2 ตุลาคม 2568 - เมื่อวันที่ 1-2 ตุลาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้จัดการประชุมระหว่างประเทศ TCCT-OECD Competition Day 2025 เพื่อขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปการแข่งขันของประเทศ ภายใต้โครงการ OECD-Thailand Country Programme ระยะที่ 2 โดยมีหัวข้อหลักคือ “นโยบายการแข่งขัน” ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจัยสำคัญเกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เศรษฐกิจสีเขียว และพลวัตทางการค้าโลก เป็นต้น ท่ามกลางสภาวะดังกล่าว กรอบการกำกับดูแลการแข่งขันที่ทันสมัย ยืดหยุ่น และเข้มแข็ง จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางกฎหมาย แต่ยังเป็นเงื่อนไขที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วย Mr. Yoshiki Takeuchi รองเลขาธิการ OECD และได้รับเกียรติจากนายไมตรี สุเทพากุล ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม โดยภายในงานมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหลายประเด็น เช่น สภาพตลาดและการแข่งขันของไทยในปัจจุบัน การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านพลังงาน กิจการด้านพลังงานและกิจการด้านโทรคมนาคม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้า เป็นต้น เพื่อยกระดับนโยบายและพัฒนากฎหมายการแข่งขันทางการค้าของไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วิสัยทัศน์ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นไปเพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และสร้างกลไกการขับเคลื่อนใหม่เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง โดยมีแก่นสำคัญคือ การทำให้กระบวนการแข่งขันในตลาดดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้อย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ ปราศจากการบิดเบือนกลไกตลาด เพื่อให้เกิดการแข่งขัน เกิดการไหลเวียนทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดนวัตกรรม เศรษฐกิจเข้มแข็งและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม กฎหมายการแข่งขันทางการค้าอาจถูกมองว่าเป็นอุปสรรคเชิงระบบราชการ แต่กรอบการแข่งขันที่เข้มแข็งและเป็นธรรมย่อมเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการมีกฎกติกาที่ชัดเจนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม และสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขัน ดังนั้น ความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการแข่งขันจึงถือเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน รวมถึงการยึดหลัก “ความเป็นกลางในการแข่งขัน” (Competitive Neutrality) ซึ่งจะช่วยให้ทุกกิจการ ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือเอกชนสามารถแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมบนพื้นฐานของศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยและประชาชนชาวไทยทุกคนอย่างแท้จริง
รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม รองประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า กล่าวว่า การจัดประชุมระหว่างประเทศในครั้งนี้ถือเป็นกระบวนการหนึ่งในการพัฒนานโยบายและกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล โดยมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากรายงานการประเมินกฎหมายและนโยบายการแข่งขันของประเทศไทย (OECD Peer Review) เป็นแนวทางหลักในการยกระดับกฎหมายและเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของสำนักงาน กขค. ทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญ ที่สนับสนุนกระบวนการเจรจาเพื่อเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน
ปัจจุบันกลุ่มประเทศอาเซียนเริ่มตื่นตัวในการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวกระโดด โดยแนวความคิดในโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจาก disruption ทั้งทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจและตลาดการแข่งขัน ซึ่งแน่นอนว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ล้าสมัยกะทันหัน จึงต้องปรับปรุงให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางการแข่งขันของตลาดโลก ประเทศไทยเองต้องพัฒนาขีดความสามารถ สร้างตลาดเพื่อการแข่งขันทางการค้าให้ทันต่อพลวัต ปรับปรุงนโยบายและแนวทางการใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเพื่อเสริมสร้างการแข่งขัน การเข้าถึงตลาดและการกระจายผลประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเน้นให้ผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยของไทยให้เข้าสู่ตลาดที่นับวันจะเป็นตลาดข้ามชาติได้มากขึ้น และสามารถแข่งขันกับผู้เล่นในตลาดข้ามชาติได้อย่างเป็นธรรม
ท้ายที่สุดแล้ว การดำเนินงานของสำนักงาน กขค. ได้ตอกย้ำเป้าหมายหลัก คือ การแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวความคิดที่เป็นประโยชน์ด้านการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ โดยประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนเองได้มีการดำเนินงานร่วมกันภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยกรอบความร่วมมือด้านการแข่งขันทางการค้า อันเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันทางการค้าถือเป็นนโยบายสำคัญของชาติ และพร้อมผลักดันให้เกิดการแข่งขันในตลาดอย่างเสรีและเป็นธรรม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สำนักงาน กขค. ร่วมกับ JFTC จัดการประชุมผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายการแข่งขันทางการค้าแห่งเอเชียตะวันออก
สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) เป็นเจ้าภาพร่วมกับองค์กรกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Fair Trade Commission: JFTC)
สำนักงาน กขค. ตัวแทนไทยประชุมกฎหมายแข่งขันทางการค้าบนเวทีโลก เสริมแกร่ง สร้างความเข้มแข็งให้การแข่งขันทางการค้าไทยมีมาตรฐานสากล
สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เข้าร่วมการประชุมในฐานะคณะผู้แทนประเทศไทย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญระหว่างรัฐบาลด้านกฎหมายและนโยบายการแข่งขันทางการค้า
นายกฯ แต่งตั้งประธานและรองประธาน บอร์ด กขค. คนใหม่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการ กขค. เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง นายไมตรี สุเทพากุล เป็นประธานกรรมการ และนายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์
ดีลใหญ่!! ผู้ขอรวมธุรกิจรุดแจงข้อมูลให้สำนักงาน กขค.
นายธีรวัฒน์ ทิพย์รัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลการรวมธุรกิจ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) เปิดเผยว่า
เลขาธิการ กขค. คนใหม่กับความท้าทายที่รออยู่ พร้อมเผยความคืบหน้าผลคดีรวมธุรกิจ และคดีปกครอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ครั้งที่ 9/2566
สำนักงาน กขค. ร่วมกับ OECD และ KPC จัดการประชุมระหว่างประเทศ ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การส่งเสริมสภาพแวดล้อมการแข่งขัน ทางการค้าสำหรับหน่วยงานกำกับการแข่งขันในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก” (Workshop on Advocacy Strategies for Competition Authorities in Asia-Pacific)
สำนักงาน กขค. ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (The Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) และ ศูนย์นโยบาย OECD

