เส้นทางชีวิตของแต่ละคนในวัยเด็กอาจถูกวาดฝันไว้แตกต่างกัน บางคนก็ได้วาดฝันเส้นทางในอนาคตไว้หลายเส้นทาง แต่คงมีไม่กี่คนที่จะโลดแล่นไปบนเส้นทางที่หมายมาดไว้ได้ทั้งหมด เฉกเช่นเดียวกับเส้นทางชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ ไมตรี ลิมปิชาติ ถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นชีวิตโดยการเป็นนักเขียน เจ้าของผลงานชื่อดังมากมาย แต่ภายหลังก็ได้หันเหมาสู่เส้นทางของศิลปะ อีกหนึ่งสิ่งนอกเหนือจากงานเขียนที่ตัวเขาชื่นชอบ
งานนิทรรศการงานเขียนและภาพวาด "บนถนนหนังสือสู่เส้นทางศิลปะ" ของไมตรี ลิมปิชาติ ที่จัดขึ้นโดยอุทยานการเรียนรู้ TK park ร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 9-19 มี.ค.53 นับว่าเป็นการบอกเรื่องราวชีวิต 2 ภาคของไมตรี ลิมปิชาติ ได้อย่างครบถ้วน
นักเขียนผู้ผันตัวเองมาเป็นศิลปินเล่าถึงความเป็นมาในชีวิตว่า สิ่งที่ชอบเมื่อครั้งยังเป็นเด็กมีอยู่ 3 อย่าง คือ กีฬา หนังสือ วาดรูป อันดับแรกที่เลือกทำคือการนักกีฬาบาสเกตบอล เพราะคิดว่าถ้าแก่ตัวลงคงเล่นกีฬาแบบนี้ไม่ได้แน่ จากนั้นพอเรียนจบชั้น ม.6 ก็สอบเข้าโรงเรียนเพาะช่างได้ แต่พ่อไม่อยากให้เรียนวาดรูป เพราะจบมาก็จะเป็นได้แค่ครูสอนวาดรูป ทำให้ต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวายแทน
ต่อมาจากการที่ได้เป็นนักอ่านหนังสือ จึงเกิดความรู้สึกอยากเขียนหนังสือขึ้นมา แต่พิมพ์ดีดไม่เป็น ทำได้เพียงแค่เขียนเรื่องสั้นแบบผิดๆ ถูกๆ เก็บไว้ พอหลังแต่งงาน ภรรยาได้อ่านผลงานที่ได้เขียนเก็บไว้แล้วเกิดความรู้สึกสนุก ทางภรรยาเลยทำหน้าที่เป็นเหมือนบรรณาธิการประจำบ้าน อ่านเรื่องแล้วพิมพ์ดีด ส่งเรื่องให้สำนักพิมพ์ต่างๆ ทำได้ให้มีงานเขียนมากมายได้ตีพิมพ์ในที่สุด
"ความรู้สึกลึกๆ ของผมอยากที่เขียนรูปอยู่แล้ว แต่ติดตรงที่ยังไม่มีความกล้าเพียงพอ โดยมีอยู่ครั้งหนึ่งผมเดินทางไปเยี่ยมลูกที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา และได้มีโอกาสเข้าไปดูงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง มีอยู่ภาพหนึ่งมีคนต่อแถวเข้าไปดูเยอะมาก พอคนที่ชมภาพนั้นเสร็จแล้วเดินสวนกลับมา พวกเขาหันมายิ้มให้ผม ทำให้ผมสงสัยว่าภาพนั้นจะสวยแค่ไหน แต่พอผมได้เข้าไปชมจริง พบว่าภาพนั้นเป็นภาพดำๆ และมีลายเซ็นอยู่ด้านล่าง แต่ภาพนี้มีคนดูเยอะมาก ซึ่งผมเองก็บอกไม่ได้ว่าภาพนี้ดีหรือไม่ดีกันแน่ ทำให้ผมคิดได้ว่าศิลปะคืออะไรก็ได้ และมันยังทำให้ผมฉุกคิดได้อีกว่าช้างหรือลิงยังวาดรูปได้เลย ทำไมเราเป็นคนจะวาดรูปนั้นบ้างไม่ได้ล่ะ" คุณไมตรีกล่าว
ไมตรียังเล่าต่อถึงเทคนิคการวาดรูปของตัวเองด้วยว่า เป็นเทคนิคแบบที่คิดค้นขึ้นเอง เป็นการนำเอาสีอะครีลิกแต้มลงไปบนผืนผ้าใบด้วยอารมณ์สบายๆ ปล่อยให้สีที่วาดวิ่งไป จนเกิดความพอดีไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป
"ศิลปะคืออะไรก็ได้ของใครคนนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นการเขียนหนังสือหรือการเขียนรูปต่างก็คล้ายๆ กัน ที่จะต้องใช้จินตนาการและอารมณ์เป็นตัวกำหนด เพราะถ้าเรามีอารมณ์ร่วมจะทำให้ผลงานออกมาดี แต่ถ้าถามผมว่าข้อแตกต่างของสิ่งนี้คืออะไร ผมคงตอบได้ว่าการเขียนรูปมันไวกว่า ดูมีความสุขกว่า อย่างไรก็ตาม ผมจะไม่ทิ้งการเขียนหนังสืออย่างแน่นอน" ไมตรีกล่าว
ทั้งนี้ นอกจากนิทรรศการงานเขียนและภาพวาด "บนถนนหนังสือสู่เส้นทางศิลปะ" แล้ว ไมตรี ลิมปิชาติ ยังได้นำเสนอผลงานเขียนในชื่อหนังสือ "บนถนนหนังสือสู่เส้นทางศิลปะ" ที่มีเนื้อหาเล่าเรื่องถึงความเป็นมาในการเขียนหนังสือแต่ละเล่ม เพราะเหตุใดถึงได้ไปเป็นคอลัมนิสต์ ซึ่งเนื้อหาเปรียบเสมือนเป็นชีวประวัติของไมตรีเอง โดยหนังสือเล่มดังกล่าวจะมีวางจำหน่ายบนแผงหนังสือชั้นนำทั่วไป ในราคา 280 บาท
งานนิทรรศการ "บนถนนหนังสือสู่เส้นทางศิลปะ" นอกจากจะมีผลงานศิลปะ ผลงานเขียนของไมตรี ลิมปิชาติ แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย โดยในช่วงเสาร์ที่ 13 และอาทิตย์ที่ 14 มี.ค.ศกนี้ จะมีกิจกรรม อาทิ การสอนวาดรูปสีน้ำโดยสุเทพ สังข์เพ็ชร และสาธิตการผลิตหนังสือ (จากต้นฉบับสู่เล่ม) โดยสัมพันธ์ ก้องสมุทร รวมทั้งเรียนรู้การเขียนหนังสือโดยประภัสสร เสวิกุล ผู้สนใจเข้าชมงานได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. (หยุดวันจันทร์) ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8.








