เมียนมาโวย ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในกลุ่มอาเซียน

เมียนมาอ้างถูกเลือกปฏิบัติจากการที่สมาชิกอาเซียนกีดกันออกจากกลุ่มและยังคงขึ้นบัญชีดำผู้นำหลังการรัฐประหารของประเทศต่อไป

อู เฮา ข่าน ซูม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา (ซ้าย) ถ่ายภาพร่วมกับประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ และภริยา ในพิธีต้อนรับการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 48 ณ เมืองเซบู ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม (Photo by Ezra Acayan / POOL / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 กล่าวว่า เมียนมาอ้างถึงมาตรการเลือกปฏิบัติที่กำลังกีดกันประเทศของพวกเขาออกจากกลุ่มอาเซียน หลังจากที่การประชุมสุดยอดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพบว่าองค์กรยังคงขึ้นบัญชีดำผู้นำหลังการรัฐประหารของประเทศต่อไป

สมาคมประชาชาติอาเซียน 11 ประเทศ ได้งดเว้นการเชิญเมียนมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนับตั้งแต่กองทัพโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจีและควบคุมตัวผู้นำประชาธิปไตยในปี 2021 จนจุดชนวนสงครามกลางเมืองถึงปัจจุบัน

ภายหลังสิ้นสุดการปกครองด้วยกฎอัยการศึกตลอดเวลา 5 ปี คณะรัฐบาลทหารได้จัดการเลือกตั้งที่ถูกจำกัดอย่างเข้มงวด ซึ่งส่งผลให้มิน อ่อง หล่าย หัวหน้ากองทัพที่นำการรัฐประหาร ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือนเมื่อเดือนที่แล้ว

ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส ของประเทศเจ้าภาพ ได้เปรยว่า "ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในเมียนมา"

กระทรวงต่างประเทศของเมียนมาอ้างในแถลงการณ์ว่า พัฒนาการเชิงบวกที่เกิดขึ้นในเมียนมาได้รับการยอมรับอย่างดีจากประเทศสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม พบว่าประเทศสมาชิกบางประเทศยังคงรักษาข้อจำกัด, มาตรการเลือกปฏิบัติ และกีดกันรัฐบาลเมียนมาจากการเป็นตัวแทนอย่างเท่าเทียมกัน

นักวิเคราะห์กล่าวว่า อาเซียนกำลังเผชิญกับความเห็นพ้องต้องกันที่เริ่มสั่นคลอนเกี่ยวกับเมียนมา โดยความไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นจากความล่าช้าในความคืบหน้าของแผนสันติภาพของกลุ่มเพื่อยุติสงครามกลางเมืองในประเทศ

บางประเทศ เช่น ไทย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ได้แสดงความยินดีกับมิน อ่อง หล่าย ผู้นำการรัฐประหารที่ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของเมียนมา และให้คำมั่นว่าจะพยายามสร้างเสถียรภาพตามแนวชายแดนร่วมกัน

ส่วนประเทศอื่นๆ ยังคงวางตัวห่างเหินเกี่ยวกับการเข้ารับตำแหน่งของมิน อ่อง หล่าย หลังจากการเลือกตั้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางโดยผู้สังเกตการณ์ประชาธิปไตยว่ามีการปราบปรามผู้เห็นต่าง อีกทั้งกีดกันพรรคฝ่ายค้านและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในดินแดนที่กลุ่มกบฏยึดครอง

ในการประชุมสุดยอดที่ฟิลิปปินส์ โมฮามัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียกล่าวว่า เมียนมายังไม่พร้อมที่จะกลับมานั่งในที่ประชุมอีกครั้ง เพราะการกระทำโหดร้ายต่อพลเมืองของตนเองยังคงเกิดขึ้น

เป็นที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าประเทศต่างๆ รวมถึงอินโดนีเซียและสิงคโปร์ซึ่งจะรับตำแหน่งประธานหมุนเวียนของกลุ่มในปีหน้า เลือกเข้าข้างมาเลเซีย

แต่กระทรวงต่างประเทศเมียนมาระบุว่า "การมีส่วนร่วมที่ไม่สร้างสรรค์กับรัฐบาลใหม่ของเมียนมาจะถือเป็นการละเลยเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนเมียนมาผู้ซึ่งได้ใช้สิทธิประชาธิปไตยของตน"

"ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แม้จะเผชิญกับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันอันเนื่องมาจากท่าทีของบางประเทศสมาชิกอาเซียน เมียนมาก็ยังคงอดทน" กระทรวงฯ กล่าวเสริม

แม้ว่าจะไม่ได้ระบุชื่อประเทศใดโดยเฉพาะ แต่ก็กล่าวหาบางประเทศว่า "แทรกแซงกิจการภายในของเมียนมาผ่านการวิพากษ์วิจารณ์และกดดัน"

เมียนมาใช้ถ้อยคำทำนองเดียวกันในการวิพากษ์วิจารณ์ติมอร์ตะวันออกซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของกลุ่ม หลังจากศาลในกรุงดิลีเปิดคดีฟ้องร้องต่อมิน อ่อง หล่าย ในข้อหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนในอินโดนีเซียซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ก็ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่ออัยการสูงสุดของประเทศ โดยกล่าวหาคณะรัฐบาลทหารว่าก่ออาชญากรรมโหดร้าย รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยโรฮีนจา.

เพิ่มเพื่อน