'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' ชงโรดแมปการปฏิรูปการเกณฑ์ทหารอย่างยั่งยืน!

13 พ.ค.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เมื่อหน้าที่มาพร้อมเสรีภาพ: Roadmap การปฏิรูปอย่างยั่งยืน” ระบุว่า จากมติเอกฉันท์ของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และ 45 "ไม่ขัดหรือแย้ง" ต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และ 31 (เรื่องพิจารณาที่ 28/2568) ได้นำมาสู่บทสรุปสำคัญ 2 ประการ:

ความชอบธรรมทางกฎหมาย: ศาลมองว่าการเกณฑ์ทหารคือ "หน้าที่พลเมือง" เพื่อความมั่นคงสาธารณะ การจำกัดสิทธิบางประการจึงทำได้ภายใต้กรอบกฎหมาย

สถานะของจำเลย: คดีอาญาของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล (คดีหมายเลขดำที่ อ.3118/2568) ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ จะเข้าสู่กระบวนการนัดฟังคำพิพากษาของศาลแขวงสมุทรปราการต่อไป (เป็นคดีที่มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี)

แต่อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยนี้ไม่ได้ปิดตายการปรับปรุงระบบการเกณฑ์ทหารให้ดีขึ้น และนี่คือ 4 เสาหลักสู่การปฏิรูป ที่สมดุลและสง่างามครับ:

1.ปรับสมดุลเชิงปรัชญา: จาก "บังคับ" สู่ "พันธสัญญา"

เราต้องเปลี่ยนนิยามของการรับใช้ชาติให้สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชนสากล:

• รับรองสิทธิการคัดค้านโดยมโนธรรม (Conscientious Objection): รัฐควรเปิดช่องทางให้ผู้ที่มีอุดมการณ์สันติวิธีอย่างแรงกล้า มีทางเลือก "รับใช้ชาติในรูปแบบพลเรือน" (Alternative Service) เช่น งานกู้ภัยหรือดูแลสังคมเมือง เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างรัฐกับปวงชน

2. ปรับโครงสร้างกองทัพ: "Smart & Lean" (กะทัดรัดแต่ทรงพลัง)

เพื่อให้ความมั่นคง "ได้สัดส่วน" กับยุคสมัย:

• กองทัพอาชีพ (Professional Force): เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ปรับยอดเรียกพลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงสมัยใหม่ (Cyber War & Tech-war)

• ระบบสมัครใจเป็นหลัก (Voluntary-First): ยกระดับสวัสดิการ เงินเดือน และโควตาการศึกษาให้จูงใจ จนคนอยากสมัครเองโดยไม่ต้องรอลุ้นใบดำ-ใบแดง


• ใช้กำลังพลให้ตรงภารกิจ เพื่อลบภาพจำว่าทหารเกณฑ์จำนวนมากไม่ได้ฝึกการรบจริง แต่ถูกใช้เป็นแรงงานธุรการ หรือรับใช้ผู้บังคับบัญชา

3.ปรับกระบวนการยุติธรรมและความโปร่งใส: "เสมอภาคเท่าเทียม"

ลบภาพจำ "คนรวยรอด คนจนติด" ด้วยเทคโนโลยี:

• นำ Blockchain มาใช้ในระบบการตรวจเลือกทหาร (Digital Draft) คือ การเปลี่ยนจากระบบที่พึ่งพาเอกสารกระดาษและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ มาเป็นระบบที่ใช้ "ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล" (Digital Trust) เพื่อแก้ปัญหาคลาสสิกที่บั่นทอนความศรัทธาของประชาชนมาอย่างยาวนาน

• กลไกตรวจสอบภายนอก: มีคณะกรรมการร่วม (ทหาร+พลเรือน) ตรวจสอบสวัสดิภาพในค่ายทหารและมีระบบร้องเรียนที่ปลอดภัย เพื่อยุติวัฒนธรรมอำนาจนิยมและความรุนแรง

4.การจัดการเชิงนโยบาย: "การเปลี่ยนผ่านที่เป็นระบบ" (Systemic Transition)

การแก้ปัญหาต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ชัดเจน:

• ระยะสั้น: เปิดช่องทางบริการทางเลือก (Alternative Service) ทันที

• ระยะกลาง: ทยอยลดสัดส่วนการเกณฑ์ และเพิ่มยอดสมัครใจปีละ 10-20%

• ระยะยาว: กฎหมายเกณฑ์ทหารจะกลายเป็นเพียง "กฎหมายสำรอง" สำหรับยามสงครามเท่านั้น

บทสรุป

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอาจเป็น "กำแพงกฎหมาย" ที่รักษาอำนาจรัฐไว้ แต่เสียงของประชาชนคือ "แรงผลักทางสังคม" ที่บอกว่ากำแพงนี้ต้องมีการติดตั้งประตูและหน้าต่างเพื่อให้แสงแห่งเสรีภาพส่องถึง
"ความมั่นคงที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากร่างกายที่ถูกบังคับให้ถือปืน แต่เกิดจากจิตใจที่พร้อมจะปกป้องรัฐที่มองเห็นหัวประชาชน"

หากรัฐบาลและกองทัพเดินตาม Roadmap นี้ ความตึงเครียดจะเปลี่ยนเป็นความร่วมมือ และเราจะได้กองทัพที่เป็นที่รักและศรัทธาของประชาชนอย่างแท้จริงครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปกรณ์' ไม่กังวล ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญแจง 'พ.ร.ก.กู้เงิน'

'ปกรณ์' ชี้ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นปม 'พ.ร.ก.กู้เงิน' เรื่องปกติ ย้ำไม่กังวล ต้องเชื่อใจกระทรวงคลัง ประเมินสถานการณ์มีความจำเป็นเร่งด่วน

เมื่อ 'ภูมิใจไทย' ถอนชื่อ บททดสอบการแก้รธน.ระหว่าง 'หลักการประชาธิปไตย' กับ 'สมการการเมือง'

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง เมื่อพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อ : บททดสอบการแก้รัฐธรรมนูญระหว่าง "หลักการประชาธิปไตย" กับ "สมการการเมือง" มีเนื้อหาดังนี้

ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง 'บุคคลที่เกี่ยวข้อง' จัดทำความเห็น พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยื่นภายใน 7 วัน

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณากรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผู้ร้อง ว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน

'อดีตผู้พิพากษา' แนะแนวทาง การแก้ปัญหาทุจริตทะเบียนราษฎรและสถานะบุคคลของไทย

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ละอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ป้องกันคนปลอม หรือ ปฏิเสธคนจริง? โจทย์ท้าทายของไทยในการแก้ปัญหาทุจริตทะเบียนราษฎรและสถานะบุคคล มีเนื้อหาดังนี้

ถอดรหัส 'ถอนฟ้อง' ในคดี อดีตประธานป.ป.ช.  เมื่อสิทธิของโจทก์ ต้องเผชิญกับประโยชน์สาธารณะ

หน้าประวัติศาสตร์กฎหมายและการเมืองไทยต้องจารึกไว้อีกครั้ง เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้มีคำพิพากษาครั้งสำคัญ