ชำแหละรถไฟชนรถเมล์ ย่านมักกะสัน อุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดจุดเดียว

เรื่อง/ภาพ:เพจโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย

17 พ.ค.2569-เพจโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure โพสต์ข้อความเรื่อง “รถไฟชนรถเมล์มักกะสัน: อุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดจาก “ความผิดพลาดจุดเดียว” แต่เกิดจากรูรั่วหลายชั้นที่เรียงตรงกัน” เนื้อหาระบุว่า ก่อนอื่น ต่องขอแสดงความเสียใจสำหรับผู้เสียชีวิต และขอให้กำลังใจ ผู้ได้รับบาดเจ็บให้กลับมาแข็งแรงโดยไวครับ

เหตุรถไฟขนสินค้าชนรถเมล์บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ใต้แนว Airport Rail Link นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และผมก็คิดว่าถ้าเราอยู่ในสภาพนี้ ก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเช่นกัน แต่ผมไม่อยากให้มองว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุเฉพาะหน้า หรือความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

เพราะอุบัติเหตุใหญ่ในระบบคมนาคม มักไม่ได้เกิดจาก “รูรั่วรูเดียว” แต่เกิดจาก รูรั่วหลายชั้นของระบบความปลอดภัย ที่บังเอิญเรียงตรงกันพอดี

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “Swiss Cheese Model”

แน่นอนว่าในระบบคมนาคมที่ปลอดภัย เราควรมีชั้นป้องกันหลายชั้น เช่น

ชั้นที่ 1: กฎจราจร รถทุกชนิดต้องไม่หยุดค้างบนจุดตัดทางรถไฟ และเว้นระยะอย่าน้อย 5 เมตร จากทางรถไฟ ไม่ว่าจะรถติดแค่ไหนก็ตาม  ซึ่งในที่เกิดเหตุ ก็มีการตีเส้นห้ามหยุดไว้แล้ว เพราะจุดตัดทางรถไฟไม่ใช่พื้นที่รอคิวจราจร

ชั้นที่ 2: ไม้กั้นและสัญญาณเตือน เมื่อรถไฟกำลังจะผ่าน ไม้กั้นต้องทำงานสมบูรณ์ สัญญาณไฟและเสียงต้องชัดเจนเพียงพอให้ผู้ใช้ถนนรับรู้และหยุดได้ทัน   ซึ่งในภาพและคลิป ก็ได้ยินเสียงสัญญาณ แจ้งรถไฟ

ชั้นที่ 3: ระบบอาณัติสัญญาณของรถไฟ ตามกฏการเดินรถ ของการรถไฟ ถ้าไม้กั้นยังไม่ปิดเรียบร้อย หรือพื้นที่จุดตัดยังไม่ปลอดภัย รถไฟไม่ควรได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าสู่จุดตัดนั้นได้

ชั้นที่ 4: การควบคุมจราจรรอบจุดตัด พื้นที่อย่างมักกะสันเป็นจุดที่จราจรหนาแน่น มีรถเมล์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และคนเดินเท้าจำนวนมาก จึงควรมีมาตรการเฉพาะ เช่น กล้องตรวจจับรถค้างบนราง เจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง หรือระบบแจ้งเตือนไปยังศูนย์ควบคุมแบบ Real-time

ชั้นที่ 5: การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ต่อให้ระบบไม้กั้นดีแค่ไหน จุดตัดระดับดินกลางเมืองก็ยังเป็นจุดเสี่ยงโดยธรรมชาติ ทางแก้ที่ถาวรที่สุดคือ “แยกรถไฟออกจากถนน” ไม่ว่าจะด้วยทางยกระดับ ทางลอด หรือการปรับโครงข่ายรถไฟใหม่

ปัญหาคือ วันนี้รูรั่วเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เราเห็นมันจนชินตา เราเห็นรถติดบนทางตัดรถไฟจนชิน เราเห็นไม้กั้นกลางเมืองจนชิน เราเห็นรถไฟสินค้าวิ่งผ่านพื้นที่หนาแน่นของกรุงเทพฯ จนชิน เราเห็นโครงการแก้ปัญหาล่าช้าจนชิน จนสุดท้าย ความชินตากลายเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีใครรู้สึกว่าต้องรีบแก้ ทั้งที่จริงแล้ว จุดนี้มีทางแก้เชิงโครงสร้าง เพื่อให้จบทุกปัญหา คือ – โครงการ Missing Link สายสีแดง ช่วงหัวหมาก–มักกะสัน–พญาไท–บางซื่อ โครงการนี้ควรเป็นโครงสร้างสำคัญในการจัดระบบรถไฟสายตะวันออก เชื่อมเข้าสู่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และลดปัญหาจุดตัดระดับดินในเขตเมืองชั้นใน “ทั้งหมด” แต่โครงการกลับล่าช้ามานาน ส่วนหนึ่งเพราะพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทำให้การแก้ปัญหาความปลอดภัยของคนเมืองถูกผูกไว้กับความล่าช้าของเมกะโปรเจกต์

โครงการวงแหวนรถไฟรอบกรุงเทพฯ ซึ่งยังขาดอยู่เพียงช่วง เช่น สุพรรณบุรี–บ้านภาชี เพื่อให้รถไฟสินค้าสามารถอ้อมออกนอกกรุงเทพฯ ได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องลากขบวนสินค้าผ่านพื้นที่เมืองชั้นในที่มีจุดตัดกับถนนหนาแน่น

เพราะ รถไฟสินค้าไม่ควรต้องวิ่งตัดผ่านหัวใจเมือง ถ้าเรามีโครงข่ายรางรอบนอกที่สมบูรณ์พอ

เหตุการณ์มักกะสันจึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “ใครผิด” แต่เราควรตั้งคำถามว่า ปัญหาที่เราพูดกันมา 20 ปี ทำไมยังไม่แก้ มัวแต่รอๆๆๆ ผูกโครงการรวมกันไปหมด สุดท้ายอันนึงล่ม “ทุกอย่าง” ก็ล่มไปหมด

ผมขอเสนอ แนวทางในการแก้ปัญหาตรงนี้ใน 3 ด้าน คือ 1. อุดรูรั่วระยะสั้น ตรวจสอบไม้กั้น สัญญาณเตือน อาณัติสัญญาณ และติดตั้งระบบป้องกัน Human Error ในจุดตัดเสี่ยงทั้งหมด พร้อมกับการ ทำ Interlocking ระหว่าง สัญญาณจราจร และสัญญาณระบบรถไฟ เพื่อระบายรถก่อนรถไฟจะผ่านจุดตัด เพื่อ “ป้องกัน” จราจร กีดขวางทางรถไฟ 2. เร่ง Missing Link สายสีแดง แยกงานส่วนที่จำเป็นต่อความปลอดภัยออกมาทำก่อน อย่าให้ติดอยู่กับความล่าช้าของโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน 3. เดินหน้าวงแหวนรถไฟรอบกรุงเทพฯ เติมโครงข่ายรางที่ขาด เพื่อให้รถไฟสินค้าอ้อมเมืองได้ ลดการนำความเสี่ยงเข้ามาในพื้นที่เมืองชั้นใน

เหตุการนี้ ไม่ใช้ครั้งแรก และถ้าไม่แก้ให้เด็ดขาดก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถ้าเรายังหย่อนยานกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

แต่ถ้าความปลอดภัยนี้ เริ่มตระหนักจากตัวเรา อย่างน้อย ตัวเรานั้นแหละปลอดภัยครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุริยะใส' จี้ปฏิรูประบบความปลอดภัยสาธารณะ เลิกวัฒนธรรมบริหารแบบ 'แก้หลังเกิดเหตุ' มากกว่าป้องกัน

สุริยะใส ชี้อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงอุบัติเหตุเฉพาะหน้า แต่คือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ของระบบคมนาคมและความปลอดภัยสาธารณะของไทย

นายกฯ ล้อมคอกเร่งลดจุดตัดทางรถไฟ  หาทางเลี่ยงเปลี่ยนเส้นทาง-ขุดอุโมงค์

นายกฯสั่ง รฟท.-ขสมก.เยียวยาสูงสุดทั้งผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตเหตุรถไฟชนรถเมล์กลางกรุง เร่งหามาตรการป้องกันซ้ำรอยจุดตัดทางรถไฟ ชี้ อนาคตอาจเปลี่ยนเส้นทาง-ขุดอุโมงค์

'รองโฆษกปชป.' ซัดระบบความปลอดภัยมีแต่รูรั่วพรุน มัวแต่รอเมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร

รองโฆษกประชาธิปัตย์ ชี้เหตุการณ์ระทึก รถไฟสินค้าชนรถเมล์ เป็นเพราะระบบความปลอดภัย รูรั่วพรุนเหมือน ชีสสวิส รอแต่รอเมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร

'จุลพันธ์' เผยอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ พบผู้ประกันตนบาดเจ็บ 9 ราย สั่ง 'สปส.' ดูแลตามสิทธิทันที

รมว.แรงงาน ยันทันทีที่เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมเร่งตรวจสอบสิทธิเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดและเร่งด่วนที่สุด

ยืนยันชื่อผู้เสียชีวิตได้แล้ว 2 ราย เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์อีก 6  

เจ้าหน้าที่ยืนยันผู้เสียชีวิตเหตุรถไฟชนรถเมล์ได้แล้ว 2 รายเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์อีก 6 ราย พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแจ้งญาติที่ใช้เส้นทางหรือรถเมล์สาย206  หายตัวให้รีบติดต่อด่วน