เป็นข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก กับการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบสแกนธุรกิจต่างชาติ ย่านห้วยขวาง และพบว่ามีร่วม 53 ราย เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี จึงส่งข้อมูลให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือ ปปง.ตรวจสอบเส้นเงิน และนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกหลังพบผู้ถือหุ้นบริษัทและผู้ทำบัญชีบางรายมีรายชื่ออยู่ในบัญชีม้า
กรณีดังกล่าว ต้นเรื่องเกิดจาก มีอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีน เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งย่านห้วยขวางไม่รับเงินไทย รับเฉพาะเงินหยวน ซึ่งต่อมาทราบว่า ร้านดังกล่าวคือ ร้านซินซิน หลานโจว นู้ดเดิ้ล ซึ่งตั้งอยู่ บนถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ พื้นที่สน.ห้วยขวางทำให้เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ร่วมกับกรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าร่วมตรวจสอบร้านอาหารดังกล่าว รวมทั้งร้านอาหารอื่นในบริเวณใกล้เคียงเบื้องต้น พบบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิด ฐานหลบหนีเข้าเมือง และความผิดตาม พ.ร.ก. การทำงานของบุคคลต่างด้าวฯ รวม 6 ราย
ปัญหาเรื่อง”ธุรกิจนอมินี”ในประเทศไทย ช่วงหลังพบว่า มีข่าวปรากฏออกมาต่อเนื่องโดยเฉพาะพื้นที่สำคัญที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ เกาะสมุย เกาะพะงัน รวมถึงในกรุงเทพมหานคร ก็มีเช่นกัน เป็นต้น
จากสภาพปัญหาดังกล่าวทำให้ สมาชิกวุฒิสภา นำปัญหาที่เกิดขึ้นไปอภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดย”นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา “ได้ลุกขึ้นหารือระหว่างการประชุมวุฒิสภา ถึงกรณีปัญหากลุ่มทุนต่างชาติรุกคืบประเทศไทยผ่านกระบวนการ “นอมินี” หรือตัวแทนอำพราง เพื่อสะท้อนภาพความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการท้องถิ่นไปยังรัฐบาล โดยหยิบยกชนวนเหตุสะเทือนใจกรณีคลิปบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ชาวจีนในไทยออกมาเปิดเผยว่าไปใช้บริการร้านอาหารจีนย่านห้วยขวาง แต่กลับไม่สามารถใช้เงินบาทไทยชำระค่าบริการได้ เนื่องจากทางร้านรับเฉพาะระบบ Alipay และ WeChat Pay รวมถึงคิดราคาเป็นสกุลเงินหยวน ทั้งที่ตั้งสถานประกอบการอยู่บนผืนแผ่นดินไทย
“กรณีห้วยขวาง-รัชดา ไม่ได้มีเพียงแค่ความเสี่ยงเรื่องระบบการชำระเงินนอกการกำกับดูแล ที่ทำให้เงินบาทไทยไม่มีค่าและทำลายระบบภาษีของไทยเท่านั้น เพราะเมื่อหน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องการชำระเงินที่ผิดกฎหมาย กลับพบธุรกิจเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินีเพิ่มเติมในพื้นที่เดียวกันสูงถึง 53 ราย ชี้ให้เห็นชัดเจนว่ากลุ่มทุนเหล่านี้ไม่ได้ทำผิดแค่เรื่องระบบชำระเงิน แต่ยังมีขบวนการนอมินีแฝงตัวอยู่เบื้องหลังในภาคค้าปลีกและร้านอาหารปลายน้ำ สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นในขณะนี้ และเชื่อว่าปรากฏการณ์ในลักษณะนี้กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นย่านเยาวราช พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไอยรา ตลาดทุเรียน แทบทุกตลาด รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และที่ดินทำกิน ทุนผูกขาดเหล่านี้ใช้นอมินีในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ผมเชื่อว่าเป็นที่ประจักษ์แล้วและเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง" นายชิบระบุ
“สว.ชิบ”อภิปรายต่อไปว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชาชนในพื้นที่สะท้อนข้อมูลว่า สิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้เป็นเพียงส่วนน้อย ทว่าข้อเท็จจริงในพื้นที่รุนแรงและขมขื่นกว่านั้นมาก จนมีคำพูดสะท้อนความกังวลใจของคนท้องถิ่นว่า "ทุกวันนี้เกาะสมุยเป็นของเยอรมัน เกาะพะงันเป็นของอิสราเอลไปแล้ว"
... และล่าสุดยังปรากฏข้อมูลความขัดแย้งในพื้นที่ กรณีกลุ่มชาวต่างชาติบนเกาะพะงันแสดงความไม่พอใจคนไทยในท้องถิ่นที่จัดงานประเพณีเนื่องจากส่งเสียงรบกวน ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อความรู้สึกของประชาชนและการรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น
...ชาวอิสราเอลในเกาะพะงันไม่พอใจที่คนไทยจัดงานประเพณีแล้วไปส่งเสียงรบกวนด้วย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงในความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับขบวนการกินรวบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยในภาคเกษตรกรรมและต้นน้ำ เช่น จังหวัดจันทบุรี มีกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาตั้งล้งคัดแยก ผูกขาดการรับซื้อผลไม้ บีบราคาทุเรียนและพืชผลจนเกษตรกรไทยสูญเสียอำนาจต่อรอง ขณะที่ตลาดค้าส่งยักษ์ใหญ่กลางน้ำที่เป็นตลาดหลักของคนไทย ทั้งตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดไอยรา กลับถูกแทรกซึมด้วยนอมินีในภาคการค้าส่งและการขนส่งโลจิสติกส์ มีการนำเข้าสินค้าเกษตรราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาดัมพ์ราคา ทำลายกลไกตลาด และเบียดขับพ่อค้าแม่ค้าส่งสัญชาติไทย ส่วนปลายน้ำในภาคบริการและการท่องเที่ยวก็ถูกครอบงำจนระบบภาษีเก็บไม่ได้
"เรากำลังเผชิญกับขบวนการกินรวบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เม็ดเงินโอนตรงกลับประเทศต้นทาง ภาษีเก็บไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าไทยถูกบีบจนไม่มีที่ยืนเพราะต้นทุนสู้ระบบกินรวบไม่ได้ ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้เคยจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง "NOMINEES การป้องกันการแทรกซึมของตัวแทนอำพรางต่างชาติ" ซึ่งวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบและส่งข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ก็ได้จัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง "State Capture หรือการเซาะกร่อนบ่อนทำลายเศรษฐกิจไทยจากการครอบงำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ" แต่ปัจจุบันยังคงปรากฏข้อร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง จึงขอฝากความหวังยื่น 3 ข้อหารือทวงถามความจริงใจจากรัฐบาล ทั้งเรื่องมาตรการเชิงรุกที่ต้องปราบปรามอย่างต่อเนื่อง การกำกับดูแลระบบชำระเงินนอกการควบคุม และการนำผลศึกษาไปปฏิบัติจริง รัฐบาลต้องมีมาตรการเชิงรุกในการบูรณาการหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ ดีเอสไอ และตำรวจ เพื่อปราบปรามสกัดกั้นธุรกิจนอมินีในห่วงโซ่อาหารและเกษตรกรรมทั้งหมด ไม่ใช่ทำแค่เฉพาะตอนที่เป็นข่าวดังแล้วเงียบหายไป แนวทางที่กรรมาธิการต่างประเทศและกรรมาธิการเศรษฐกิจฯ เสนอไปนั้น เป็นแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริงและแก้ไขปัญหาได้ หากหน่วยงานของรัฐมีความจริงจังและจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างเท่าทันสถานการณ์
“ผมไม่ได้ปฏิเสธการลงทุนจากต่างชาติ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย เสียภาษีให้แผ่นดินไทย และแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทย ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้หากหน่วยงานรัฐมีความจริงจังและจริงใจ แนวทางที่กรรมาธิการเสนอไปสามารถปฏิบัติได้จริง เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เพราะประเทศไทยควรเป็นของคนไทย ไม่ใช่ของชาวต่างชาติ" สว.ชิบอภิปรายสรุป
เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรรับฟังและรีบเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'89 สว.' แถลงประณาม 'เท้ง' เลวร้ายที่สุด กล่าวหา 'ระบอบสีน้ำเงิน' ขีดเส้น 3 วัน ขอโทษ
'89 สว.' แถลงประณาม 'ณัฐพงษ์' กล่าวหาระบอบสีน้ำเงิน-มรดกรัฐประหาร ชี้พฤติกรรมเลวร้ายที่สุด จี้ขอโทษ ให้เวลา 3 วัน ยันสภาสูงไม่เคยอยู่ภายใต้อาณัติพรรคใด ย้อนถาม ปชน. มีเจตนาแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่
'สภาสูง' ตบหน้าเขมร! เปิดหลักฐานโชว์ 'ทูตอาเซียน+3'
วุฒิสภาไทยไม่ทนเฟกนิวส์เขมร 'กมธ.ยกเลิก MOU 2543-2544' เชิญทูตอาเซียน+3 แฉหลักฐานชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมใช้นโยบายเชิงรุกตอบโต้ หลัง 'ประธานมงคล' ตั้งคณะทำงานแล้ว
'กมธ.คมนาคม' สภาสูง ถกด่วน! เหตุรถไฟชนรถเมล์ เรียกแจง 20 พ.ค.
'กมธ.คมนาคม วุฒิสภา' เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องเหตุรถไฟชนรถเมล์ แจง 20 พ.ค. หนุนแนวคิดนายกฯ 'ทำอุโมงค์-ทางยกระดับ' แก้ปัญหาจุดตัดรถไฟ ชี้ปฏิเสธความผิดไม่ได้หลังพบคนขับฉี่ม่วง
'สว.นันทนา' เดือด! ตราหน้ารัฐบาลน้ำเงิน 'สักแต่พูดพลัส'
'นันทนา' จี้รัฐบาลหยุดเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ ลั่นทำแต่เรื่องไม่หาเสียง แต่สิ่งที่สัญญากลับไม่ทำ แซะถ้าจะเบี้ยวปชช. เปลี่ยนคำขวัญพรรคใหม่เป็น 'สักแต่พูดพลัส'
'เท้ง' ไล่บี้รัฐบาลปัดตกร่างแก้รธน. โวยกติกาสูงสุดฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน
'เท้ง' จี้ ‘รัฐบาล’ ตอบให้ชัดหลังปัดตก กม.หลายฉบับ ถามอำนาจถกกฎหมายอยู่ใครกันแน่ เหน็บคุยหลังบ้านทั้งสภาล่าง-สภาบน ถึงมั่นใจทั้ง 34 ฉบับผ่านฉลุย ซัดกติกาสูงสุดประเทศกำลังเป็นฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน
'รมว.สธ.' แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบาย 'กัญชาเสรี' ขาย-เสพจับได้ทันที
'รมว.สาธารณสุข' แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบาย 'กัญชาเสรี' พบขาย-เสพผิดกฎหมาย จับได้ทันที พร้อมเร่งกฎหมายกัญชา-กัญชง หวังคุมแหล่งปลูก

