30 ก.ค.2569 - ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลในยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เวลาที่เราพูดถึงการพัฒนา AI และศูนย์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Center) เรามักมองเห็นแต่เรื่องของนวัตกรรม วามก้าวหน้า หรือโอกาสทางเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์สังคม มี “ต้นทุนที่ถูกมองข้าม” ขนาดใหญ่ที่กำลังส่งผลกระทบต่อทรัพยากรพื้นฐานของมนุษย์ นั่นคือ ทรัพยากรน้ำจืด
ทำไม Data Center ถึงต้องใช้น้ำมหาศาล?
เครื่องแม่ข่าย (Server) ที่ประมวลผล AI ต้องทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงจนเกิดความร้อนสูงมาก หากไม่ระบายความร้อน ระบบจะเสียหาย วิธีที่นิยมที่สุดในปัจจุบันคือ การระบายความร้อนด้วยการระเหยของน้ำ เพราะใช้น้ำดึงความร้อนออกจากระบบแล้วปล่อยให้ระเหยกลายเป็นไอไปในอากาศ
ถามคำถาม AI น้ำหายไปเท่าไหร่?: การสนทนากับ AI เพียง 20 ถึง 50 คำถาม สัมพันธ์กับการสูญเสียน้ำสะอาดบริสุทธิ์ประมาณ 500 มิลลิลิตร (เท่ากับน้ำดื่ม 1 ขวดเล็ก) เพื่อใช้ในการระบายความร้อน
การฝึกฝนระบบ 1 ครั้ง สูญเสียน้ำเท่าไหร่?: การประมวลผลเพื่อฝึกฝน AI ขนาดใหญ่หนึ่งระบบ ต้องสูญเสียน้ำจืดไปมากถึง 700,000 ลิตร (เทียบเท่ากับปริมาณน้ำที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 370 คัน)
เทคโนโลยีทางเลือกมีอยู่แล้ว… แต่ทำไมไม่เลือกใช้?
ในความเป็นจริง AI ไม่ได้ “ต้องการน้ำ” แต่ Data Center ต้องการ “ระบบระบายความร้อน” ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางเลือกที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองน้ำจืดอยู่หลากหลายวิธี:
การระบายความร้อนด้วยการแช่ในของเหลว (Immersion Cooling): การนำเครื่องแม่ข่ายลงไปแช่ในสารเคมีสังเคราะห์พิเศษที่ไม่นำไฟฟ้า ซึ่งดึงความร้อนได้ดีกว่าน้ำหลายเท่า
ระบบหมุนเวียนแบบปิด (Closed-loop System): การใช้ของเหลวระบายความร้อนแล้วนำกลับมาผ่านกระบวนการทำให้เย็นเพื่อใช้ใหม่ โดยไม่ต้องปล่อยให้น้ำระเหยทิ้ง
การระบายความร้อนด้วยอากาศ (Dry Cooling): การใช้อากาศและพัดลมขนาดใหญ่ในการถ่ายเทความร้อน
การเลือกตั้งในพื้นที่อากาศหนาว: การย้ายสถานที่ตั้ง Data Center ไปอยู่ในประเทศเขตหนาวเพื่อใช้อากาศธรรมชาติ
คำถามที่น่าคิดคือ ทำไมกลุ่มทุนเทคโนโลยีระดับโลกยังคงเลือกใช้น้ำมหาศาล?
คำตอบไม่ได้เป็นเพราะเทคโนโลยีไม่พร้อม แต่เป็นเรื่องของ ต้นทุนทางธุรกิจ การใช้น้ำระเหยทิ้งเป็นตัวเลือกที่ประหยัดงบประมาณของบริษัทมากที่สุด แม้จะต้องแลกกับการสูญเสียทรัพยากรน้ำจืดของส่วนรวมก็ตาม
กรณีศึกษาจากสหรัฐฯ: สัญญาณเตือนภัยที่เกิดขึ้นจริงแล้ว
ความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่าง Big Tech กับประชาชนไม่ใช่เรื่องมโนภาพ แต่มันกำลังเกิดขึ้นแล้วในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา:
ศึกแย่งชิงแม่น้ำในแคลิฟอร์เนีย: โครงการ Data Center ขนาดใหญ่ใน Imperial Valley แคลิฟอร์เนีย ตอนแรกสัญญาว่าจะไม่ใช้น้ำจากแม่น้ำโคโลราโด แต่สุดท้ายกลับยื่นฟ้องศาลเพื่อขอสิทธิ์ดึงน้ำจากแม่น้ำสายนี้ถึง 287 ล้านแกลลอนต่อปี ทั้งที่แม่น้ำสายนี้เป็นแหล่งน้ำจืดหลักที่ผู้คนกว่า 40 ล้านคนและภาคเกษตรกำลังเผชิญวิกฤตภัยแล้งอยู่แล้ว
Data Center แห่งเดียว กินน้ำ 10% ของทั้งเมือง: ใน Newton County รัฐจอร์เจีย Data Center เพียงแห่งเดียวกลับดึงน้ำไปใช้สูงถึง 500,000 แกลลอนต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 10% ของปริมาณน้ำที่ใช้ออกไปทั้งหมดของคนทั้งเมือง
แรงต้านและกฎหมายควบคุมในแอริโซนา: เมืองต่างๆ ในรัฐแอริโซนาเริ่มโดนประชาชนประท้วงหนัก จนต้องออกกฎหมายจำกัดการใช้น้ำของ Data Center และบังคับให้ผู้พัฒนาโครงการต้องจ่ายเงินซื้อน้ำสำรองมาเองหากใช้น้ำเกินกำหนด
สองความจริงเรื่อง “น้ำ” ที่กลุ่มทุนไม่เคยบอกคุณ
นอกจากปริมาณน้ำที่น่าตกใจแล้ว ยังมีอีก 2 มิติทางยุทธศาสตร์ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้:
น้ำที่ใช้แล้ว... หายสาบสูญไปเลย: การระบายความร้อนด้วยการระเหย ไม่ใช่น้ำทิ้งที่นำไปบำบัดมาใช้ใหม่ได้ แต่มันคือการ “ทำให้น้ำจืดบริสุทธิ์ระเหยกลายเป็นไอหลุดออกจากระบบนิเวศท้องถิ่น” ชุมชนแถวนั้นเสียทรัพยากรน้ำจืดไปอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีวันได้คืนในระยะสั้น
”ค่าน้ำแฝง” ในพลังงานไฟฟ้า: ตัวเลขการใช้น้ำที่ Data Center รายงาน เป็นเพียงน้ำหน้างานเท่านั้น แต่การที่ Data Center ป้อนไฟฟ้าเข้าเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง โรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟให้ก็ต้องสูบน้ำมาใช้ระบายความร้อนในการผลิตไฟฟ้าอีกมหาศาล เท่ากับว่า AI กำลังกินน้ำเป็น “สองเด้ง” โดยที่เราไม่รู้ตัว
ย้อนมองประเทศไทย: โอกาสทางเศรษฐกิจ หรือ วิกฤตการแย่งชิงทรัพยากร?
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเร่งดึงดูดการลงทุนสร้าง Data Center มูลค่าหลายแสนล้านบาท โดยพื้นที่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เช่น ชลบุรี และระยอง
หากเราไม่มีนโยบายสาธารณะที่เท่าทัน สิ่งที่จะตามมาในเชิงสังคมคือ:
มาตรฐานที่เหลื่อมล้ำในสังคม: ประชาชนและเกษตรกรถูกขอร้องให้ประหยัดน้ำและรับมือกับภัยแล้ง แต่บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติกลับสามารถสูบน้ำจืดสาธารณะไปใช้ในราคาถูกเพียงเพื่อลดต้นทุนของบริษัท
ความไม่เท่าเทียมในการจัดสรรทรัพยากร: น้ำคือปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต การจัดสรรทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าของประเทศ ต้องยึดความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ก่อนผลกำไรเชิงพาณิชย์
ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์สำหรับประเทศไทย
เพื่อไม่ให้การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลกลายเป็นการผลักภาระให้คนไทย ภาครัฐควรเตรียมความพร้อมอย่างเร่งด่วน:
กําหนดมาตรฐานเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: กำหนดเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน ให้ Data Center ที่จะสร้างใหม่ต้องใช้ระบบระบายความร้อนที่ไม่ใช้น้ำจืดบริสุทธิ์ หรือใช้ระบบหมุนเวียนน้ำแบบปิดเท่านั้น
การจัดเก็บค่าน้ำในอัตราก้าวหน้า: เพิ่มต้นทุนการใช้น้ำจืดของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อกดดันให้หันไปลงทุนในเทคโนโลยีระบายความร้อนที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
จัดวางผังเมืองและการกระจายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน: กำหนดเขตการสร้าง Data Center โดยคำนึงถึงปริมาณน้ำสำรองและกำลังการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ ไม่ให้กระจุกตัวจนกระทั่งส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของชุมชน
การขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นต่ออนาคต แต่ “นวัตกรรมที่ไม่คำนึงถึงต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่นวัตกรรมที่ยั่งยืน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“สกลธี” เสนอรัฐบาล เพิ่มด้านสาธารณสุขในบอร์ด Data Center หลังพบผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมเร่งแก้ไขกฎหมาย ต้องทำ HIA ทุกโครงการ
วันที่ 17 กันยายน 2569 ณ รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะ กมธ.การสาธารณสุข แถลงข่าวผลการพิจารณาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและมาตรการกำกับดูแลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่ชุมชนเมือง
เอาแล้ว! ชาวบ้านบ้านฉางรวมตัวค้าน Data Center ถามชัด 'ประชาชนได้อะไร'
ชาวบ้านบ้านฉางรวมตัวแสดงจุดยืนไม่เอา Data Center ห่วงใช้น้ำ-ไฟฟ้า กระทบสิ่งแวดล้อมและชุมชน ยื่นหนังสือถามการจ้างงาน-ความ
“รมว.สุชาติ” สั่ง คพ. ลุยลงพื้นที่พระราม 9 อีกครั้ง! เร่งจัดการน้ำ–ตะกอนปนเปื้อนน้ำมัน Data Center กำชับสกัดไหลลงคลองสามเสนใน ฟื้นฟูพื้นที่คืนสู่ภาวะปกติ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่ติดตามและเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเสียและตะกอนดินปนเปื้อนน้ำมัน บริเวณศูนย์ข้อมูล DAMAC Digital Thailand (BKK 01) ย่านพระราม 9 อีกครั้ง หลังพบการปนเปื้อนบริเวณบ่อพักน้ำทิ้งภายในศูนย์ข้อมูลฯ
'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบมีมาตรฐานขั้นต่ำคุมเข้ม
'เอกนิติ' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า-น้ำ-ผังเมือง-สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุน ยันประชาชนไม่กังวลผลกระทบ
'ชัชชาติ' ชี้ช่องโหว่ กม. ไร้นิยาม 'Data Center' ต้องแก้ให้ทันสมัย
'ผู้ว่าฯชัชชาติ' รับกฎหมายมีช่องว่าง ไร้นิยาม 'Data Center' ชงทบทวนแก้ผังเมือง-ควบคุมอาคาร-EIA รอผลสอบต้นตอปมกลิ่นน้ำมันรั่ว

