การพัฒนาการเมืองด้อยคุณภาพ เขาทำกันอย่างไร

ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา หลายประเทศเคยเผชิญปัญหาการเมืองด้อยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการคอร์รัปชัน การเมืองแบบอุปถัมภ์ การใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ หรือการบริหารภาครัฐที่ไร้ประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศสามารถยกระดับคุณภาพการเมือง ปฏิรูปสถาบันของรัฐ และสร้างรากฐานการพัฒนาที่มั่นคง จนก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมระดับโลก

ประเทศเหล่านั้นใช้แนวทางใดในการเปลี่ยนผ่านจากการเมืองที่ด้อยคุณภาพไปสู่การเมืองที่มีคุณภาพมากขึ้น

สิงคโปร์: เริ่มต้นจากการปราบคอร์รัปชัน

หลังได้รับเอกราชในปี 1965 สิงคโปร์เผชิญปัญหาคอร์รัปชันอย่างหนัก จึงมุ่งสร้างระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค และปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ทำให้การคอร์รัปชันมีต้นทุนสูง ผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมพัฒนาระบบราชการให้มีความเป็นมืออาชีพ

เกาหลีใต้: สร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้

เกาหลีใต้เคยอยู่ภายใต้ระบอบอำนาจนิยม ก่อนพัฒนาไปสู่ระบบที่เปิดกว้างและตรวจสอบได้มากขึ้น ผ่านการปฏิรูประบบเลือกตั้ง การขยายเสรีภาพสื่อ และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้มีอำนาจ ทำให้หลักนิติรัฐเกิดผลในทางปฏิบัติ แม้ผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศก็สามารถถูกตรวจสอบและดำเนินคดีได้ หากกระทำผิดกฎหมาย

ไต้หวัน: ปฏิรูปการเมืองควบคู่เศรษฐกิจ

ไต้หวันเปลี่ยนผ่านจากการเมืองที่รวมศูนย์อำนาจไปสู่ประชาธิปไตยที่เปิดกว้างมากขึ้น พร้อมลงทุนด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง สร้างสถาบันรัฐที่เข้มแข็ง ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

เวียดนาม: ปฏิรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

นโยบาย “โด๋ยเหมย” ตั้งแต่ปี 1986 ได้เปลี่ยนแปลงประเทศอย่างมาก รัฐบาลมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดึงดูดการลงทุน ยกระดับคุณภาพแรงงาน เน้นปราบปรามคอร์รัปชัน ปรับปรุงประสิทธิภาพภาครัฐ โดยลดจำนวนหน่วยงานของรัฐให้น้อยลง ลดความซ้ำซ้อน และประหยัดงบประมาณ ส่งผลให้เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย

จีน: การวางแผนระยะยาว

ปัจจัยสำคัญคือการวางแผนระยะยาว การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การปราบปรามคอร์รัปชัน และการเพิ่มประสิทธิภาพของภาครัฐ ซึ่งสะท้อนความสำคัญของรัฐที่มีสมรรถนะและมีเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจน

ญี่ปุ่น: วัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบ

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นฟื้นตัวผ่านการพัฒนาการศึกษา ระบบราชการ และวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบ แรงกดดันจากสังคมและมาตรฐานจริยธรรมสาธารณะ ทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนอย่างจริงจัง

กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย: ความโปร่งใสเป็นวัฒนธรรม

นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก และฟินแลนด์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างของธรรมาภิบาลที่ดี ความสำเร็จเกิดจากการสั่งสมวัฒนธรรมทางการเมืองที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส เสรีภาพสื่อ การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ การศึกษาที่มีคุณภาพ และการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

เอสโตเนีย จอร์เจีย และนิวซีแลนด์: ปฏิรูปสถาบันให้ทันสมัย

เอสโตเนียใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลดโอกาสการคอร์รัปชันผ่านระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจมากกว่าการเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจ จอร์เจียปฏิรูประบบตำรวจและราชการครั้งใหญ่ ส่วนนิวซีแลนด์สร้างระบบการเมืองที่เน้นความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ทั้งสามประเทศแสดงให้เห็นว่าการปฏิรูปสถาบันของรัฐอย่างจริงจังสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม

บทเรียนร่วมของประเทศที่ประสบความสำเร็จ

แม้แต่ละประเทศจะมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และรูปแบบการปกครองแตกต่างกัน แต่กลับมีจุดร่วมที่น่าสนใจ ได้แก่

  1. หลักนิติรัฐต้องได้รับการเคารพอย่างแท้จริง กฎหมายต้องบังคับใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาค
  2. สถาบันของรัฐต้องเข้มแข็งกว่าตัวบุคคล เพราะประเทศที่พึ่งพาผู้นำเพียงคนเดียวมักเผชิญความไม่แน่นอนในระยะยาว
  3. การคอร์รัปชันต้องมีต้นทุนสูง ผู้กระทำผิดต้องถูกตรวจสอบและลงโทษอย่างจริงจัง
  4. การศึกษาและการพัฒนาคนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ
  5. ความโปร่งใสต้องเป็นวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงนโยบายชั่วคราว ประชาชนต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้

สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเทศเหล่านี้ไม่ได้มีระบบการเมืองเหมือนกันทั้งหมด แต่มีจุดร่วมคือการสร้างสถาบันรัฐที่มีประสิทธิภาพ การกำหนดเป้าหมายระยะยาว และการยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม

บทสรุป

ไม่มีประเทศใดพัฒนาประเทศได้ด้วยการเมืองที่ด้อยคุณภาพ พลเมืองที่อ่อนแอ การคอร์รัปชันสูง หรือสถาบันรัฐที่ไร้ประสิทธิภาพ

ความสำเร็จของประเทศไม่ได้เกิดจากผู้นำที่มีประสิทธิภาพเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการสร้างสถาบันรัฐที่เข้มแข็ง ระบบกฎหมายที่น่าเชื่อถือ ภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ และพลเมืองที่มีคุณภาพ

การแก้ปัญหาการเมืองด้อยคุณภาพจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่คือการปฏิรูปกติกา สถาบันของรัฐ วัฒนธรรมทางการเมืองทั้งระบบ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพของพลเมือง

การปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม และทุกประเทศล้วนต้องมีจุดเริ่มต้น บางประเทศเริ่มต้นจากผู้นำที่มีคุณภาพ บางประเทศเริ่มต้นจากพลเมืองที่มีคุณภาพ แต่ทุกประเทศที่ประสบความสำเร็จ ล้วนมีพลเมืองที่มีคุณภาพจำนวนมากพอที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

แล้วประเทศไทยจะเริ่มต้นอย่างไร คุณภาพการเมืองแบบไทยๆนี้ คำตอบคงไม่ใช่การรอให้มี “ผู้นำที่มีคุณภาพ” แต่น่าจะอยู่ที่การมี “พลเมืองที่มีคุณภาพจำนวนมากพอ” ที่พร้อมจะร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้ แต่คำถามที่สำคัญคือ “แล้วคนไทยพร้อมจะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพกันหรือยัง”

บทความ คอลัมน์ พิจารณ์นโยบายสาธารณะ กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

นพ. ชํานาญ ภู่เอี่ยม
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทางเลือกที่สาม ก้าวข้ามความคิดแบบแพ้-ชนะในโลกที่แตกแยก

การพบกันล่าสุดระหว่าง Xi Jinping และ Donald Trump ทำให้โลกกลับมาพูดถึงแนวคิดเรื่อง “กับดักธูซิดิดีส” (Thucydides Trap) อีกครั้ง — แนวคิดทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวว่า เมื่อมหาอำนาจใหม่กำลังก้าวขึ้นมาท้าทายมหาอำนาจเดิม ความขัดแย้งมักมีแนวโน้มเกิดขึ้นตามมา

'ธรรมาภิบาลมีชีวิต : เมื่อบทเรียนไม่ได้อยู่แค่ในตำรา'

ในโลกที่คำว่า “ธรรมาภิบาล” ไม่ได้เป็นเพียงหลักการเชิงทฤษฎีที่เห็นอยู่ในเอกสารเท่านั้น แต่จากประสบการณ์ที่ดิฉันได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการบริหารองค์กรไม่แสวงหากำไรตามหลักธรรมาภิบาล สิ่งที่ได้สัมผัสกลับแตกต่างจากสิ่งที่เคยเข้าใจ ธรรมาภิบาลในห้องเรียนครั้งนี้ “มีชีวิต” และจับต้องได้จริง

เรื่องดีดี มิติใหม่การเมือง แก้ไข พรบ.ล้มละลาย ฟื้นฟูหนี้บุคคลธรรมดา

วันที่เขียนต้นฉบับตรงกับวันที่ 14 กันยายน 2568  หลังวันเกิดนายก อนุทิน ชาญวีรกุล หนึ่งวัน เริ่มนับเป็นเรื่องดีดี เรื่องแรก ขอให้ท่านนายกสามารถบริหารคณะรัฐมนตรี นำความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ความผาสุกสู่ประชาชนอย่างเท่าเทียมตลอดอายุรัฐบาลที่มีเวลา 4 เดือนก่อนยุบสภา  นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสื่อมวลชน

ประเทศไทย…ต้องไปต่อ (อย่างไร?)

วันนี้ขออนุญาตที่จะไม่กล่าวถึงประเด็นปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามและภาษีการค้าแต่ขอเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านในฐานะพลเมืองไทยได้ร่วมคิดวิเคราะห์กันว่าในภาพรวมนั้น ประเทศของเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรและต้องไปต่อกันด้วยแนวทางใดภายใต้บริบทของระบบสังคมและความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

บัญชีวัด: โอกาสและความท้าทายระหว่างทางสู่ความโปร่งใส

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2565 ดิฉันเคยเขียนบทความเรื่อง "จัดระเบียบการเงินวัด เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีให้ถูกต้อง" เพื่อชี้ให้เห็นว่าการทำบัญชีวัดไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขบนกระดาษ แต่คือเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความศรัทธา ความโปร่งใส และธรรมาภิบาลให้แก่องค์กรทางศาสนาที่มีบทบาทอย่างสูงในสังคมไทย บทความดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งจากฝ่ายสงฆ์ ภาคประชาชน และผู้เกี่ยวข้องในภาครัฐ

การพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงิน :  มุมมองด้านการกำกับดูแล

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 เห็นชอบหลักการของร่าง พ.ร.บ. ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ.......... ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน (Financial Hub) เพื่อเป็นผู้เล่นสำคัญทางเศรษฐกิจในเวทีโลก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ