แอนดี เบิร์นแฮมให้คำมั่นฟื้นฟูความหวังในฐานะนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ

แอนดี เบิร์นแฮมกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของพรรคแรงงานและว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ พร้อมคำมั่นว่าจะฟื้นฟูความหวังให้แก่ประชาชน

แอนดี เบิร์นแฮมกล่าวสุนทรพจน์หลังจากได้รับการยืนยันให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงานคนใหม่ ระหว่างการประชุมพิเศษของพรรคฯ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม (Photo by Henry NICHOLLS / POOL / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 กล่าวว่า แอนดี เบิร์นแฮมได้รับเลือกให้เป็นผู้นำคนใหม่ของพรรคแรงงานอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เขากลายเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ

เบิร์นแฮมซึ่งได้รับฉายาว่า "ราชาแห่งแดนเหนือ" จากการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์เป็นเวลา 9 ปี ให้คำมั่นว่าจะทำงานเพื่อปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพในทุกภูมิภาคของประเทศ

"ประชาชนและสถานที่ต่างๆ รอคอยการเมืองที่จะทำให้พวกเขามีความหวังอีกครั้งมานานเกินไปแล้ว และเราจะมอบความหวังกลับคืนให้พวกเขา" เบิร์นแฮมให้คำมั่นในที่ประชุมพรรคฯ

"ผมอยู่เพื่อพวกเราทุกคน" เขากล่าวท่ามกลางเสียงเชียร์

ชายวัย 56 ปีผู้นี้เข้ารับตำแหน่งต่อจากเคียร์ สตาร์เมอร์ ซึ่งลาออกเมื่อเดือนที่แล้วเพราะเหตุวุ่นวายทางการเมือง, เรื่องอื้อฉาว และความผิดพลาดด้านนโยบายภายในประเทศ ตลอดหลายเดือนทึ่ผ่านมา

เนื่องจากพรรคแรงงานฝ่ายซ้ายกลางยังคงครองเสียงข้างมากอย่างท่วมท้นในรัฐสภาหลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2024 และด้วยฐานะผู้นำของพรรคฯ เบิร์นแฮมจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศโดยไม่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่

ในวันจันทร์หลังจากเข้าพบพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เบิร์นแฮมจะเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการที่ถนนดาวนิง และกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของสหราชอาณาจักรในรอบทศวรรษ

เบิร์นแฮมเพิ่งกลับมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างน่าตื่นเต้นหลังจากหายไป 9 ปี โดยมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะเข้ามาแทนที่สตาร์เมอร์

บรรดาส.ส. พรรคแรงงานเชื่อว่าเขาคือโอกาสที่ดีที่สุดในการสกัดกั้นพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) ของไนเจล ฟาราจ ซึ่งมีนโยบายต่อต้านผู้อพยพและถูกคาดการณ์ว่าจะชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2029

แนวคิดหลักของเบิร์นแฮมคือการกระจายอำนาจไปยังเมืองและภูมิภาคต่างๆ รวมถึงการจัดตั้งสำนักงาน "หมายเลข 10 แห่งแดนเหนือ"

เขามาจากกลุ่มที่เรียกว่าฝ่ายซ้ายสายกลางของพรรค และสนับสนุนการควบคุมบริการสาธารณะมากขึ้น เช่น น้ำประปา และการฟื้นฟูอุตสาหกรรม

"ถ้าเราต้องการเศรษฐกิจและประเทศที่ทำงานได้เพื่อทุกคนและทุกพื้นที่ มันจำเป็นต้องมีเส้นทางใหม่ไปสู่เส้นทางที่เราเดินมาตลอด 40 ปีที่ผ่านมา" เขากล่าว

เบิร์นแฮมให้คำมั่นว่าจะเร่งการก่อสร้างที่อยู่อาศัยสาธารณะเพื่อแก้ไขวิกฤตคนไร้บ้าน และอัดฉีดทรัพยากรเข้าสู่การดูแลทางสังคม

เขาได้เป็นหัวหน้าพรรคในการลงสมัครครั้งที่สาม หลังจากล้มเหลวในการลงสมัครเมื่อปี 2010 และ 2015

เบิร์นแฮมเคยเป็น ส.ส. ระหว่างปี 2001 ถึง 2017 และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลของโทนี่ แบลร์ และกอร์ดอน บราวน์

หลังจากนั้น เขาได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองให้เป็นคนของประชาชน โดยผสมผสานสไตล์ที่เป็นกันเองเข้ากับภาพลักษณ์ทันสมัยในโซเชียลมีเดีย

ส.ส. พรรคแรงงานมองว่าเขาเป็นผู้สื่อสารที่ดีกว่าสตาร์เมอร์ และหวังว่าเขาจะใช้แนวทางที่รุนแรงกว่าในการปฏิรูปบริการสาธารณะที่ย่ำแย่ของอังกฤษ

"มันรู้สึกเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ และมีเหตุผลให้มีความหวัง" ริชาร์ด เบเกอร์ ส.ส. พรรคแรงงานกล่าว

ในเดือนกรกฎาคม 2024 สตาร์เมอร์นำพรรคแรงงานกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้งหลังจากอยู่ในฝ่ายค้านมา 14 ปี ด้วยชัยชนะอย่างถล่มทลายเหนือพรรคอนุรักษนิยมซึ่งเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไปถึง 5 คนในช่วงความวุ่นวายที่เกิดจากการลงประชามติ 'Brexit' ในปี 2016

แต่การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของสตาร์เมอร์กลับเต็มไปด้วยความผิดพลาดและข้อโต้แย้งด้านนโยบายภายในประเทศ รวมถึงการแต่งตั้งปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตผู้ร่วมงานของเจฟฟรีย์ เอปสไตน์ เป็นเอกอัครราชทูตประจำวอชิงตัน

ผลการเลือกตั้งที่ย่ำแย่ระดับท้องถิ่นและภูมิภาคในเดือนพฤษภาคมยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับสตาร์เมอร์ซึ่งยากที่จะต้านทานได้ ทำให้เบิร์นแฮมซึ่งชนะการเลือกตั้งซ่อมในรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน มีสิทธิ์ลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ โดยเบิร์นแฮมซึ่งมักปรากฏตัวในเสื้อยืดสีเข้มและแจ็กเก็ตลำลองที่เป็นเอกลักษณ์ ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. พรรคแรงงาน 379 คน จากทั้งหมด 403 คน และได้รับตำแหน่งผู้นำคนใหม่อย่างไม่มีคู่แข่ง

จากนี้ไป เขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบากเช่นเดียวกับที่สตาร์เมอร์เคยเผชิญ ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซา, ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลที่สูงขึ้น, ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการที่พุ่งสูงขึ้น และปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายที่เดินทางมาทางเรือซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักรกำลังได้รับคะแนนนิยมมากขึ้น

ราคาน้ำมันที่ไม่แน่นอนเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีพฤติกรรมไม่แน่นอน ก็เป็นภัยคุกคามต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขาเช่นกัน

เบิร์นแฮมยังให้คำมั่นด้วยว่าจะไม่ขึ้นภาษีหลักของประเทศ แต่จะต้องหาทางอุดช่องว่างงบประมาณ 4,700 ล้านปอนด์ ในแผนการลงทุนด้านกลาโหมของประเทศภายใน 4 ปี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แอนดี้ เบิร์นแฮม ‘ราชาแห่งแดนเหนือ’ กำลังจะก้าวขึ้นสู่อำนาจ

แอนดี้ เบิร์นแฮม ใกล้บรรลุเป้าหมายในการเป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว หลังจากเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคแรงงาน ประกาศลาออกเมื่อวันจันทร์ เปิดทางให้เบิร์นแฮม ซึ่งประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงานและตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทันที