กองทัพภาค 2 ยันไม่ห้ามชาวบ้านหาของป่าใกล้แนวชายแดน ขอให้แจ้งจนท.ก่อนเข้า-ออกทุกครั้งเพื่อดูแลได้ทั่วถึง

กองทัพภาคที่ 2 สยบข่าวเสียดินแดน ลั่นกองทัพยืนหยัดป้องอธิปไตย ไม่เสียแม้ ตารางนิ้วเดียว ย้ำทหารตรึงกำลังเข้ม ชาวบ้านสามารถเข้าป่าทำกินได้ ทหาร ตร. ปกครอง พร้อมดูแลเต็มพื้นที่ ขอประชาชนแจ้งก่อน เข้า-ออก ป่าเพื่อ ให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง

13 พฤษภาคม 2569 - แหล่งข่าวระดับสูงกองทัพภาคที่ 2 ระบุถึงกรณีที่มีทหารกัมพูชาเข้ามาพูดคุยกับ “หลวงตาเยื้อน” บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวมีแนวเขตแดนที่ชัดเจน รับรู้กันทั้งสองฝ่าย และประเทศไทยไม่ได้สูญเสียดินแดนแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าฝั่งตรงข้ามเป็นฐานทหารกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทยประมาณ 100 เมตร ขณะที่ฝั่งไทยใช้การลาดตระเวนตามเส้นทางเรียบแนวชายแดนเพื่อดูแลรักษาพื้นที่

ทั้งนี้ ทหารกัมพูชาที่ประจำอยู่บริเวณดังกล่าวไม่ได้มีท่าที ห้ามปรามการดำเนินงานก่อสร้างถนนเลียบชายแดนฝั่งไทย โดยกองกำลังสุรนารี ได้ประสานงานและพูดคุยผ่านชุดประสานงานชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำหลักการให้แต่ละฝ่ายปฏิบัติอยู่ในพื้นที่อธิปไตยของตนเองอย่างชัดเจน

สำหรับกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า การก่อสร้างถนนเลียบชายแดนอาจเข้าข่ายการ “เสียดินแดน” นั้น กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันหนักแน่นว่า ประเทศไทยไม่สูญเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว และการพัฒนาเส้นทางคมนาคมบริเวณชายแดนยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ภายใต้กรอบอธิปไตยของไทยอย่างครบถ้วน

แหล่งข่าวระดับสูงกองทัพภาคที่ 2 ยังขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารและหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยยืนยันว่ากำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงดูแลรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศอย่างเต็มกำลัง พร้อมย้ำว่าไม่มีฝ่ายใดเข้ามารุกรานดินแดนไทยตามที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ได้อย่างแน่นอน

ส่วนกรณี “ลุงโยชน์" หรือ นายเฉลียว ส่องาม อายุ 62 ปี ชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าแล้วถูกทางการกัมพูชาควบคุมตัวนั้น เบื้องต้นคาดว่าอาจเดินเข้าไปในพื้นที่ล่อแหลมใกล้แนวชายแดน ซึ่งการเข้าป่าหาของป่าถือเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ โดยขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้เร่งประสานงานช่วยเหลือประชาชนที่ถูกควบคุมตัวในทุกระดับแล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ห้ามชาวบ้านเข้าป่าหาของตามวิถีชีวิต แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนที่ต้องการเข้าป่าหาของป่า ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทหาร ป่าไม้ หรืออาสาสมัครในพื้นที่ก่อนทุกครั้ง เพื่อความสะดวกในการดูแลความปลอดภัย และแนะนำพื้นที่เสี่ยงหรือจุดอันตรายที่ควรหลีกเลี่ยง รวมถึงเมื่อออกจากป่าแล้วให้กลับมาแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบจำนวนบุคคลได้อย่างถูกต้อง

ขณะเดียวกันกองกำลังสุรนารี ได้ปรับแผนดูแลพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวด ทั้งการลาดตระเวนแบบใยแมงมุม การเฝ้าตรวจ และการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ล่อแหลม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง พร้อมดูแลความปลอดภัยของคนไทยอย่างเต็มที่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมิน ‘ฟื้นสัมพันธ์-เปิดด่าน’

นายกฯ ปิดห้องคุย รมว.ต่างประเทศ ลั่นกับกัมพูชาคุย UNCLOS ก่อน เรื่องอื่นไม่คุย "สีหศักดิ์" แจงทูต-องค์การระหว่างประเทศ ลั่นไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่ UNCLOS แต่ไป

เอาแล้ว! กองทัพภาค 2 ออกกฎเหล็กห้าม 'กำลังพล' เผยแพร่ภาพถ่ายที่ตั้งฐาน-ปฏิบัติการทางทหาร

กองทัพภาค 2 เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการให้ข่าวฯ พ.ศ.2530 และ แนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของกองทัพบก เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดความเสี่ยงต่อการกิจ และรักษาความปลอดภัยของหน่วย

เคลียร์ทุกข้อสงสัย! 'สีหศักดิ์' แจงยิบ ไทยเข้ากระบวนการ 'ประนอมภาคบังคับ' เจรจาเขตแดนทางทะเล

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แถลงข่าวท่าทีของไทยต่อกรณีกัมพูชายื่นเรื่องให้เลขาธิการสหประชาชาติเข้าสู่กระบวนการปองประนีประนอมภาคบังคับว่า เมื่อไม่มีช่องทางที่จะเดินไปสู่การเจรจาทวิภาคีแล้วก็มีความจำเป็นไปสู่กระบวนการ“ประนีประนอมภาคบังคับ”

นายกฯ มอบ 'สีหศักดิ์' ตัวแทนไทยเข้ากระบวนการ UNCLOS กร้าวปิดประตูคุย JBC-GBC

นายกฯ มอบ "สีหศักดิ์" เป็นตัวแทนประเทศไทยในการเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

กองทัพขู่ใช้ไม้แข็งสกัดข่าวปลอม ยืนยันไม่พบเขมรเคลื่อนรถถังประชิดชายแดน

กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าฝ่ายทหารกัมพูชาได้เคลื่อนย้ายรถถังจำนวนกว่า 200 คัน พร้อมอาวุธ RPG ล็อตใหม่ และกำลังพลจำนวนมากเข้าประชิดแนวชายแดนไทย ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด ยังไม่พบความเคลื่อนไหวดังกล่าวแต่อย่างใด

กองทัพไทย ลั่นเอาผิดถึงที่สุด โซเชียลแพร่ข่าวเฟกนิวส์ ใช้ AI ทำภาพรั้วชายแดนมีช่องโหว่

พลตรีวิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงกรณีเพจ "ดึกดำบรรพ์" เผยแพร่ข้อความและภาพเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่หน่วยงานได้ชี้แจงต่อสาธารณชนมาโดยตลอด