Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ล้อมคอกก่อนวัวหาย อโณทัย ชุมไชยโย


   นาทีนี้อะไรก็ฉุดนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่อยู่ ไม่ว่าจะขยับทำอะไร แบบไหน ล้วนแต่ได้รับคำชื่นชม ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาอย่างพรรคภูมิใจไทย ที่ข้างนอกมองกันว่า "เป็นต่อ" พรรคประชาธิปัตย์ แต่เอาเข้าจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น
     อย่างกรณีล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่นายกฯ อภิสิทธิ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ นั่งหัวโต๊ะ ก็ "สั่งคว่ำ" โครงการจัดหารถโดยสารปรับอากาศที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง หรือ NGV จำนวน 4,000 คัน วงเงินกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ตามที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคมเสนอ
     เรียกว่างานนี้แม้จะสุ่มเสี่ยงต่อ "เสถียรภาพ" ของรัฐบาล แต่ไม่เห็นมีใครออกมาตำหนินายอภิสิทธิ์เลย รวมทั้งรัฐมนตรีและลูกหาจากพรรคภูมิใจไทยก็เงียบกริบ
     ยังเกรงๆ อยู่ว่า ถ้าหาก นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จากพรรคภูมิใจไทย เสนอวาระสำคัญๆ เข้า ครม. อาจจะถูกตีกลับแบบของนายโสภณน่ะซี เห็นวันก่อนนางพรทิวาร่ำๆ ว่าจะเร่งสรุปท่าทีการเจรจาการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ไทย-สหภาพยุโรป ให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเร็วๆ นี้
     คิดดูให้ดีก่อนก็แล้วกัน ถ้าไม่จัดทำท่าทีอย่างรอบคอบและไทยได้ประโยชน์ รับรองได้เลยว่าไม่ผ่าน ครม.มาร์คแน่นอนจ๊ะเจ๊
     เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเวทีสาธารณะ  "คิดเห็นอย่างไร เตรียมพร้อมหรือไม่ จะรับมืออย่างไร หากไทยจัดทำ FTA  กับสหภาพยุโรป" เพื่อกำหนดกรอบการเจรจากับสหภาพยุโรป ก่อนจะเสนอผลการรับฟังความเห็นต่อ ครม. ขออนุมัติให้มีการจัดทำกรอบการเจรจา และเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190
     กระทรวงพาณิชย์ คาดว่าจะเสนอ ครม.ได้ภายในเดือน ก.ย.นี้
     อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ที่กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งขึ้น เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคเกษตร ยังพบว่าแม้ส่วนใหญ่จะสนับสนุนให้มีการเจรจา แต่ก็ยังกังวลถึง "ความพร้อม" ของไทยว่าเปิดเสรีไปแล้วจะรับมือไหวหรือไม่
     อย่างในส่วนของภาคเอกชนมีท่าทีเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.สินค้าที่สนับสนุนการเจรจาและพร้อมลดภาษี 8 กลุ่ม ได้แก่ อาหาร น้ำตาล สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางกลุ่ม 2.สินค้าที่สนับสนุนการเจรจา แต่ขอขยายระยะเวลาลดภาษี 5 กลุ่ม ได้แก่ ยานยนต์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ พลาสติก ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์  เครื่องหนังและผลิตภัณฑ์ และ 3.สินค้าที่ไม่สนับสนุนการเจรจาและอ่อนไหว 7 สินค้า ได้แก่  ยา เยื่อและกระดาษ ไม้อัด ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องสำอาง โคนม โคเนื้อ เป็นต้น
     ในกลุ่มของภาคเกษตร จากการรับฟังความเห็นทั่วประเทศ 5 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 600 คน มีประชาชน 79.4% เห็นด้วยที่ไทยจะต้องเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป แต่มีความกังวลเรื่องปัญหาสินค้าเกษตรจากสหภาพยุโรปจะทะลักเข้ามาสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร
     ขณะที่ภาคประชาสังคม มีข้อเสนอแนะจากเวทีการสัมมนาบางกลุ่มให้ไทยหยุดการเจรจาไว้ก่อน 5 ปีเป็นอย่างน้อย เพื่อเตรียมความพร้อมและศึกษารอบด้าน ถึงบทเรียนจากการทำ FTA ที่ผ่านมา ให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง
     หรือหากต้องเจรจา ก็ต้องปรับกรอบการเจรจาให้สอดคล้องกับความเห็นที่รับฟังมาจากประชาชนทุกประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่ยังมีความกังวล เช่น ขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าผลไม้ นมผง โคเนื้อ โคนม แร่ธาตุโปรแตช ยิปซัม ตลอดจนประเด็นด้านทรัพย์สินทางปัญญาการผูกขาดสิทธิบัตรยา ปัญหาการเข้าถึงยา ประเด็นด้านการค้าการลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจเกษตร เช่น เมล็ดพันธุ์และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
     อยากเตือนกระทรวงพาณิชย์หน่อยว่า อย่าผลีผลามกับการเปิดเสรี ถ้าหากยังไม่รู้ว่าตัวเองมีความพร้อมแค่ไหน เพราะบทเรียนที่ผ่านมาก็มีให้เห็น เพียงแต่จะสำเหนียกหรือไม่
     กันไว้ดีกว่าแก้ จะได้ไม่เข้าตำรา วัวหายล้อมคอก.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์