เวียดนามได้จัดงานเฉลิมฉลองสาธารณะครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อรำลึกครบรอบ 80 ปีการประกาศเอกราช โดยมีพาเหรดผู้รักชาติจำนวนมากเดินขบวนภายใต้ธงชาติโบกสะบัด

ขบวนแห่ที่มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของโฮจิมินห์ปรากฏให้เห็นระหว่างการเฉลิมฉลองวันชาติเวียดนามครบรอบ 80 ปี ณ กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 2 กันยายน (Photo by Nhac NGUYEN / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 2 กันยายน 2568 กล่าวว่า ในโอกาสรำลึกครบรอบ 80 ปีของการประกาศเอกราช เวียดนามจัดงานเฉลิมฉลองสาธารณะครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากทั้งทหารและประชาชน
ทหารและพลเรือนราว 40,000 คนเริ่มเดินขบวนในเมืองหลวงฮานอยหลังรุ่งสาง เพื่อเฉลิมฉลองวันที่โฮจิมินห์ นักปฏิวัติคอมมิวนิสต์ ประกาศอิสรภาพจากการปกครองของฝรั่งเศสในปี 1945
รถถัง, โดรน, ปืนใหญ่ และขีปนาวุธเคลื่อนตัวไปตามท้องถนน ขณะที่เฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินทะยานผ่านฝูงชนหลายแสนคนท่ามกลางแสงแดดยามเช้า
โต เลิม ผู้นำสูงสุดของเวียดนามได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสวนสนาม โดยมีจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญสูงสุดลำดับสามของจีน ยืนเคียงข้างฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาผู้ทรงอิทธิพล และประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ-กาเนล ของคิวบา
"ในช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เราขอรำลึกถึงบรรพบุรุษของเราด้วยความเคารพ"
“ประเทศชาติของเราได้ก้าวข้ามความยากลำบากและความท้าทายมากมาย ประเทศชาติของเราได้เปลี่ยนจากอาณานิคมมาเป็นประเทศเอกราชและเป็นหนึ่งเดียว, ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความทันสมัยและการบูรณาการอย่างลึกซึ้ง" โต เลิมกล่าว
กองทัพจีนและรัสเซียร่วมเดินเคียงข้างกองทัพเวียดนามในขบวนแห่ซึ่งใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง เริ่มต้นด้วยฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ที่ลากธงดาวเหลืองและธงรูปค้อนเคียวเหนือเมืองหลวง
การเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นอย่างเข้มข้นนี้มีขนาดใหญ่กว่าการเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นในเดือนเมษายนเพื่อรำลึกครบรอบ 50 ปีของการสิ้นสุดสงครามเวียดนามและการล่มสลายของไซง่อน
การเฉลิมฉลองซึ่งสื่อของรัฐเรียกว่า "ยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยมีมาก่อน" ยังทำลายสถิติการแสดงพลัง 30,000 คนที่รัฐพรรคเดียวเคยรวบรวมมาเพื่อเฉลิมฉลองการปลดปล่อยในปี 1985
ทั้งนี้ อิทธิพลของฝรั่งเศสยังคงปรากฏให้เห็นทั่วเวียดนาม ทั้งจากอาคารบ้านเรือนสมัยอาณานิคมในฮานอย, อาหารฟิวชั่น และโรงเรียนที่สอนภาษาฝรั่งเศสเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติยศ
แต่การเฉลิมฉลองมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จอันเป็นเอกราชของเวียดนาม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลก
คำประกาศเอกราชของโฮจิมินห์ในปี 1945 ไม่ได้รับการยอมรับจากฝรั่งเศส ซึ่งขณะนั้นปกครองทั้งเวียดนาม, ลาว และกัมพูชา ในฐานะทรัพย์สินอาณานิคมอันล้ำค่าสำหรับยางพารา, ข้าว และกาแฟ
แต่ความพ่ายแพ้ทางทหารอย่างย่อยยับที่เดียนเบียนฟูในปี 1954 นำไปสู่การถอนตัวของฝรั่งเศสออกจากภูมิภาคนี้อย่างเต็มรูปแบบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ถึงกรุงฮานอย เริ่มภารกิจพบผู้นำระดับสูงเวียดนาม-ภาคเอกชน สานต่อความร่วมมือเป็นรูปธรรม
นายกฯ ถึงกรุงฮานอยแล้ว พร้อมเริ่มภารกิจทันที พบผู้นำระดับสูงเวียดนามและภาคเอกชน สานต่อความร่วมมือสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
นายกฯ เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมเวที AFF
นายกฯ นำคณะบินฮานอย เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมประชุม ASEAN Future Forum ระหว่าง 8 - 9 มิ.ย.
นายกฯ เตรียมเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ 8-9 มิ.ย. นี้
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3
'สารัชถ์' CEO GULF หารือ 'โต เลิม' ปธน.เวียดนาม ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ สะท้อนบทบาทเอกชนไทยร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดระหว่าง 2 ประเทศ
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้รับเกียรติร่วมคณะรัฐบาลและคณะนักธุรกิจไทยชั้นนำ เพื่อให้ต้อนรับและพบปะแลกเปลี่ยนกับ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
เปิดกำหนดการปธน.เวียดนาม 'โต เลิม' เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 27- 29 พ.ค.นี้
เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเยือนไทยอย่างเป็นทางการ 27- 29 พ.ค.นี้

