Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ด่าได้ด่าไป


 เรียน คุณสามวา สองศอก ที่นับถือ
     ฉันเป็นแฟนไทยโพสต์ตั้งแต่ยังเป็นสยามโพสต์ หยุดอ่านไประยะหนึ่ง เพราะทนนายใบตองเห่าไม่ไหว แต่เมื่อเขายุติไปแล้วก็เลยกลับมาอ่านใหม่
     ระยะนี้เห็นพวกฉลาดเห็นคนอื่นเป็นวัวเป็นควาย อย่างคนชอบอ่าน...เขียนด่าประชาธิปัตย์และคุณอภิสิทธิ์แล้ว รู้สึกว่าทนไม่ได้ทั้งๆ ที่ในชีวิตไม่เคยเขียน จ.ม.ไปถึง นสพ.ฉบับไหนเลย
     มนุษย์พวกนี้ไม่รู้สึกว่า คนที่ไม่ใช่พวกตัวเองเป็นคนเลย ด่าอย่างเดียวเพื่อสนองอารมณ์ ตัณหาของพวกตัวเองเท่านั้น ไอ้พวกกบเลือกนาย
     คุณบอกว่าคนมีปัญญาไม่ยอมรับอภิสิทธิ์ พวกคุณเท่านั้นหรือมีปัญญา คนอื่นเป็นวัวเป็นควาย คนอื่นโง่หมดเลย ฉลาดแต่พวกคุณเท่านั้น
     พวกคุณอยากได้นายกฯ แบบสนธิ จตุพร ทักษิณ หรือตัวคุณเองล่ะ เอาไว้มีปัญญามาบริหารประเทศเสียก่อนนะ ค่อยแสดงความเก่งกล้าสามารถออกมา แล้วนำฝูงของพวกคุณให้ดีๆ หน่อย อย่าพาคนไปตายอีกล่ะ      คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่รักไม่ชอบ แต่ถามหน่อยมีสิทธิ์อะไรที่จะด่าเขาอย่างหยาบคาย เพราะเขาอยู่ในที่สว่าง แต่พวกคุณอยู่ในความมืดดำ หลงตัวเอง จิตใจชั่วร้าย
     ฉันไม่ใช่พวกรักหลงอภิสิทธิ์ แต่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์จะสรรเสริญคนดี มีศีลธรรม อภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นนายกฯ ไปจนตาย และเขาไม่ได้บริหารบ้านเมืองตามใจพวกคุณเท่านั้นนะ ขอให้คิดไว้ด้วย
     สุดท้ายนี้ ขอบอกว่าชอบคุณเปลวมาก จะติดตามไทยโพสต์ตลอดไป
                                                             เหลืองเก่า
ตอบ คุณเหลืองเก่า
     คุณบอกว่าอ่านไทยโพสต์ตั้งแต่ยังเป็นสยามโพสต์ เพิ่งจะกลับมาอ่านอีกครั้งหลังจากที่คนที่คุณไม่ชอบเลิกเขียนตรงนี้ ผมกลัวว่าคุณอาจจะต้องเลิกอ่านไทยโพสต์อีกครั้ง เพราะผมนำจดหมายที่ด่าคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด่าพรรคประชาธิปัตย์ ด่าคุณเปลว สีเงิน และด่าคนที่คิดต่างจากเขามาลงเป็นระยะๆ
     ถ้ารักจะอ่านหนังสือพิมพ์รายวัน ก็ต้องรับได้ทั้งความคิดเห็นที่เหมือนคุณ และความคิดเห็นที่ต่างไปจากคุณ คืออ่านให้รู้จักทั้งเขาและรู้จักทั้งเรา จะได้ไม่ไปละเมอเพ้อพกอยู่ฝ่ายเดียว
     คนที่เคยคิดว่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกัน มีความคิดเห็นที่เหมือนๆ กัน แต่พอเวลาผ่านไปก็อาจจะกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกันได้ อย่างพวกที่เคยเอาข้อเขียนของคุณเปลว สีเงิน ไปขายต่อ เคยบูชาว่าคุณเปลวช่างเป็นคนที่ยุติธรรมเสียนี่กระไร
     เดี๋ยวก็กลับมาด่ากลับมาค้านคุณเปลว เหมือนคนที่ไม่เคยรักกันอย่างนั้นแหละ ทั้งๆ ที่คุณเปลวก็เขียนหนังสืออย่างนี้มานานแล้ว ความเห็นของคุณเปลวผมก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด และไม่ได้ค้านไปทั้งหมด ต้องอ่านไปวันต่อวันว่าคุณเปลวเขียนอะไรบ้าง
     แต่พวกที่เขียนหนังสือด่าคนอื่นด้วยคำหยาบคาย มันก็ฟ้องให้คนอี่นเขารู้ว่าตัวตนที่แท้จริงเป็นอย่างไร ด่าคนอื่นเป็นวัวเป็นควายได้ ถ้าถูกคนอื่นเขาด่าบ้างจะรับได้หรือไม่?                    ถ้าคุณไม่สบอารมณ์ที่ผมตอบจดหมายเมื่อไหร่ ก็คงจะเลิกอ่านไทยโพสต์อีก คนจะอ่านหรือไม่อ่านไทยโพสต์ขอให้มีเหตุผลเท่านั้นเป็นพอ
               เรียนกฎหมายเพื่อใคร?                               
เรียน คุณสามวา สองศอก ที่นับถือ
     "ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายบัญญัติไม่ให้ทำ" คำพูดทำนองนี้ออกมาจาก ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ปริญญาเอกทางกฎหมายจากรามคำแหง
     ผมว่าคำพูดข้อความเหล่านี้ สามารถใช้กับ กฤษฎีกา และ อสส. ได้อย่างเหมาะเจาะในยุคนี้
     สำหรับท่านมีชัย ใครให้อำนาจท่านตีความเรื่องคุณหญิงจารุวรรณ
     สำหรับ อสส.ใครให้อำนาจ ท่านมีอำนาจในการวินิจฉัยว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องในเรื่องของ ป.ป.ช.
     ท่านครับอย่าให้คนรุ่นหลังกล่าวหาต่างๆ ว่าผู้ใหญ่เลอะเลือนเลยครับ เสียชื่อสถาบันหมด คนแก่ถูกถอนหงอกหัวจะล้าน และถูกล้อเลียนได้นะครับ
                                                                 นับถือ
                                                               ช.วานิช
ตอบ คุณ ช.วานิช
     ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อุตส่าห์มุมานะจนเรียบจบปริญญาเอกทางกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่คนที่เรียนจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์อย่างผม ก็ไม่ได้อิจฉาริษยาคุณเฉลิม เพราะผมรู้ตัวดีว่าไม่มีปัญญาเรียนจนจบดอกเตอร์ ลำพังปริญญาตรีที่ได้มาก็เหนื่อยยากแสนเข็ญ    
     ไม่รู้ว่าบัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จะรู้สึกอย่างไรบ้างที่มี ดร.กฎหมายของรามคำแหง แสดงความคิดเห็นออกมาเช่นนี้
     และไม่ใช่เฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิมเท่านั้น ที่เรียนจบกฎหมายแล้วออกมาพูดแบบนี้ พวกที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ก็เรียนจบกฎหมายทั้งนั้น แต่ก็ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม
                  เจ็บตัวแล้วยังเจ็บใจ
เรียน คุณสามวา สองศอก
     จบงานคอนเสิร์ต "ฝนรักชโลมใจ" ไปอย่างโล่งอก ที่แน่ๆ เข้าเนื้อตัวเองไปหลายเงิน แต่ช่างเถอะรักที่จะทำอะไรให้ดี อย่างนี้เขาเรียกว่าเจ็บตัว
     แต่ที่เจ็บใจก็คือนักร้องกิตติมศักดิ์ ที่เข้ามาทางสายอื่นที่เขาไม่เคยรู้จักเรา หรือบางคนอาจไม่เคยขึ้นเวทีคอนเสิร์ตด้วยซ้ำไป กล่าวหาว่า "พรพิรุณ" อาจมีงบสนับสนุนมาจากไหน แล้วไม่ชี้แจงรายรับรายจ่าย
     โชคดีที่ตัวเองเป็นคนรับอะไร จ่ายอะไรแล้วจดมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ผู้ปกครองเข้มงวดหัดให้เรารู้จักใช้เงินในเรื่องที่จำเป็นจริงๆ ก็ส่งอีเมล์รายละเอียดผ่านไปทางพิธีกรที่ชื่อเคน สองแคว ละเอียดยิบทีเดียวแหละ
     ใครซื้อบัตรที่นั่งตรงไหนเท่าไหร่ ใครรับบัตรเชิญกี่คน รับบัตรคืนจากโรงละครหลังเลิกงานเท่าไหร่ มีหมดที่แน่นอน
     ถึงจะกวาดเงินในสมุดฝากทุกเล่มใช้จนหมด จะเข้าเนื้อเข้าหนังยังไง ก็นำเงินไปแบ่งสันปันส่วนในที่ประชุมสมาคมนักร้องฯ แบ่งเป็น ๔ ส่วนตามที่ตั้งใจไว้
     ๑.สวัสดิการวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ๑๓,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นสามพันบาท)
     ๒.สวัสดิการวงดุริยางค์สากลกรมศิลปากร ๑๓,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นสามพันบาท)
     ๓.สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ๑๓,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นสามพันบาท)
     ๔.ให้ครูมนัส ปิติสานต์ ๑๐,๐๐๐ บาท เมื่อวันเกิด ๔ กรกฎาคม ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ขายบัตรได้ ๑๐,๕๐๐ บาทให้ไว้เลย แฟนเพลงมอบเงินเข้าธนาคารให้ ๒,๐๐๐ บาท
     "พรพิรุณ" เหมาขายสูจิบัตรที่ลงทุนพิมพ์เอง ให้ครูมนัสต่างหาก ๑๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินให้ครูมนัส ๓๒,๕๐๐ บาท
     รวมจ่ายส่วนแบ่งทั้งหมดเป็นเงิน ๗๑,๕๐๐ บาท
     ก็แจงให้เห็นกันจะจะ ส่วนตัวเองไม่บอกหรอกว่าเจ็บตัวไปเท่าไหร่ บัตรทั้งขายทั้งแจก ๔๑๔ บัตร จาก ๙๙๕ ที่นั่ง
     ทีนี้ก็ถึงคราวทำมาหากินของตัวเองเสียที บ้านดนตรีทำรวมกับลูกหลานและศิษย์ ชื่อบ้านดนตรีธนะนารถ ปากซอยลาดพร้าว ๑๑๕ (ใกล้ร้านกุ้งกระทะ)
     ตั้งแต่เขารวมตัวกันจัดทำขึ้นมา ยังไม่มีเวลาไปดูเขาเลย มีทั้งห้องบันทึกเสียงระบบทันสมัยไปร้องเพลงแล้วอัดเสียงได้ มีห้องซ้อมดนตรี มีห้องสอนร้องเพลงและดนตรี
     ก็เพราะมัวมาวุ่นทำคอนเสิร์ตให้ครูมนัสเพื่อนรักนี่แหละ ตอนนี้ต้องประกาศว่าจะนั่งทำงาน ๒ แห่ง ที่วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ สอนพวกโน้ตเพลงให้นักร้องรุ่นใหม่ที่บรรจุรับราชการใหม่
     นั่งที่บ้านดนตรีธนะนารถ เป็นสำนักงานเลย ใครอยากรู้ว่านั่งตรงไหน เมื่อไหร่ ก็โทร.ถามที่บ้านดนตรี ๐-๒๗๓๔-๑๓๐๑ ได้ในเวลากลางวันนะคะ            
                                                                พรพิรุณ
ตอบ ครูพรพิรุณ
     ผมก็เพิ่งเคยเห็นคนที่จัดคอนเสิร์ตนำรายรับรายจ่ายมาบอกกล่าวให้ทราบ ต้องบอกก่อนว่าผมก็ได้ไปดูคอนเสิร์ตฝนรักชโลมใจ ที่โรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา
     ขอชมว่าครูพรพิรุณจัดคอนเสิร์ตได้ดีมาก สมกับที่เป็นคอนเสิร์ตของครูเพลงอย่างครูพรพิรุณ กับครูมนัส ปิติสานต์
     เมื่อนับจำนวนเก้าอี้ที่ว่างกับเก้าอี้ที่ไม่ว่าง ก็ต้องเห็นใจผู้จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพราะดูแล้วบัตรน่าจะขายได้ประมาณครึ่งโรง แต่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างก็ต้องจ่ายเต็ม
     อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกาเลยครับ จะทำให้เสียกำลังใจไม่กล้าจัดคอนเสิร์ตอีก
     ผมทราบมาว่าค่ายเพลงใหญ่ๆ เวลาที่จัดคอนเสิร์ต จะได้กำไรมหาศาลครั้งละหลายๆ ล้านบาท เพราะมีทุกอย่างอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงที่จ้างคนแต่งให้ หรือที่ไปซื้อลิขสิทธิ์เขามา มีทั้งนักร้องที่ต่างก็มีชื่อเสียง เพราะมีสื่อในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ มีลูกค้าที่เป็นกอบเป็นกำ
     คอนเสิร์ตที่จัดแค่รอบเดียวคนดูยังไม่เต็ม กับคอนเสิร์ตที่จัดเป็นสิบๆ รอบและมีคนดูเต็มทุกรอบ จะให้ผลลัพธ์มันเหมือนกันได้อย่างไร
                                                         สามวา สองศอก



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์