สมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคง 5 ชาติให้คำมั่นร่วมกันอีกครั้งว่าจะไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และหลีกเลี่ยงสงครามนิวเคลียร์ ขณะจีนยืนยันเดินหน้าปรับปรุงคลังแสงนิวเคลียร์ให้ทันสมัย พร้อมเรียกร้องสหรัฐและรัสเซียลดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ที่มีก่อน

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 4 มกราคม 2564 กล่าวว่า แถลงการณ์ที่ 5 ชาติมหาอำนาจได้แก่ สหรัฐ, จีน, รัสเซีย, อังกฤษ และฝรั่งเศส แสดงจุดยืนร่วมกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นการทิ้งวางความตึงเครียดระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออกไว้ชั่วคราว เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่าจะป้องกันการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และหลีกเลี่ยงสงครามนิวเคลียร์ รวมไปถึงการย้ำเป้าหมายของโลกที่ปราศจากนิวเคลียร์
"เราเชื่ออย่างหนักแน่นว่า ต้องป้องกันการแพร่ขยายอาวุธที่ว่านี้ต่อไป" ห้าชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกล่าว และว่า "สงครามนิวเคลียร์ไม่สามารถประสบชัยชนะ และต้องไม่เกิดขึ้น"
แม้ขณะนี้จะมีความตึงเครียดอย่างมากระหว่างจีนและรัสเซีย กับโลกตะวันตก แต่แถลงการณ์ร่วมในครั้งนี้ ทั้ง 5 ชาติประกาศว่า พวกเขาเห็นว่า "การหลีกเลี่ยงสงครามระหว่างประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ และการลดความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ เป็นความรับผิดชอบสำคัญที่สุดของเรา" และว่า แต่ละประเทศมีความตั้งใจจะรักษาและเสริมสร้างมาตรการระดับชาติเพื่อป้องกันการใช้อาวุธนิวเคลียร์โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ตั้งใจ
มีสหรัฐเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่เคยใช้อาวุธนิวเคลียร์หรือระเบิดปรมาณูในสงคราม โดยใช้โจมตีญี่ปุ่น 2 ครั้ง ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2
รายงานกล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อนนับแต่สงครามเย็น การทำให้โวหารกลายเป็นความจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเฉพาะขณะนี้ ทั่วโลกมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยอย่างรวดเร็วของจีน หลังจากปีที่ผ่านมากองทัพจีนประกาศว่า สามารถพัฒนามิสไซล์ไฮเปอร์โซนิกที่ร่อนได้เร็วกว่าความเร็วเสียง 5 เท่า
สหรัฐกล่าวด้วยว่า จีนกำลังขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์ของตน ซึ่งจะทำให้จีนมีหัวรบนิวเคลียร์มากถึง 700 หัวรบภายในปี 2570 และอาจถึง 1,000 หัวรบในปี 2573
เมื่อวันอังคาร ทางการจีนกล่าวปกป้องนโยบายด้านอาวุธนิวเคลียร์ของจีน และชี้ว่า รัสเซียและสหรัฐ ซึ่งมีคลังแสงนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ควรเริ่มต้นปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อน
"สหรัฐและรัสเซียยังคงมีหัวรบนิวเคลียร์ 90% บนโลก" ฟู่ ฉง อธิบดีกรมควบคุมอาวุธของกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงที่กรุงปักกิ่ง "พวกเขาต้องลดคลังอาวุธนิวเคลียร์ในลักษณะที่ไม่สามารถย้อนกลับได้และมีผลผูกพันทางกฎหมาย"
เขาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของสหรัฐที่ว่าจีนเพิ่มขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์อย่างมากมายด้วย โดยย้ำว่า จีนใช้นโยบายไม่เป็นฝ่ายเริ่มใช้นิวเคลียร์ก่อนเสมอมา และยังคงรักษาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ไว้ในระดับต่ำที่สุดที่จำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ
กระนั้น เจ้าหน้าที่ผู้นี้ยืนกรานว่า จีนจะยังคงปรับปรุงคลังอาวุธนิวเคลียร์ให้ทันสมัยเพื่อความเชื่อถือไว้วางใจได้และความปลอดภัย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผวานิวเคลียร์จีน! สหรัฐและ40ชาติพัธมิตร ออกแถลงการณ์เตือนการยิงขีปนาวุธที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาและอีกประมาณ 40 ประเทศได้ออกแถลงการณ์ร่วมเตือนถึงอันตรายของการทดสอบขีปนาวุธโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งออกหลังจากที่จีนยิงขีปนาวุธที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อหนึ่งเดือนก่อน
ตม.รวบหนุ่มจีนหนีหมายจับ โกงกว่า 100 ล้านหยวน กบดานพัทยารอส่งกลับ
สืบ ตม.4 สนธิกำลัง ตม.สกลนคร-สืบ ตม.3 ตามรวบ “นายหยิ่น” ชาวจีน ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีระดมเงินจากผู้ลงทุนกว่
กรมเจรจาฯ เผย FTA หนุนการค้าไทย ครึ่งปีแรก โต 21.8%
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผย ครึ่งปีแรกของปี 69 การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA โต 21.8% มูลค่ากว่า 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ชี้! FTA ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความได้เปรียบด้านภาษีให้ผู้ประกอบการไทย เพิ่มโอกาสขยายส่งออกสินค้าไปตลาดต่างประเทศ
'5สิ่ง' ที่ควรรู้เกี่ยวกับแซมเบีย ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี
ประเทศแซมเบียซึ่งอุดมไปด้วยทองแดง และครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตหนี้สาธารณะ กำลังจะจัดการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบว่าประธานาธิบดีฮาไคนเด ฮิชิเลมา สามารถทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื่อมั่นได้หรือไม่ว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจของเขากำลังได้ผล
เนทันยาฮู ปฏิเสธแผน 15 ข้อสำหรับฉนวนกาซาที่ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูย้ำจุดยืน ปฏิเสธแผนการที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปลดอาวุธกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา
'อิหร่าน' เผยใกล้บรรลุข้อตกลงกับ' โอมาน' ในการเปิด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' แล้ว แต่การเปิดขึ้นอยู่กับสหรัฐฯ
อิหร่านและโอมานได้ตกลงเส้นทางเดินเรือสำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกำลังดำเนินการขั้นสุดท้ายในการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้ร่วมกัน เตหะรานกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม้ว่าเหตุการณ์ด้านความมั่นคงล่าสุดจะเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่สำหรับการขนส่งทางเรือในภูมิภาคก็ตาม

