นักวิชาการมข.ระบุ  'ทักษิณ' ยังไม่หายไปจากการเมือง  จับตา บ้านจันทร์ส่องหล้ากลับมาคึกคัก

12 พ.ค.2569- ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. รศ.ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด รศ.ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มข. เปิดเผยว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ของพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน ดังนั้นในระยะสั้น ระหว่างอยู่ในช่วงพักโทษ นายทักษิณน่าจะใช้ความระมัดระวังพอสมควร และจะไม่ออกตัวแรงเหมือนช่วงที่กระโดดเข้าไปช่วยบุตรสาวในช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากประสบการณ์การถูกจำคุกจะทำให้นายทักษิณระวังตัวมากขึ้น เพื่อให้การพักโทษเป็นไปด้วยความราบรื่น 

“หลังจากที่นายทักษิณพ้นจากการพักโทษเรียบร้อยแล้ว เป็นช่วงที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะนายทักษิณจะกลับมามีบทบาทสำคัญต่อพรรคเพื่อไทย และจะกลับมาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณคนสำคัญอีกครั้ง ขณะเดียวกัน บ้านจันทร์ส่องหล้าก็จะกลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยเพราะ นายทักษิณมีทั้งเงินทุน ซึ่งเงินคืออำนาจ อีกทั้งยังมีคอนเนกชันทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้นายทักษิณมีบารมีอย่างมากต่อสมาชิกพรรคเพื่อไทย และจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยกำหนดวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ 3 ทำให้จำเป็นต้องเรียกคืนความเชื่อมั่นจากกลุ่มคนรากหญ้า

รศ.ดร.พรอัมรินทร์ กล่าวต่อว่า  นโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทยจะมีการปรับใหม่ โดยจะมุ่งเน้นเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องมากขึ้น เพื่อสร้างแรงสนับสนุนและฟื้นความเชื่อมั่นจากประชาชน โดยเฉพาะฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการเห็นนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่และรายได้ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามนายทักษิณจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเจรจาต่อรองกับพรรคภูมิใจไทย รวมถึงช่วยขจัดความขัดแย้งทางการเมือง และช่วยพยุงให้พรรครัฐบาลสามารถเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม บทบาทดังกล่าวอาจไม่สามารถช่วยให้พรรคเพื่อไทยเพิ่มคะแนนเสียงได้มากไปกว่าที่เป็นอยู่ อีกทั้งตราบใดที่รัฐธรรมนูญ 2560 ยังมีผลบังคับใช้ เส้นทางการกลับมาสู่อำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีของนายทักษิณถูกปิดทางไว้อย่างแน่นอน แต่บทบาทในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณ ผู้วางทิศทาง และผู้ให้คำปรึกษาทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สรรพากรทำได้แค่นี้? อดีตสว.สมชาย ข้องใจปมภาษี 1.76 หมื่นล้านของทักษิณ

“สมชาย แสวงการ” ตั้งข้อสงสัยการดำเนินการของกรมสรรพากรกรณีภาษี 1.76 หมื่นล้านบาทของ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยถามเหตุใดจึงไม่ใช้มาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรเรียกมาสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินคดี พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐได้ใช้ทุ

'อนุทิน' บอกอย่ากังวลรัฐบาลจะอยู่ใต้อิทธิพลของใคร พวกเราฟังประชาชนเท่านั้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ได้พบปะพูดกันแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้มีการเจอและพูดกัน และอย่างที่ตนบอกคือแสดงความยินดี รู้สึกโอเค

“ทักษิณ”อิสรชนลุยหลังม่าน “ตัวแปร”เขย่า”กระดานการเมือง”

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ “พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569” ส่งผลให้ผู้ต้องราชทัณฑ์นับหมื่นรายทั่วประเทศได้รับอานิสงค์ หากแต่ในทางเมืองมันคือการปลดพันธนาการขั้นสุดท้ายของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของการเมืองไทย นั่นคือ ทักษิณ ชินวัตร

'วัชระ' เผยคลังทำหนังสือตอบกลับ ให้ 'สรรพากร' พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ปมทวงหนี้ทักษิณ 1.7 หมื่นล้าน

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ที่กค 0102/1592 ลงวันที่ 22 พ.ค.2569 ถึงนายวัชระ เพชรทอง ระบุว่าตามที่ท่านมีหนังสือฉบับลงวันที่ 18 พ.ค. 2569 เรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ปฏิบัติหน้าที่

'ทักษิณ' สงบปากสงบคำ เข้ารายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรก

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ Mercedes-Maybach S 580 e (เมอร์เซเดส-มายบัค) สีทูโทน ทะเบียน พท 4444 กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าพบพนักงานคุมประพฤติ รายงานตัวคุมประพฤติครั้งที่ 1 ภายหลังจากที่ได้พักโทษคุมประพฤติไปเมื่อวันที่ 11 พ.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งเดิมทีแรก นายทักษิณ จะต้องรายงาน