติส อธิบดีกรมสรรพากร ยึด-อายัดทรัพย์สินนายทักษิณ-ขายทอดตลาด-ระงับไปต่างประเทศด่วนที่สุด

สรรพากรทำได้แค่นี้? อดีตสว.สมชาย ข้องใจปมภาษี 1.76 หมื่นล้านของทักษิณ

“สมชาย แสวงการ” ตั้งข้อสงสัยการดำเนินการของกรมสรรพากรกรณีภาษี 1.76 หมื่นล้านบาทของ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยถามเหตุใดจึงไม่ใช้มาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรเรียกมาสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินคดี พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐได้ใช้ทุ

'อนุทิน' บอกอย่ากังวลรัฐบาลจะอยู่ใต้อิทธิพลของใคร พวกเราฟังประชาชนเท่านั้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ได้พบปะพูดกันแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้มีการเจอและพูดกัน และอย่างที่ตนบอกคือแสดงความยินดี รู้สึกโอเค