Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

'ช้าง'เชื่อมป่าตะวันตก-มรดกโลก


   การกระทบกระทั่งระหว่างช้างป่ากับชาวบ้านรอบป่าตะวันตกยังคงมีให้พบเห็นและเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ บ่อยครั้งช้างป่าที่หลงเหลือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระออกมาหากินและทำลายพืชไร่ของชาวบ้าน จากการที่พื้นที่ป่าธรรมชาติที่เคยมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ลดจำนวนลง และส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากที่ทำกินของชาวบ้านอาจจะเคยเป็นแหล่งอาหารดั้งเดิมของช้าง เมื่อป่าเปลี่ยนสภาพช้างกลับมาหากินจุดเดิม แต่กลับพบเจอผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านขยายอาณาเขตหากินไปเรื่อยๆ จนถึงรอบๆ บ้านของชาวบ้าน จนกลายเป็นความขัดแย้งของคนกับช้างป่า
     บริเวณกลางป่าซึ่งอยู่ในพื้นที่เตรียมผนวกของเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์เองก็เช่นกัน เป็นที่ตั้งกลุ่มบ้านกะเหรี่ยงหลายบ้าน ตั้งแต่บ้านเขาเหล็ก แสวงบ่า พุคลอง บ้านกลาง ตีนตก บึงชะโค น้ำพุ ไกรเกรียง และปากลำขาแข้ง บริเวณนี้มีบ้านเรือนและพื้นที่ปลูกข้าว ทำสวนทำไร่ สองสามปีมานี้พบช้างเข้ามาหากินในชุมชน บางครั้งช้างป่าเดินลงมาเกือบถึงถนน ที่สำคัญมันเริ่มปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ดื้อและดุร้ายมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านอีกไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากการที่ช้างเข้ามาทำลายพืชไร่ และคิดว่ามันเป็น "ศัตรู" จำเป็นต้องมีการแก้ปัญหานี้อย่างรวดเร็วก่อนลุกลามจนเกิดความรุนแรง
     นริศ บ้านเนิน หัวหน้าภาคสนามสุพรรณบุรี-กาญจนบุรีตะวันออก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ช้างที่อยู่ป่าสลักพระ นักวิจัยประเมินไว้ว่ามีถึง 200 ตัว เดิมเป็นผืนป่าใหญ่ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนสภาพไปมาก มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนศรีนครินทร์ มีถนน มีบ้านเรือน ช้างป่าที่นี่เหมือนติดเกาะ เพราะด้านหนึ่งเป็นหมู่บ้าน ด้านหนึ่งเป็นถนนและอ่างเก็บน้ำ จึงเกิดปัญหาช้างออกมาหากินทำลายพืชผลชาวบ้าน เส้นทางอพยพเดิมของช้างถูกตัดขาด เป็นไปได้ว่าป่าสลักพระอาหารการกินน้อยลง ช้างต้องการพื้นที่หากินกว้างขึ้นและมีการกระจายตัวมากขึ้น บ้านแสวงบ่าอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ มีกล้วยป่าและไผ่อุดมสมบูรณ์ ช้างจึงทะลักขึ้นมาที่นี่
     ช่วงปี 2550 มีรายงานพบช้างจำนวนมากบริเวณถ้ำธารลอด ในอุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ ยังเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ไม่เข้ามาในชุมชน จนเมื่อปี 2552 พบช้างมากินข้าวไร่ที่บ้านแสวงบ่า จากนั้นก็กลับมากินตลอด ยกตัวอย่างวันที่ 5, 6 และ 7 มิถุนายน 2553 มีกลุ่มช้างป่า 5 เชือก เข้ามา ช้างตัวใหญ่ที่สุดก็ขนาดคนนั่งลงในรอยเท้ามันได้ อีกกลุ่มที่พบมีแม่ช้าง 3 เชือก ลูกช้าง 3 เชือก และช้างงาอีก 1 เชือก เจ้าหน้าที่สำรวจพบรอยงาถูกับต้นไม้และมูลช้าง หรือย้อนกลับไปวันที่ 15 มีนาคม 2553 มีรายงานช้าง 1 เชือกลงมากินกล้วยที่บ้านบึงชะโค เดินมาถึงถนนลาดยางแต่ไม่กล้าข้ามไปเพราะกลัวสุนัขเห่า ปรากฏว่าติดอยู่ในป่าไผ่ ก่อนจะกลับเข้าป่าไป
     "ช้างลงชุมชนมากขึ้น เริ่มกินกล้วย มะพร้าว เข้าครัวชาวบ้านหรือพังกุฏิวัดขโมยเกลือกิน ชาวบ้านแก้ปัญหาด้วยการตะโกนไล่ ตีปี๊ปไล่ แรกๆ ได้ผล ตอนหลังเปลี่ยนมาฉายไฟใส่ เพราะช้างพัฒนาและดื้อมาก มันเตะก้อนหินใส่ไฟแตก ปัญหาเรื่องคนกับช้างยังไม่มีความเข้าใจ คิดว่าต่างคนต่างเป็นศัตรู อยู่ด้วยกันลำบาก เพราะทำพืชไร่เสียหาย บ้านเรือนพัง และอาจนำไปสู่สิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้ ตอนนี้แทบจะไม่มีข้อมูลด้านช้างเลย" นริศกล่าว และย้ำว่า การเก็บข้อมูลการกระจายตัวของช้างป่าในอุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ และการเฝ้าระวังไม่ให้ช้างเข้ามาหากินในชุมชน ไม่ให้ชาวบ้านทำร้ายช้าง เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเริ่มต้นแก้ปัญหา และจำเป็นต้องทำอย่างรวดเร็วให้ทันกับสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
     โครงการเชื่อมระบบนิเวศผืนป่าเพื่ออนุรักษ์ช้างและสัตว์ป่าในผืนป่าตะวันตก ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกันจัดทำเพื่อแก้ปัญหาช้างป่ากับชุมชน เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพราะตามแผนงานได้กำหนดให้แล้วเสร็จทั้งงานเก็บข้อมูลภาคสนาม และการเชื่อมระบบนิเวศผืนป่าเพื่อเป็นเส้นทางอพยพของช้างและสัตว์ป่า ภายใน 5 ปี (ปี 2553-2557) ถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาวางแผนขบคิดกันพอสมควร โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน หน่วยงานป่าไม้ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในทำงานแก้ไขปัญหาร่วมกัน รวมทั้งการปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาสัตว์ป่า
     วรรณโณบล ควรอาจ หัวหน้างานวิชาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ให้ข้อมูลว่า ตามโครงการระยะแรก ปี 2553-2554 เราต้องการทราบปริมาณของช้าง และการใช้พื้นที่ของช้าง อยากรู้สถานภาพเพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าของสัตว์ป่าและผืนป่า ตอนนี้ยังขาดข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ เราจะติดกล้องดักถ่ายภาพจำนวน 12 ตัว กระจายตามพื้นที่ที่มีรายงานพบช้าง งานภาคสนามจะดำเนินการควบคู่กับการพาชุมชนไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับพื้นที่อื่นๆ ที่เจอปัญหาในลักษณะเดียวกัน ยกตัวอย่างสลักพระที่สร้างแนวรั้ว, แก่งกระจาน, กุยบุรี รวมทั้งลดความขัดแย้ง การปลูกพืชเสริมอาหารให้แก่ช้างป่า เสริมโป่งดินในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ตลอดจนพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ เน้นปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเชิงเศรษฐกิจที่ไม่ใช่อาหารของช้าง การสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในการจัดการช้าง ต้องใช้คำว่า "งานหนัก"
     หัวหน้างานวิชาการมูลนิธิสืบฯ กล่าวต่อว่า ในระยะยาว ปีที่ 3-5 เน้นไปที่การบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมีแผนเชื่อมระบบนิเวศผืนป่าให้เป็นทางช้างและสัตว์ป่าได้ข้ามไปมา ใช้พื้นที่หาอาหารและขยายพันธุ์ เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์ในกลุ่มครอบครัวหรือ "เลือดชิด" ซึ่งจะทำให้ประชากรอ่อนแอ ถ้าสามารถเชื่อมต่อเขตฯ สลักพระ อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ อุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ กับผืนป่าตะวันตกทั้งผืน โดยเฉพาะเขตฯ ห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรที่อยู่ด้านบนได้ นับเป็นความสำเร็จในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและช่วยรักษาพันธุกรรมของช้าง
     เมื่อพูดถึงทางเชื่อมผืนป่าในพื้นที่ นริศบอกว่า สัตว์ป่าไม่สามารถข้ามไปมาหากินได้ เนื่องจากมีถนนตัดผ่าน มีชุมชนหนึ่งกั้นสองอุทยานเฉลิมรัตนโกสินทร์และเขื่อนศรีนครินทร์ออกจากกัน จุดที่เชื่อมอยู่บริเวณทางเข้าบ้านแสวงบ่า ถนนลาดยางต้องขุดทิ้งเพื่อให้เป็นพื้นดินตามธรรมชาติ ใช้เป็นทางเดินสัตว์ ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วก็สร้างสะพานให้รถวิ่งข้าม เราต้องรวมเอาพื้นที่อุทยานและพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามารวมกัน เพราะนั่นหมายความว่า ช้างป่าจะได้เคลื่อนย้ายหากินที่ทุ่งสว่างในอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าดิบมีความสมบูรณ์ ยังมีวัวแดง กระทิง เสือโคร่งจำนวนมาก สัตว์ป่าจากที่นี่ก็ได้กระจายไปหากินในเขตสลักพระ แต่ที่สำคัญต้องไม่ลืมเรื่องงานป้องกันไม่ให้ช้างและสัตว์ถูกล่าด้วย คิดว่าน่าจะดูแลร่วมกันในรูปคณะกรรมการ
     ที่บ้านแสวงบ่า หมู่ 1 ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เราได้พูดคุยถามไถ่เรื่องต่างๆ กับ กฤษณ์ อ่ำอ่อน คณะกรรมการหมู่บ้าน ที่ทำให้รู้ว่า หมู่บ้านนี้ย้ายมาอยู่อาศัยบริเวณนี้ประมาณ 40 ปี มี 25 หลังคาเรือน บริเวณนี้เคยมีช้างเข้ามาในพื้นที่ แต่จำนวนไม่มาก และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างที่สั่นคลอนก็เกิดขึ้นเมื่อสองปีมานี้ กฤษณ์เล่าว่า สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจก็คือ ช้างเข้ามากินผักผลไม้ ทำลายข้าวของ เหยียบท่อน้ำ รวมถึงรื้อสิ่งก่อสร้างบางส่วน แต่ก่อนเจอคนจะหนี เลี่ยงไม่เข้าในบริเวณชุมชน แต่ตอนนี้เปลี่ยนไป เพราะช้างมากินเกลือที่ชาวบ้านโรยไว้หลุมเสากุฏิวัดเพื่อป้องกันปลวกแล้วเกิดติดใจ ชาวบ้านก็แก้ปัญหาไปเสริมโป่งในพื้นที่อื่น ช้างจะได้ไม่มารบกวนในหมู่บ้าน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มาให้ความรู้ว่า การให้อาหารไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา ชาวก็เลิกทำกัน หลายปีมานี้ที่ปัญหารุนแรงชาวบ้านก็เลิกปลูกข้าวโพด มันสำปะหลังในหมู่บ้าน แต่จะเลิกปลูกข้าวไร่คงทำไม่ได้ เพราะเป็นวิถีของพวกเรา
     "เมื่อไม่มีใครให้อาหาร ช้างบุกไปที่วัด หลุมเสาไม่มีเกลือ ก็รื้อครัววัด จากนั้นไปรื้อครัวบ้าน เพราะมีกะปิ ของเค็ม ช้างเริ่มเรียนรู้รื้อกระต๊อบ เราเองก็เรียนรู้ ถ้าไม่มีคนอยู่บ้านต้องเก็บเกลือให้ดี ช้างจะมาทุ่มสองทุ่ม บางวัน 6 โมงเย็นก็มาแล้ว หมาเห่าจนชาวบ้านนอนไม่หลับ และรู้สึกกลัวเมื่อเข้าใกล้บ้านมาก สวนกล้วย สวนขนุน สวนมะพร้าวที่ชาวบ้านปลูกไว้เป็น 10 ปี รอเก็บผลผลิต ช้างกินหมด มะพร้าวต้นใหญ่ๆ ฉีกกิน กล้วยก็กินแต่ไส้ บ้านไหนมีรถมอเตอร์ไซค์ก็ติดเครื่องทำเสียงดัง ถ้าไม่มีก็พยายามตะโกน เคาะปี๊ป ฉายไฟไล่ เปิดหวอ แต่ช้างเรียนรู้ว่าไม่เป็นอันตราย ก็เตะหินใส่เรา ช้างจะเข้าบ้านที่ติดกับชายป่าเท่านั้น และเข้าซ้ำ ถ้าในอนาคตประชากรช้างมากขึ้น อาจมีเหตุการณ์รุนแรง" กฤษณ์บอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านนี้
     นอกจากระบายความอัดอั้นจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากช้างป่าแล้ว กฤษณ์ยืนยันว่า ชาวบ้านแสวงบ่าเห็นตรงกันเรื่องการสร้างแนวรั้วไฟฟ้ารอบหมู่บ้าน จะเป็นแนวทางแก้ปัญหาความเดือดร้อน โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ผ่านแบตเตอรี่เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้า เพราะบ้านแสวงบ่าไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง อย่างที่บ้านเกาะบุกก็สร้างรั้วไฟฟ้า แต่ได้ยินข่าวว่ามีช้างตาย บ้านแสวงบ่าอยากแก้ปัญหาได้ดีกว่านั้น ไม่อยากให้มีช้างตายในหมู่บ้าน ขณะเดียวกันเราไม่เห็นด้วยกับการทำโป่งดินในพื้นที่ ซึ่งจะดึงช้างป่าลงมากินเกลือ รวมทั้งอาจทำให้ช้างดื้อและพาช้างในกลุ่มอื่นๆ มาด้วย
     เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนและช้างจะเป็นอย่างไร "เราขอแค่ความปลอดภัย เราอยู่ร่วมกับช้างได้ และอยู่ร่วมกันมานานแล้วในผืนป่าแห่งนี้" นี่เป็นคำตอบสุดท้ายที่ได้รับจากชายชาวแสวงบ่า และสำคัญเหลือเกินสำหรับการวางแผนการจัดการพื้นที่ในเชิงระบบนิเวศที่คิดถึงสัมพันธ์ระหว่างคน สัตว์ป่า และป่าไม้ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในระยะยาวต่อผืนป่าตะวันตกและมรดกโลก.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์