เจาะรหัส 100 ปีของ 'สี จิ้นผิง' ถึง 'โดนัลด์ ทรัมป์' ยุทธศาสตร์เปลี่ยนขั้วอำนาจโลก

15 พ.ค.2569 - ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊ก · หัวข้อ [วิเคราะห์ยุทธศาสตร์] เมื่อ "คำทักทาย" แฝงด้วย "คำขู่": เจาะรหัส 100 ปีของ สี จิ้นผิง ถึง โดนัลด์ ทรัมป์ มีเนื้อหาดังนี้

​ในโลกของการทูตระดับพญาอินทรีกับมังกร ไม่มีคำไหนที่พูดออกมาเล่นๆ...
​นัยสำคัญที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มและการจับมือระหว่าง สี จิ้นผิง และ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่ไม่ใช่แค่การทักทาย แต่มันคือการประกาศ "ยุทธศาสตร์เปลี่ยนขั้วอำนาจโลก"

3 รหัสลับที่โลกต้องฟัง:
1.​"การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี" (百年未有之大变局):
​"ขณะนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบ 100 ปี และพวกเราคือผู้ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้"
(คำแปลจาก: "Right now there are changes, the likes of which we haven't seen for 100 years. And we are the ones driving these changes together.")
คำนี้ สี จิ้นผิง ไม่ได้ใช้แค่กับทรัมป์ แต่เคยใช้ในมอสโกตอนพบกับปูตินมาแล้ว ความหมายเชิงยุทธศาสตร์คือ: "ยุคที่ตะวันตกครองโลกกำลังสิ้นสุดลง และตะวันออกกำลังรุ่งโรจน์" นี่คือการบอกเป็นนัยว่าสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วง "ขาลง" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

2.​"ความเร็วที่เร่งขึ้น" (Accelerating):
การเลือกใช้คำว่า "เร่งตัวขึ้น" ในช่วงรัฐบาลทรัมป์ ถูกตีความว่าจีนมองเห็นโอกาสจากนโยบาย America First ที่ทำให้สหรัฐฯ ถอยห่างจากพันธมิตรเดิม เปิดช่องว่างให้จีนรุกคืบในเวทีโลกได้เร็วขึ้นกว่าที่คาดไว้

3.​"กับดักธูซิดิดีส" (Thucydides Trap):
​"คำถามสำคัญคือ จีนและสหรัฐฯ จะสามารถก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่า 'กับดักธูซิดิดีส' ไปได้หรือไม่?"
(คำแปลจาก: "Can China and the United States overcome the so-called Thucydides Trap?")
คำนี้ทรงพลังที่สุด เพราะมันอ้างอิงถึงประวัติศาสตร์ที่ "มหาอำนาจเดิม" (สปาร์ตา) มักจะต้องทำสงครามกับ "มหาอำนาจใหม่ที่กำลังพุ่งแรง" (เอเธนส์) การที่สี จิ้นผิง พูดเรื่องนี้กับทรัมป์ คือการยื่นข้อเสนอแกมบังคับว่า: "ถ้าไม่อยากให้เกิดสงคราม คุณต้องยอมรับการเติบโตของจีนแต่โดยดี"

ข้อมูลสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ (Supporting Evidences):
​เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมขอเสริมข้อมูลที่สนับสนุนการวิเคราะห์นี้ครับ:
​Global Share of GDP: ในช่วงปี 2000 สหรัฐฯ มีสัดส่วน GDP โลกประมาณ 30% ในขณะที่จีนมีเพียง 3% แต่ในปี 2024 นี้ จีนขยับขึ้นมาเกือบ 18-19% ในขณะที่สหรัฐฯ ลดลงมาเหลือประมาณ 24-25% (วัดตามมูลค่าตลาด) และถ้าเทียบตาม PPP (Purchasing Power Parity) จีนได้แซงสหรัฐฯ ไปแล้วตั้งแต่ปี 2014
​The Belt and Road Initiative (BRI): นี่คือเครื่องมือที่จีนใช้สร้าง "ระเบียบโลกใหม่" ผ่านโครงสร้างพื้นฐานในกว่า 150 ประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาส้นทางทางการค้าที่สหรัฐฯ ควบคุมอยู่
​Graham Allison's Research: เจ้าของทฤษฎี "กับดักธูซิดิดีส" จาก Harvard ระบุว่า ในรอบ 500 ปีที่ผ่านมา มี 16 ครั้งที่มหาอำนาจใหม่ท้าทายมหาอำนาจเดิม ผลลัพธ์คือ "จบลงด้วยสงครามถึง 12 ครั้ง"

[ยุทธศาสตร์ประเทศไทย] ไทยควรวางหมากอย่างไรในเกมนี้?
​ในฐานะนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์สังคม ผมมองว่าไทยต้องก้าวข้ามยุทธศาสตร์ "ไผ่ลู่ลม" แบบเดิมๆ ไปสู่การเป็น "พื้นที่ปลอดภัยที่ขาดไม่ได้" (The Indispensable Safe Haven) ผ่าน 3 แนวทางครับ:

​1. Multi-Polar Hedging (กระจายความเสี่ยง):
ไทยต้องไม่วางไข่ในตะกร้าใบเดียว เราต้องเร่งปิดดีล FTA กับขั้วอำนาจอื่น และที่สำคัญคือ "การกระชับมิตรกับกลุ่ม BRICS"
Action: ไทยควรแสดงบทบาทที่ชัดเจนขึ้นในการเป็นพันธมิตรกับ BRICS เพื่อเข้าถึงตลาดใหม่และระบบการเงินทางเลือก แต่ต้องรักษาความสัมพันธ์กับตะวันตกผ่าน EFTA และแคนาดาไปพร้อมๆ กัน เพื่อไม่ให้เสียดุลยภาพทางการเมือง (Political Balance)

​2. Tactical Buffer (แก้โจทย์สินค้าสวมสิทธิ์):
เราต้องไม่เป็นแค่ "ทางผ่าน" ให้สินค้าจีนสวมสิทธิ์เพื่อเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ แต่ต้องดึงเทคโนโลยีมาสร้าง Supply Chain ของคนไทยเอง เพื่อให้โลกยอมรับว่าสินค้าจากไทยคือ "Made in Thailand" ที่มีมูลค่าเพิ่มจริง

​3. Land Bridge (ไพ่ตายทางภูมิรัฐศาสตร์):
โครงการแลนด์บริดจ์คือสิ่งที่จีนต้องการเพื่อแก้ปัญหา "Malacca Dilemma" แต่ไทยต้องวางตัวเป็น "Global Gateway" ที่เปิดรับนักลงทุนจากทั้ง สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และตะวันออกกลางมาร่วมด้วย เพื่อให้พื้นที่นี้เป็นเขตเศรษฐกิจที่เป็นกลางและปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยในบทบาทเส้นทางทางผ่านของสินค้าต่างชาติ : โอกาสและความเสี่ยง

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนาดใหญ่ของไทยมักถูกชูด้วยความหวังเดียวกัน คือ การผลักดันให้ประเทศไทยทำหน้าที่เป็นทางผ่านให้กับ ‘สินค้าผ่านแดน’ (Transit Cargo) ต่างชาติ 

'วัชระ' ยื่นร้องนายกฯ ขอให้เร่งแก้ปัญหาชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน ยันคนพื้นที่ค้านแลนด์บริดจ์

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.ประชาธิปัตย์ พร้อมตัวแทนกลุ่มประชาชนไปยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

'พิพัฒน์' ถามกลับ 'เกี่ยวอะไรด้วย' ถูกโยงเอี่ยวนายทุนกว้านซื้อที่ดินโครงการแลนด์บริดจ์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) แถลงข่าว กรณีถูกพาดพิงเรื่องการกว้านซื้อที่ดิน ใน จ.ระนอง เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์

วุฒิสภา ถกญัตติจี้รัฐบาลทบทวนเดินหน้า 'แลนด์บริดจ์' ชี้ พ.ร.บ.SEC ไม่ใช่ยาวิเศษ

ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ซึ่งคณะกรรมมาธิการการคมนาคม พิจารณาเสร็จแล้ว และญัตติเรื่อง