NG

Saturday, 1 August, 2009 - 00:00

ปลูกป่าในใจ

  ต้นอินทนิลน้ำ  ต้นยางนา  ต้นนนทรีป่า  ต้นกัลปพฤกษ์  และต้นโกงกางสำหรับป่าชายเลนกว่า  15,000  ต้น  กำลังหยั่งรากลงบนพื้นที่ป่ากว่า  20  ไร่  ณ  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จ.จันทบุรี  ด้วยฝีมือการปลูกต้นไม้ที่ร่วมมือกันทำด้วยหัวใจ  เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าของน้องๆ  เยาวชนจาก  54  โรงเรียน  และชาวบ้านจำนวนกว่า  2,000   คน  โดยยึดแนวพระราชดำริ  'ปลูกป่าในใจคน'  เป็นแนวทางและยังได้ร่วมกันฟื้นฟู  และรักษาระบบนิเวศของแหล่งน้ำด้วยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ   อาทิ   ปลานิล  ปลาตะเพียน   กุ้งและปูทะเล  จำนวนกว่า  300,000  ตัว

     กิจกรรมเหล่านี้อยู่ภายใต้โครงการ  'ปลูกป่า  รักษาแหล่งน้ำ'  ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง   บริษัท  ชิน  คอร์ปอเรชั่น  (มหาชน)  และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ที่จัดทำขึ้นในระหว่างปี  2551-2555  เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ   ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องป่าและน้ำ  รวมถึงแนวคิดเรื่องการ  "ปลูกป่าในใจคน"  มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม   โดยการ  "ปลูกป่า  3  อย่าง"  ประโยชน์  4  อย่าง  ได้แก่   ป่าใช้สอย  (ไม้ใหญ่)  ป่ากินได้  (ไม้ผล)  และป่าเพื่อพลังงาน  เพื่อให้ชุมชนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงในการนำไม้มาสร้างหรือซ่อมแซมบ้านเรือน  นำมาเป็นอาหาร  เพื่อเป็นพลังงาน  และเพื่อการอนุรักษ์

     วันนี้นอกจากการปลูกป่าและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำแล้ว  น้องๆ  ยังร่วมพิธี  'ผูกเสี่ยวต้นกล้า'  โดยการนำด้ายจากพานบายศรีไปผูกให้กับต้นไม้ทุกต้นที่ทุกคนร่วมกันปลูก  เพื่อให้เกิดความรักการเอื้อเฟื้อแบ่งปันซึ่งกันและกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ  เปรียบเสมือนการให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลรักษาต้นไม้เหล่านั้นให้เจริญเติบโตตลอดไป  ซึ่งมาจาก  'พิธีบายศรีสู่ขวัญ'  ประเพณีที่มีความสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ซึ่งแสดงถึงการผูกมิตรหรือการเป็นเพื่อนกัน  กิจกรรม  Walk  Rally  เยาวชน  ประกอบด้วย  ฐานดิน  ฐานน้ำ  (ฝายเก็บกักน้ำ)  และฐานแนวคิดของป่า  3  อย่าง  ประโยชน์  4  อย่าง

     ส่วนกิจกรรม  'จากต้นกล้าหลากหลายพันธุ์รวมกันเป็นผืนป่าใหญ่'  เป็นการสร้างความคุ้นเคยให้เกิดขึ้นระหว่างกัน  รวมถึงเสริมสร้างความรู้แก่เยาวชนในเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ในระบบนิเวศ   สาเหตุและผลกระทบจากปัญหาสภาวะโลกร้อน  ขั้นตอนการเพาะและดูแลกล้าไม้ประเภทต่างๆ  พร้อมน้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้อย่างเหมาะสม  เพื่อให้เยาวชนสามารถนำกลับไปใช้กับตนเองและชุมชนได้ต่อไป

     สมประสงค์   บุญยะชัย  ประธานกรรมการบริหาร  บริษัท  ชิน  คอร์ปอเรชั่น  (มหาชน)  กล่าวถึงโครงการว่า  บริษัทฯ  ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าและน้ำ  มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม  รวมถึงนำแนวพระราชดำริ   เรื่อง  การปลูกป่าในใจคน  เข้ามาบรรจุในกิจกรรมหลัก  เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนและชุมชนดูแล  และเป็นเจ้าของร่วมกัน  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต  การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  และยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง

     "ป่าเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ธนาคารชีวิตของคนและสัตว์  หาทุนในเมืองก็เป็นหนี้  แต่หาทุนตามธรรมชาติไม่เป็นหนี้  และได้รับดอกเบี้ยของพืชพรรณในธนาคารชีวิต  ทุกเดือนจะจัดกิจกรรมไปศึกษาป่า  ไปหาทุนทรัพยากรธรรมชาติที่มีในผืนป่ามาช่วยพัฒนาสิ่งที่มีอยู่เดิมในท้องถิ่น  เพื่อให้วิถีชีวิตมีอยู่มีกิน  ไม่เป็นหนี้และอยู่อย่างมีความสุข  เช่น  การเก็บเมล็ดพันธุ์ในป่ามาเพาะกล้า  เสมือนยกป่ามาไว้บ้าน  ชีวิตมีความสุขได้  มีพืชผักสมุนไพร  มีอากาศที่ดี  และต้นไม้ก็ช่วยสร้างความชุมชื่นให้กับผืนแผ่นดิน"   คำบอกเล่าจากนายเล็ก   กุดวงศ์แก้ว  ปราชญ์ชาวบ้าน  จ.สกลนคร

     พล-ชุมพล   ปกพันธ์  ม.6  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สกลนคร  จ.สกลนคร  เล่าว่า   โครงการนี้ทำให้เรารักและใกล้ชิดกับต้นไม้และป่าไม้มากขึ้น  เป็นครั้งแรกที่ได้ผูกเสี่ยวต้นกล้าทำให้รู้สึกผูกพันและอยากดูแลต้นไม้เหล่านี้มากขึ้น  รวมทั้งได้เรียนรู้คุณค่าของดิน  น้ำ  และป่าไม้ว่ามีประโยชน์กับตัวเรามาก   และสอนให้รู้จักการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม  อยากให้ทุกคนหันมาปลูกต้นไม้  รักษาต้นน้ำลำธาร  เพราะถ้าไม่มีป่าไม้และน้ำเราจะอยู่อย่างไร

     แพรว-ด.ญ.จุฑามาศ   คูสุรังคณานนท์  ป.6  โรงเรียนบ้านชำขวาง  จ.ฉะเชิงเทรา   บอกว่า   ป่าเป็นสิ่งที่สวยงาม  อยากให้ช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าเยอะๆ  อากาศก็จะดีขึ้น  ช่วยลดโลกร้อนด้วย  โครงการนี้สอนให้เรารู้จักประโยชน์และคุณค่าของธรรมชาติรอบ

ตัวเรา  รู้จักหวงแหนและดูแลรักษาธรรมชาติ  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคน  ก็อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์เพื่อคนรุ่นๆ  ต่อไปได้อยู่กันอย่างมีความสุข

     "หนูดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการปลูกป่าและปล่อยพันธุ์ปู   พันธุ์กุ้งในโครงการนี้   ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี  เพราะช่วยให้ต้นไม้มีมากกว่าเดิม  ได้เรียนรู้วิธีเพาะกล้าไม้โกงกางซึ่งเป็นพืชที่เหมาะแก่การปลูกในพื้นที่ป่าชายเลน   และมีประโยชน์มากมาย  เช่น  เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ   สร้างความชุ่มชื่น   ให้อากาศที่ดี  และสร้างความสุขให้กับเรา  การปล่อยปูและกุ้งลงในแหล่งน้ำก็จะช่วยให้ระบบนิเวศดีขึ้น  มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นด้วย"  เสียงจาก  เดือน-ด.ญ.พันจิรา สิทธิบุศย์  ชั้นประถมศึกษาปีที่  6  โรงเรียนบูรพา  จ.จันทบุรี.