สีจิ้นผิงยกย่องความสัมพันธ์ที่แน่วแน่ระหว่างจีนและรัสเซียในการเจรจากับวลาดิมีร์ ปูติน ขณะที่ทั้งคู่พบกันเพื่อเน้นย้ำความเป็นพันธมิตรระดับมหาอำนาจ พร้อมลงนามความร่วมมืออีกหลายฉบับ แต่ยังรอหารือประเด็นสงครามยูเครนและตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย (ขวา) และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จับมือกันในพิธีต้อนรับที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม (Photo by Alexander KAZAKOV / POOL / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนให้การต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่มาเยือนปักกิ่งอย่างเป็นทางการและร่วมเจรจาระดับมหาอำนาจต่อจากการกลับไปของโดนัลด์ ทรัมป์เพียงไม่กี่วัน
ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนับตั้งแต่การรุกรานยูเครนในปี 2022 เนื่องจากรัสเซียพึ่งพาจีนซึ่งเป็นลูกค้าน้ำมันรายหลักมากขึ้นเรื่อยๆ
สี จิ้นผิง จัดพิธีการต้อนรับปูตินนอกมหาศาลาประชาชนอันหรูหราของปักกิ่งในลักษณะเดียวกับที่ต้อนรับทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีเด็กๆ ร้องเพลงและดนตรีบรรเลงจากทหาร
แต่ภาษาที่ใช้มีความอบอุ่นกว่ามาก โดยสี จิ้นผิง กล่าวกับผู้นำรัสเซียว่า รัฐบาลปักกิ่งและมอสโกได้กระชับความไว้วางใจทางการเมืองและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันอย่างต่อเนื่องด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ในการเปิดการเจรจา ทั้งสองฝ่ายต่างรีบเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์พิเศษของประเทศตน พร้อมทั้งขยายสนธิสัญญา "ความร่วมมือฉันมิตร"
ปูตินกล่าวอ้างวลีภาษาจีนที่ว่า "ห่างกันเพียงวันเดียว รู้สึกเหมือนห่างกันสามฤดูใบไม้ร่วง" พร้อมเสริมว่าความสัมพันธ์ได้ก้าวไปสู่ระดับที่สูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน แม้จะมีปัจจัยภายนอกที่ไม่เอื้ออำนวยก็ตาม
ในการกล่าวโจมตีสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน สี จิ้นผิง เตือนถึงกระแสต่อต้านแบบฝ่ายเดียวและครอบงำที่กำลังแพร่ระบาดในโลก
ปูตินและสี จิ้นผิง ได้ลงนามในข้อตกลงหลายฉบับในวันพุธ เกี่ยวกับการค้า, สื่อ และพลังงาน ซึ่งตรงกันข้ามกับการเยือนของทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นรูปธรรมในทันที
ผู้นำทั้งสองจะดื่มชาด้วยกันในภายหลัง และจะมีการหารือที่อาจใช้เวลานานเป็นพิเศษเกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่สุด เช่น ยูเครน, อิหร่าน และความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสัมพันธ์ฉันมิตร ปูตินถูกมองว่าเป็นหุ้นส่วนที่ด้อยกว่าในความสัมพันธ์กับจีน
ผู้นำรัสเซียอ่อนแอลงตลอด 4 ปีของความขัดแย้งในยูเครน โดยเศรษฐกิจของประเทศหดตัวในไตรมาสแรกของปี เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น การใช้จ่ายในยามสงคราม, การขาดแคลนแรงงาน และการถูกคว่ำบาตรในวงกว้าง
นักวิเคราะห์เชื่อว่าปูตินจะใช้การเยือนครั้งนี้เพื่อผลักดันความคืบหน้าของโครงการ " Power of Siberia 2" ซึ่งเป็นท่อส่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เชื่อมจากรัสเซียไปยังจีนผ่านมองโกเลีย และจะเป็นทางเลือกทางบกแทนการนำเข้าน้ำมันดิบทางทะเลจากตะวันออกกลาง
แต่ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลมอสโกกล่าวกับสื่อรัสเซียเมื่อวันพุธว่า แม้ทั้งสองฝ่ายบรรลุความเข้าใจพื้นฐานแล้ว รวมถึงเส้นทางและวิธีการก่อสร้าง แต่ก็ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน และยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องหารือกัน
ทั้งนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านได้ขัดขวางการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซจากตะวันออกกลาง ทำให้ปูตินมีโอกาสเสนอแหล่งพลังงานของรัสเซียเป็นทางเลือกอื่น
"รัสเซียและจีนกำลังร่วมมือกันอย่างแข็งขันในภาคพลังงาน แน่นอนว่าเราพร้อมที่จะจัดหาเชื้อเพลิงทุกประเภทเหล่านี้ให้กับตลาดจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง" ปูตินกล่าว โดยลำดับความสำคัญของเขาอาจแตกต่างจากของจีน ซึ่งต้องการให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติลงโดยเร็วที่สุด
เพื่อเน้นย้ำเรื่องนี้ สี จิ้นผิงกล่าวกับปูตินว่า "การหยุดยิงอย่างครอบคลุมเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด, การกลับไปสู้รบอีกครั้งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง และการเจรจาเป็นสิ่งสำคัญพิเศษ"
ส่วนปูตินกล่าวว่า รัสเซียและจีนมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระและมีอำนาจอธิปไตย, ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในเชิงยุทธศาสตร์ และมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพในเวทีโลก
สี จิ้นผิงได้ต้อนรับผู้นำโลกหลายคน และหลายคนเรียกร้องให้เขาใช้อิทธิพลของตนเองกับรัสเซียและอิหร่านเพื่อช่วยยุติความขัดแย้งในประเทศเหล่านั้น
ในขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ซึ่งคาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ กลับผลักดันให้หลายฝ่ายเสริมสร้างพันธมิตรกับรัฐบาลปักกิ่งมากขึ้น
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้ขอให้ทรัมป์หารือเรื่องการยุติสงครามกับสี จิ้นผิง ระหว่างการเดินทางเยือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ทั้งสองได้พูดคุยกันในประเด็นนี้ แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางออกจากจีนโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ
รัฐบาลปักกิ่งเรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนเป็นประจำ แต่ไม่เคยประณามรัสเซียที่ส่งกองกำลังเข้าไป โดยนำเสนอตัวเองในฐานะฝ่ายที่เป็นกลางแทน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กอบศักดิ์' จับตา พันธมิตร 3 ชาติ กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และ UAE ยื้อการโจมตีอิหร่าน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความถึงสถ
'ทรัมป์' ระงับการโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ เพราะมีความหวังเจรจายุติสงคราม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขากำลังวางแผนโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ครั้งใหม่ แต่ได้ชะลอแผนดังกล่าวออกไป เนื่องจากเขามองเห็นความหวังที่จะบรรลุข้อตกลงยุติสงครามซึ่งยังคงเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุได้ในขณะนี้
'วันนอร์' เผยข่าวดี เจรจาอุปทูตอิหร่าน พร้อมอำนวยความสะดวกเรือไทย 2 ลำผ่านฮอร์มุซ
"วันนอร์" เผยหารือทูตวัฒนธรรมอิหร่าน เชื่อสงครามจบเร็วๆนี้ พร้อมขออำนวยความสะดวกเรือสินค้า 2 ลำของไทยออกช่องแคบฮอร์มุซ ด้าน อิหร่าน ยินดีให้ความร่วมมือหากไทยมีปัญหาด้านพลังงาน

