สุดเส้นทางแห่งชีวิตที่ .. สถานีมรณะ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เข้าสู่ปีพุทธศักราช ๒๕๖๕.. เพียงเดือนที่สาม.. ญาติมิตรผู้ประพฤติธรรมที่ใกล้ชิดได้อำลาจากอัตภาพนี้ไปกันหลายราย.. ไม่นับพระผู้ใหญ่...

แม้จะเข้าใจกันดีว่า.. เรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติของสัตว์โลก...

แต่ก็ออกอาการสังเวช.. นิพพิทา.. เป็นธรรมดา

ยิ่งมองกลับมาหาตนเอง ที่นับวันยิ่งมีความแปรปรวนมากขึ้นในกายภาพนี้.. ก็ยิ่งสังเวชใจ.. ในเมื่อพิจารณาเห็นตามความเป็นจริง.. ในพระไตรลักษณ์..

สมดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า..

 “..ความแก่และความตายนั้น เหมือนภูเขาศิลาล้วนจดเมฆ กลิ้งมาจากทิศทั้ง ๔ และแล้ว ก็หมุนบดสัตว์ทั้งหลายให้แหลกละเอียดเป็น จุณวิจุณ ไป ไม่มีสัตว์ใดเลยที่จะรอดพ้นจากการย่ำยีของภูเขาใหญ่ กล่าวคือ ความแก่และความตายนั้น.. ถึงแม้อย่างนี้ สัตว์ทั้งหลายก็ยังประมาทมัวเมาเอาตัวเข้าไปประกอบกรรมชั่วต่างๆ...”

ความตาย.. แม้จะปรากฏอยู่ทุกคืนวัน จากเหตุการณ์ต่างๆ นานา.. ที่แสดงให้เห็นว่า.. ทุกย่างก้าวของสัตว์ทั้งหลายกำลังดำเนินไปสู่.. ความตาย.. อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้..

แต่สัตว์ทั้งหลายก็ยังประมาท มัวเมา เบียดเบียน ก่อทุกข์ให้กันและกัน อยู่อย่างมิเบื่อหน่าย...

เหมือนหมู เป็ดไก่ วัวควาย ที่ถูกนำมารวมๆ กันไปสู่ที่ฆ่า แต่มันก็ยังจิกตี ทิ่มแทง ทำลายกันและกัน...

โดยหารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่เวลาในข้างหน้าที่จะมาถึงนี้.. มฤตยูกำลังรอประหัตประหารคร่าชีวิตให้สิ้นไป.. อย่างไม่มีเยื่อใยแห่งความเมตตากรุณา...

สะท้อนความเป็นจริงให้เห็นบนโลกใบนี้ คือ ความไร้ปัญญาของสัตว์โลก.. ที่มากด้วยอำนาจความราคะ ความกำหนัดยินดี.. ในวัตถุกาม.. รูปเสียงกลิ่นรสสัมผัส ที่หลอกให้จิตใจของสัตว์เหล่านั้นกลับไปติดกับตาข่าย ที่ดักสัตว์ให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจราคะ โทสะ โมหะ...

..และตราบที่ ราคะ โทสะ โมหะ ยังมีอำนาจเหนือจิตใจของสัตว์โลก.. ความเสื่อมสิ้น พิบัติ แปรปรวนเป็นธรรมดา ก็ย่อมก่อเกิดขึ้นในทุกชีวิต.. ที่ยากจะหลีกหนีให้พ้นไปได้ จึงได้เห็น..

การใช้ อารมณ์ แก้ปัญหา .. จากอารมณ์

การใช้ โมหะ แก้ปัญหา .. จากโมหะ

การใช้ อวิชชา แก้ปัญหา .. จากอวิชชา..

ที่ไม่เคยแก้ปัญหาได้สำเร็จในทุกกาลสมัย จะมีแต่การเพิ่มพูนปัญหา ให้ก่อเกิดความเร่าร้อนด้วยเพลิงกิเลสและกองทุกข์ไม่จบ.. ไม่สิ้น..

จึงได้เห็นวงจรการเวียนว่ายตายเกิด ที่เรียกว่า วัฏสงสาร.. ดำเนินเรื่อยไปอย่างเป็นปกติ... เพื่อตอบสนองความผิดปกติที่วิปริตไปจากธรรมของสัตว์โลก

ความเกิด ที่ไม่รู้จัก อิ่ม..  

ความตาย ที่ไม่รู้จัก พอ...

ดังปรากฏการณ์ปกติในโลกทุกสมัย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีเหตุอันคร่าชีวิตของมหาชน.. มหาสัตว์ไปมากมาย ไม่ว่าสงคราม การเข่นฆ่าทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติด้วยกัน เหตุเภทภัยจากดินฟ้าอากาศ.. ตลอดจนถึงความวิปริตที่ก่อเกิดสมมติฐานโรคร้ายนานัปการ ที่เกินปัญญาสัตว์โลก เช่น วิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-๑๙...

แต่ไม่ว่า.. สัตว์โลกกำลังประสบภัยพิบัติร่วมกันอย่างไร.. ก็ยังยากที่จะได้เห็นความรักสามัคคีในหมู่สัตว์ที่กำลังเผชิญปัญหา..เดียวกัน.. อันผิดวิสัยธรรมชาติที่เป็นปกติ...

มิหนำซ้ำ.. ยังกลับเพิ่มปัญหา.. สร้างความทุกข์ ก่อความเบียดเบียนให้กันและกันอย่างไม่หยุดหย่อนผ่อนปรน.. นี้เป็นสัจธรรมแท้จริงของวิสัยธรรมชาติที่วิปลาส...

ยิ่งในโลกที่เจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง แต่จิตใจของสัตว์โลกตกต่ำไปจากเกณฑ์มนุษยธรรม.. ยิ่งได้เห็นการใช้ความเจริญทางด้านวัตถุ.. ไปด้อยค่าทางด้านจิตใจ จนก่อเกิดภาวะวิกฤตการณ์ทางจิตสำนึกของสัตว์โลกในยุคนี้ ที่ดำริอยู่ภายใต้อำนาจ กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เป็นส่วนใหญ่

ปัญหาเรื่องศีลธรรม.. จึงกลายเป็นปัญหาระดับโลกที่สัตว์โลกไม่ยอมรับรู้ในปัญหาดังกล่าว แม้จะเผชิญกับวิกฤตการณ์จากปัญหาดังกล่าว.. มาอย่างต่อเนื่อง.. จนถึงปัจจุบัน..

จึงไม่แปลกหากวิกฤตการณ์โลกจะเกิดมีมากขึ้นในทุกมิติ.. เพราะนั่นคือบทสะท้อนความจริงอันศักดิ์สิทธิ์จากกฎแห่งกรรม.. ที่สัตว์โลกต้องยอมรับ.. แม้จะไม่ยอมเข้าใจ

เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ได้รับทราบข่าวว่า.. นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ถึงแก่กรรมด้วยอาการสงบ.. หลังจากที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายมาหลายปี.. จนในวาระต่อมาคุณหมอได้มุ่งหน้าศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง.. เพื่อศึกษาในธรรมชาติแท้จริงของชีวิตตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา.. จนสามารถเจริญภาวนาปฏิบัติได้ในระดับหนึ่งที่สามารถเข้าใจในเรื่องรูปนามหรือขันธ์ ๕ ได้พอสมควร โดยเฉพาะในความเป็นกฎอนัตตา

โดยเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๕.. คุณหมอบรรจบได้มีข้อความส่งมาถึงอาตมาว่า..

 “..ศิษย์ขอกราบลาหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูง..”

อาตมาจึงได้มีข้อความส่งไปถึงในทันที เพื่อมอบธัมมานุสติให้กับชีวิตคุณหมอก่อนจะเตรียมจิตใจเดินทางไปเบื้องหน้าตามเหตุปัจจัยที่ยังมีอยู่ว่า..

 “ถึง คุณหมอบรรจบ..

ชีวิต คือ การเดินทาง.. เป็นการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด แม้จะมีที่สุด.. ตราบไม่สิ้นเหตุปัจจัย (กิเลส)...

เส้นทางของชีวิตจึงเวียนวนและวนเวียนอยู่กับภาวะความเกิด-ดับ... ไม่จบไม่สิ้น

เกิด ก็.. ทุกข์

ดับ ก็.. ทุกข์

จึงควรกำหนดรู้ให้เห็นตามความเป็นจริงแห่งพระไตรลักษณ์.. ในเส้นทางของกระแสชีวิตที่กำลังดำเนินไป.. ทุกลมหายใจเข้า-ออก ที่ยังมีอยู่..

จนจิตสามารถรวมรู้ลงอย่างสงบ เป็นหนึ่งเดียว ถึงพร้อมด้วยปัญญาชอบ ที่ก่อเกิดเป็นความสว่าง.. ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยอำนาจแห่งธรรม อันปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งปวง...

พึงรักษาจิต.. ให้สงบ.. ดำรงอยู่ในรู้

รู้อยู่ในความสงบ สืบตลอดไป!!”

 

นอกจากนี้ยังได้ติดต่อขอพูดทางโทรศัพท์ด้วย ในขณะที่คุณหมอบรรจบ.. ยังสามารถพูดคุยได้ปกติ แม้จะอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด..

โดยบทธรรมสุดท้าย.. ที่แสดงให้คุณหมอบรรจบฟัง.. ให้ชื่อต่อมาว่า

 “สุดท้ายของชีวิต...

เส้นทางสู่ .. พระนิพพาน!!”

ซึ่งต่อมาได้รับข้อความสุดท้ายจากคุณหมอว่า

 “ได้รับความสว่างครับ !”

และทราบว่า คุณหมอบรรจบมีกำลังใจดีมาก พร้อมที่จะเดินทางไปอย่างกำหนดรู้ทิศทางที่ควรไป ด้วยเจตนาที่ต้องการศึกษาปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้น.. ในพระพุทธศาสนาสืบต่อไป.. ซึ่งต่อมาคุณหมอบรรจบก็ได้สิ้นลมหายใจในวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๕.. รวมเวลา ๕-๖ วันที่ได้พูดคุยให้ธรรมะด้วยเป็นครั้งสุดท้าย...

ได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า.. เวลานี้คุณหมอบรรจบคงเพลิดเพลินในการศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องในภพภูมิแห่งสุคติที่สูงขึ้นไป.. ห่างไกลมลภาวะ.. และข่าวสารความวุ่นวาย ที่มีแต่เรื่องเบียดเบียนทำร้ายทำลายกันไม่รู้จบในโลกใบนี้ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน...

เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ประกาศิต รองผู้จัดการ สสส. งบกองทุน 4,000 ล้านต่อปี คุ้มค่า-ตรวจสอบได้

จากกรณีพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกับ สส.ของพรรคลงชื่อเสนอ "ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....หรือกฎหมายกองทุน สสส." ที่เป็นการเสนอแก้ไขกฎหมาย สสส.ฉบับปัจจุบันที่ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2544

'แก้วสรร' แพร่บทความ 'อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?'

นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความในรูปแบบ ถาม-ตอบ เรื่อง "อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?" โดยมีเนื้อหา ดังนี้

บันทึกการจำพรรษา ปี ๒๕๖๙ ณ วัดป่านาคนิมิตต์ (บ้านนามน)!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๙ ปีนี้ ตรงกับวันออกพรรษา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ พระภิกษุที่อธิษฐานอยู่จำพรรษาในวันแรม ๑ ค่ำ

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ทลายกับดัก คณะกรรมการเฟ้อ สู่ภาวะผู้นำเชิงรุก'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตอธิการวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตรัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "รัฐประศาสนศาสตร์ที่ใฝ่ประสงค์: ทลายกับดัก

3 ทศวรรษไทยโพสต์ เหลียวหลังแลหน้า ประเทศไทย ในเกมอำนาจโลก

สถานการณ์โลกในบริบทต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ดูจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนเคยคิด หลังเกิดเหตุสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน

๑๗ ตุลาฯ ๑๘.๐๐ น. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมฟังธรรม .. ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ ของชาวไทย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา สายฝนที่ตกพรมมาหลายเดือน จนน้ำเจิ่งนองไปทั่ว กำลังค่อยๆ ลาจากภาคอีสานและภาคเหนือ ฝากไว้แต่ความชุ่มฉ่ำจนล้นเหลือบนแผ่นดิน  ขณะที่สายลมหนาวยามต้น เริ่มโชยพัดผ่านแนวป่าและขุนเขาภูพาน เป็นสัญญาณว่า ไม่นานจะมีการเปลี่ยนผ่านฤดูกาลอีกครั้ง..