อินเดียยอมรับยิงมิสไซล์ใส่ปากีสถานโดยไม่ได้ตั้งใจ

กระทรวงกลาโหมของอินเดียยอมรับว่า มีมิสไซล์ลูกหนึ่งถูกยิงไปตกในปากีสถานโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ "น่าเสียใจอย่างยิ่ง" โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

แฟ้มภาพ วันที่ 26 ม.ค. 2565 ระบบมิสไซล์อากาศของอินเดีย ร่วมในขบวนสวนสนามวันชาติ ที่กรุงนิวเดลี (Photo by Money SHARMA / AFP)

ตามรายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2565 เหตุการณ์ชวนหวาดเสียวว่าจะกลายเป็นความขัดแย้งบานปลายระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่ต่างมีอาวุธนิวเคลียร์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่กระทรวงกลาโหมของอินเดียเพิ่งแถลงยืนยันเมื่อวันศุกร์ว่า มิสไซล์ที่ยิงไปนั้นเป็นการปล่อยมิสไซล์โดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากความผิดพลาดทางเทคนิคระหว่างการบำรุงรักษาตามปกติ

คำแถลงไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นมิสไซล์ชนิดใด แต่ยอมรับว่ามิสไซล์ลูกนี้ตก "ในพื้นที่ของปากีสถาน" เหตุการณ์นี้ "น่าเสียใจอย่างยิ่ง" แต่ก็โล่งใจที่อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ทำให้มีคนเสียชีวิต

แถลงการณ์จากอินเดียมีออกมาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานประณามการละเมิดน่านฟ้าของปากีสถานโดยวัตถุบินด้วยความเร็วเหนือเสียงที่มีที่มาจากอินเดีย โดยกระทรวงได้เรียกอุปทูตอินเดียประจำกรุงอิสลามาบัดมารับการ "ประท้วงอย่างรุนแรง"

ปากีสถานกล่าวด้วยว่า การยิงมิสไซล์ด้วยความสะเพร่าครั้งนี้ทำให้ทรัพย์สินบนพื้นดินได้รับความเสียหาย และเสี่ยงต่อชีวิตของพลเรือนและอากาศยานในน่านฟ้าปากีสถาน ถือว่าอินเดียไม่รู้สึกรู้สาต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

อินเดียและปากีสถานเคยทำสงครามกันมาแล้ว 3 ครั้ง นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 2490 โดยสงคราม 2 ครั้งเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องดินแดนแคชเมียร์

ปัจจุบันอินเดียวางกำลังทหารมากกว่า 500,000 นาย ในรัฐแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย ที่กบฏหลายกลุ่มต่อสู้มานานหลายสิบปีเพื่อเรียกร้องเอกราชหรือเพื่อรวมดินแดนกับปากีสถาน รัฐบาลอินเดียกล่าวหารัฐบาลปากีสถานว่าสนับสนุนกบฏเหล่านี้ แต่ปากีสถานปฏิเสธ

เมื่อปี 2562 เครื่องบินรบของอินเดียโจมตีทางอากาศค่ายฝึกก่อการร้ายในปากีสถาน หลังจากมือระเบิดฆ่าตัวตายจากกองกำลังในปากีสถานระเบิดฆ่าทหารอินเดีย 40 นาย วันต่อมา ทั้งสองประเทศตอบโต้กันทางอากาศ และมีเครื่องบินรบอินเดียอย่างน้อย 1 ลำโดนยิงตก นักบินอินเดียโดนปากีสถานจับตัวไว้ แต่ต่อมานายกฯ อิมรอน ข่าน ยอมปล่อยตัวเขาเพื่อความสันติสุข.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผวาซํ้ารอย‘โควิด-19’ เฝ้าระวัง‘ไวรัสนิปาห์’!

รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

กต. เร่งชี้แจงทูตอินเดีย รื้อถอนสิ่งก่อสร้างเพื่อควบคุมพื้นที่ ไม่ใช่เทวสถาน

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการประชุม เช่น วานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กองทัพแจงรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแปลกปลอมในพื้นที่อธิปไตยไทย ไม่ใช่ศาสนสถาน

ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ตามที่มีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีลักษณะคล้ายประติมากรรมทางศาสนา ในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา จนก่อให้เกิดความห่วงกังวลและการตีความที่หลากหลายในสังคมนั้น