กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเข้าร่วมพิธีศพของไทรี นิโคลส์ ชายผิวดำที่เสียชีวิตหลังจากถูกตำรวจรุมทำร้าย จนบานปลายเป็นเหตุให้ผู้คนออกมาเดินประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมทั่วประเทศ

รูปภาพของไทรี นิโคลส์ และดอกไม้ที่ผู้คนในสหรัฐฯร่วมวางเพื่อไว้อาลัยแก่การเสียชีวิตของเขา (Photo by Joseph Prezioso / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 กล่าวว่า กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นตัวแทนรัฐบาลเข้าร่วมพิธีศพของไทรี นิโคลส์ ชายผิวดำวัย 29 ปีที่เสียชีวิตจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายรุมทำร้าย เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่เมืองเมมฟิส ในรัฐเทนเนสซีทางใต้ของสหรัฐฯ
ทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ว่า "รองประธานาธิบดีแฮร์ริสจะเดินทางไปที่เมืองเมมฟิส เพื่อร่วมงานศพของไทรี นิโคลส์ ในวันพุธ"
การส่งตัวแทนระดับสูงจากทำเนียบขาวไปร่วมพิธีด้วยตัวเองเป็นการเน้นย้ำถึงบทบาทในการให้ความสำคัญต่อกรณีการเสียชีวิตอย่างโหดร้ายของคนผิวสี ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนทั่วทั้งประเทศ และประธานาธิบดีโจ ไบเดนเอง เคยกล่าวถึงเหตุครั้งนี้ไว้ว่า 'น่าโกรธเคืองและเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง'
สำนักงานตำรวจเมืองเมมฟิสกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มีคำสั่งให้ยุบหน่วยสกอร์เปียน ซึ่งเป็นตำรวจหน่วยพิเศษของเมืองและเป็นต้นสังกัดของตำรวจทั้ง 5 นายที่ก่อเหตุรุมทำร้ายไทรี นิโคลส์อย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต พร้อมไล่ออกจากราชการทั้งหมดและนำเข้าสู่กระบวนการตามกฏหมาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สมควรแก่เวลา! 'ทรัมป์' จะเข้ารับการตรวจสุขภาพ 'ช่องปาก' ในวันที่ 26 พ.ค.
ทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดเข้ารับการตรวจสุขภาพฟันและช่องปากประจำปีในวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด
'อนุทิน' เสียวหลังเสียงปืนทำเนียบขาว บอกต้องระวังกัน
“นายกฯ” ตอบสื่อ รู้แล้วเหตุการณ์คล้ายเสียงปืนงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว บอก ต้องระวังกัน
'นักวิเคราะห์' มอง 5 ประเด็นลึก เหตุระทึกงานเลี้ยงทำเนียบขาว ทำไมสังคมถึงมีปฏิกิริยาที่แปลกประหลาด
เหตุการณ์ที่ President Donald Trump ถูกหน่วยอารักขา รุดพาส่งลงจากเวทีกลางงาน White House Correspondents' Dinner เมื่อคืนที่ผ่านมา กำลังกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในเชิงยุทธศาสตร์สื่อและการจัดการข้อมูล
จับตาเจรจารอบ2 ทั่วโลกคาดหวัง‘อเมริกา-อิหร่าน’หารือยุติสงครามอ่าว
จับตาการเจรจารอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่อิสลามาบัดจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ขณะที่ฝั่งสหรัฐหวังจะผลักดันให้มีการบรรลุข้อตกลง แต่ฝั่งอิหร่านระบุว่าการเจรจาโดยตรงนั้นเป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่กองทัพเรือสหรัฐยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอยู่

