รัฐบาลโซลสั่งห้ามพลเมืองเดินทางไปยังพื้นที่บางส่วนของกัมพูชา เนื่องจากหวั่นเกรงด้านความปลอดภัย หลังเหตุสังหารนักศึกษาเกาหลีใต้

คนงานกำลังดูคาสิโนที่กำลังก่อสร้างในเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ทางตะวันตกของกัมพูชา ติดกับชายแดนไทย (Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2568 กล่าวว่า รัฐบาลโซลประกาศห้ามพลเมืองเดินทางไปยังพื้นที่บางส่วนของกัมพูชา เนื่องจากความหวั่นเกรงต่อเหตุการณ์ที่นักศึกษาสัญชาติเกาหลีใต้รายหนึ่งถูกทรมานและสังหาร
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เกาหลีใต้ส่งคณะทำงานไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้เมื่อวันพุธ เพื่อหารือกรณีสแกมเมอร์และศูนย์หลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการลักพาตัวพลเมืองหลายสิบคน
กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์ว่า "พื้นที่ภูเขาโบกอร์ในจังหวัดกำปง, เมืองบาเวต และเมืองปอยเปต ได้รับการกำหนดให้เป็นเขตห้ามเดินทาง"
"พลเมืองเกาหลีใต้ที่เดินทางเข้าหรือพำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอาจต้องรับโทษ ดังนั้นจึงขอแนะนำอย่างยิ่งให้พลเมืองที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวยกเลิกการเดินทาง" กระทรวงฯระบุ
คำสั่งห้ามดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า มีชาวเกาหลีใต้ประมาณ 1,000 คนกำลังทำงานอยู่ในปฏิบัติการหลอกลวงของกัมพูชา โดยมีเป้าหมายเป็นเหยื่อในเกาหลีใต้
รัฐบาลโซลเชื่อว่ามีชาวเกาหลีใต้ 63 คนถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว และเจ้าหน้าที่ได้ให้คำมั่นว่าจะพาพวกเขากลับบ้าน
"เรากำลังจัดเที่ยวบินเพื่อพาพวกเขากลับบ้าน เราตั้งเป้าว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจภายในสิ้นสัปดาห์นี้" วี ซ็อง-นัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติกล่าวกับผู้สื่อข่าว
"ในบรรดาผู้ถูกควบคุมตัว 63 คน มีทั้งผู้มีส่วนร่วมทั้งโดยสมัครใจและไม่สมัครใจในปฏิบัติการหลอกลวงนี้" เขากล่าว
"พวกเขาส่วนใหญ่ควรได้รับการพิจารณาว่ากระทำความผิดทางอาญาจากการเข้าร่วมในแผนการนี้ โดยไม่คำนึงถึงเจตนาเริ่มต้นของพวกเขา และพวกเขาจะถูกสอบสวนเมื่อกลับถึงบ้าน" เขากล่าวเสริม
เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศกล่าวว่า ทีมเกาหลีใต้ซึ่งนำโดยรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ได้ออกเดินทางไปยังกัมพูชาแล้วเมื่อเย็นวันพุธ
ทัช โสคัก โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา กล่าวกับเอเอฟพีว่า รัฐบาลกัมพูชายินดีต้อนรับทีมเกาหลีใต้และร่วมมือกับพวกเขาเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
"จากปฏิบัติการล่าสุดของทางการกัมพูชา มีชาวเกาหลีใต้ 80 คนที่ได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของเรา พวกเขาไม่ได้ถูกกักขัง แต่พวกเขาตัดสินใจที่จะไม่กลับเกาหลีใต้เอง" โฆษกฯกล่าว
เขายังกล่าวว่า ตัวแทนจากสถานทูตได้พบปะกับชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาแล้ว และเขาไม่ทราบว่าเหตุใดคนเหล่านั้นจึงไม่เลือกที่จะกลับประเทศบ้านเกิด
โฆษกฯยังกล่าวอีกว่า เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางเข้าประเทศกัมพูชาเหล่านั้นเป็นบุคคลเดียวกับที่ทางการเกาหลีใต้รายงานว่าสูญหายหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีอี อัดยาแรง ประกาศกระทรวงฯ ใหม่ เร่งสปีดฟัน “สแกมเมอร์”เผยปิดกั้น URL เถื่อนแล้วกว่า 8.8 แสนรายการ
ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบนโยบายเร่งรัดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ กระทรวงดีอี
'ตร.ไซเบอร์' สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.ส
หน่วยงานรัฐขยับ! แก้กฎหมายลงโทษแรงขึ้น จำคุก-ปรับหนัก 'นอมินี' เพิ่มฐานความผิดฟอกเงิน ยึดที่ดินด้วย
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาสแกมเมอร์ และนอมินี ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังดำเนินการอยู่ ว่า สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศ อาทิ เรื่องสแกมเมอร์ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่ตามรอยแนวชายแดนหลายแห่ง เ
'รังษี' โยงข้อมูลจีน 'เฉินจื้อ' สารภาพ 'ฮุนเซน' ถือหุ้นฐานสแกมเมอร์ ชี้เขมรจ้องยึดเนิน 350 คืน
พลเอกรังษี เปิดข้อมูลจีน เฉิน จื้อ สารภาพ ฮุน เซน ถือหุ้นฐานสแกมเมอร์ 90% ชี้เหตุเขมรจ้องยึดเนิน 350 คืน หวังรักษาผลประโยชน์–เพิ่มแต้มต่อก่อนเจรจา JBC
“ไชยชนก” มั่นใจ พ.ร.ฎ. เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ช่วยยกระดับปราบ “สแกมเมอร์” เผย 4 เดือน มูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 74%
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)เปิดเผยว่า ตามที่พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้แล้วนั้น (เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569)
รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

