เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า
“ผู้ที่จะเป็นวีรบุรุษ ต้องกล้าละอัตตา วางอคติ ไม่ยึดติดในตนเองและพวกพ้อง
แล้วยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและประโยชน์ของส่วนรวม”
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของพุทธศาสนาเกี่ยวกับ ละอคติ ๔ ได้แก่ ความลำเอียง เพราะรัก โกรธ หลง และกลัว โดยชี้แจงแสดงให้เห็นความจริงว่า ผู้ตัดสินใจโดยไม่ถูกอคติทั้งสี่ครอบงำ ย่อมทำหน้าที่ด้วยความยุติธรรม แม้จะต้องเสียสละผลประโยชน์ของตนหรือพวกพ้องก็ตาม..
จึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่งต่อ บุคคลที่มีจิตใจสถุล แต่คาดหวังจะสวมใส่ จิตวิญญาณวีรบุรุษ .. ซึ่งแม้เขาคิดได้ ก็ยากจะทำได้ ทั้งนี้มิใช่เขาไม่มีวาสนา แต่เขาไม่ได้ใช้โอกาสที่มีไม่เท่ากันในชีวิตนั้นให้เกิดประโยชน์ตามที่คิด
หลักสัจธรรมข้อหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับนักปฏิวัติ นักปฏิรูป หรือนักพัฒนา คือ การใช้โอกาสที่มีจำกัด สร้างเหตุให้ตรงผล โดยคำนึงเสมอว่า เมื่อเหตุเปลี่ยน ผลในอนาคตก็เปลี่ยนได้ กล่าวในเชิงธรรมะได้ว่า..
“..คนมีปัญญา ไม่แข่งวาสนา
แต่เร่งสร้างเหตุแห่งวาสนาด้วยกรรมที่ดีในปัจจุบัน..”
วาสนา บารมี คุณความดี ฐานะโอกาส ที่ได้มา จึงมิใช่เกิดจากความโชคดีโดยบังเอิญ โดยไร้เหตุปัจจัย แต่เป็นผลจากกรรมและการสั่งสมความดีที่อบรมมา จึงไม่ได้เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้อย่างเด็ดขาด
คติธรรมดังกล่าว เป็นไปเพื่อไว้เตือนจิตใจของเราทั้งหลายว่า อย่าประมาท.. อย่าปรามาส ต่ออำนาจธรรมชาติ ที่ไม่เคยเลอะเลือนไปตามกาลเวลา ที่สุดย่อมคืนกลับต่อเจ้าของการกระทำ ผู้สร้างเหตุกรรมนั้น อย่างยุติธรรมเสมอ แม้จะต้องการหรือไม่.. ก็ตาม โดยที่ไม่มีใครๆ แม้เทวดาฟ้าดินหน้าไหนๆ ก็ยากจะต้านทานได้..
อัปปมาทะ.. ความไม่ประมาท จึงเป็นธรรมเครื่องรักษาความเจริญทั้งปวง
ผู้ไม่ประมาท ย่อมรักษา วาสนาและบารมี ที่สั่งสมไว้ได้ โดยมี หิริ (ความละอายต่อบาป) และ โอตตัปปะ (ความเกรงกลัวต่อผลของบาป) เป็นธรรมคุ้มครอง เพื่อการไม่ประพฤติทำลายบุญและคุณความดีที่สร้างสั่งสมมา.. ซึ่งจักต้องทำความเข้าใจเสมอว่า..
วาสนาและบารมี มิใช่สิ่งคงที่ แต่เป็นผลของกระแสเหตุปัจจัย เพราะ เมื่อกุศลจิตเกิดบ่อยๆ พร้อมด้วย อโลภะ อโทสะ และปัญญา กุศลผลบุญย่อมถูกสั่งสมเป็นกำลังแห่งบารมี
แต่เมื่อใด อกุศลจิตเกิดปรากฏ ด้วย โลภะ โทสะ โมหะ ครอบงำ และเกิดขึ้นถี่ๆ.. ก็เป็นเหตุให้กำลังของกุศลอ่อนลง และเกิดผลไม่เกื้อกูลในภายหน้า
ด้วยวาสนาเกิดจากกรรมดี บารมีเกิดจากการสั่งสมคุณธรรม ทั้งสองจะไม่เสื่อมเลอะเลือน เพราะดำรงอยู่ด้วยความไม่ประมาท มีศีล สติ และปัญญา เป็นเครื่องค้ำชูจิต ไม่ปล่อยให้อกุศลเข้าครอบงำ..
คำถามหนึ่ง ที่ใคร่ชวนทุกคนช่วยกันตอบ ว่า
คนอยากเป็นวีรบุรุษ.. แต่ขาดความกล้าหาญ จะเป็นได้หรือไม่.!?
คำตอบคือ ไม่.. ทั้งนี้ เพราะความดีกับความกล้าหาญ แม้จะเกื้อกูลกัน แต่เป็นคุณธรรมคนละด้านกัน
คนดี คือ ผู้มีศีล เคารพธรรม มีเมตตา ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เบียดเบียน
ความกล้าหาญ คือ ความสามารถของจิตใจ ที่แสดงประสิทธิภาพในการยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ต้องเผชิญกับความกลัว ความยากลำบาก การสูญเสีย และแรงกดดัน โดยมีปัญญาและคุณธรรมเป็นเครื่องกำกับ
ความกล้าหาญ จึงไม่ใช่ความไม่กลัว แต่คือการไม่ยอมให้ความเขลาเข้าครอบงำ จนละสิ่งที่ถูกต้อง..
ความกล้าหาญในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่ความดุดัน เด็ดขาด อย่างไร้เหตุผล.. แต่เป็นความมั่นคงทางจิตใจที่เคารพธรรม.. ยกธรรมเป็นธง.. เป็นยอด.. เป็นใหญ่ เป็นธรรมาธิปไตย ตั้งอยู่ในการสักการะ เคารพ นับถือ บูชาธรรม โดยไม่ต้องไปพึ่งไสยศาสตร์ ไสยเวท ผีฟ้า ผีหลวง ที่ไหน ให้หวั่นไหวใจเล่น จนแลดูเป็น คนเข้มแข็งแต่อ่อนแอ.. กล้าหาญแต่หวาดกลัว.. ฉลาดแต่โง่บัดซบ.. เหมือนกับหลายๆ คนที่กำลังแสดงออก เมื่อกระทบกับภาวะปัญหารุมเร้า..
การปฏิเสธธรรม.. การละเลยอำนาจแห่งธรรม.. การไม่สักการะ เคารพธรรม.. จึงทำให้หันไปเสพคบ อธรรม จนนำไปสู่ความปรามาสธรรม ทั้งนี้ เพราะไม่มีความรู้ความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิต ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์และความสงบสุขแท้จริงโดยธรรม
จึงทำให้เข้าใจนิยามของคำว่า กล้าหาญ.. คนดี.. และ วีรบุรุษ ผิดเพี้ยนไปตามประสาคนเขลา โง่ เซ่อ มามากภพมากชาติ.. แม้ในชาติปัจจุบัน
ความไม่เข้าใจว่า จะสร้างความกล้าหาญได้อย่างไร.. ธรรมอันใดทำให้เป็นคนดี.. ..จะก้าวย่างไปสู่วีรบุรุษได้อย่างไร จึงมีให้แลเห็นอย่างน่าสงสาร ว่า แม้อยากได้ อยากเป็น อยากมี แต่ยากจะสัมฤทธิผล เพราะไม่เข้าใจธรรมของความเป็นไปหรือการทำให้เกิดขึ้น จึงไม่เข้าใจว่า ถ้าจะสร้างความกล้าหาญ ต้องปลูกสร้างคุณธรรมอันใดลงไปในจิตใจ
เมื่อไม่รู้จัก องค์ธรรมที่สร้างกุศลจิต เพื่อความกล้าหาญ ก็เหมือนบุคคลที่เป็นหมัน ยากจะก่อเผ่าพันธุ์สืบสายชาติตระกูลให้เจริญต่อไปได้.. จึงยากยิ่งที่จะเข้าใจคุณสมบัติของคนดี.. คุณสมบัติของวีรบุรุษ และคุณสมบัติของความกล้าหาญ ตลอดจนถึงอานิสงส์ของความเป็นคนดี.. วีรบุรุษ และความกล้าหาญ
ดังนั้น การจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในกิจการที่หาได้ยากเมื่อมาถึง จึงยากที่จะทำได้ แม้คิดได้ เพราะเขาจะไม่กล้าหาญพอที่จะเป็นคนดี.. ไม่กล้าหาญพอที่จะเป็นวีรบุรุษ แม้โอกาส ความพร้อม คุณสมบัติของเขา มาถึง..
ทั้งนี้ เพราะความกล้าหาญจะเกิดขึ้นเฉพาะในจิตใจของคนดี ที่มี กุศลจิต เท่านั้น ซึ่งจะต้องละความเห็นแก่ตัว.. ไม่พยาบาท.. ไม่หวาดระแวง ด้วยอำนาจโทสะ มีการรู้เหตุ รู้ผล (รู้ธรรม .. รู้อรรถ) และมีความเพียรชอบ อย่างมีสติ สัมปชัญญะ ซึ่งหมายถึง เป็นผู้เคารพธรรม.. ปฏิบัติธรรม ที่สามารถทำความถูกต้องได้จริงอย่างกล้าหาญ แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยง ก็จะ...
.. กล้าเผชิญความจริง ไม่หลอกตนเอง..
.. กล้ายอมรับความผิด และแก้ไข..
.. กล้าทำความดี แม้ไม่มีใครเห็น..
.. กล้าปกป้องความถูกต้อง แม้สูญเสียประโยชน์ส่วนตน
.. กล้าละกิเลส ซึ่งเป็นความกล้าหาญสูงสุดในพระพุทธศาสนา
พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย ทรงสรรเสริญยิ่งในความกล้าหาญ ที่เกิดจากการชนะใจตนเอง ว่าเป็นชัยชนะอันประเสริฐ ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะความโลภ.. ความโกรธหรือความหลงของตน ที่นับเป็นผู้มีความกล้าหาญอย่างแท้จริง
“ความกล้าหาญที่สร้างคนดีให้เป็นวีรบุรุษได้นั้น เป็นความกล้าหาญที่มิใช่การเอาชนะผู้อื่น แต่คือการเอาชนะความกลัวและกิเลสของตน เพื่อยืนหยัดอยู่กับความจริงและความถูกต้องสืบตลอดไป..”
ความกล้าหาญของคนดี.. ความกล้าหาญของวีรบุรุษ จึงเป็นความกล้าหาญที่นำไปสู่กุศลและปัญญา มิใช่แค่เพียงการเผชิญอันตรายทางกาย แต่เป็นการกล้าเผชิญและละกิเลสในใจตนเอง ดังคำกล่าวที่ว่า
“ผู้ที่จะเป็นวีรบุรุษ ต้องกล้าละอัตตา วางอคติ ไม่ยึดติดในตนเองและพวกพ้อง
แล้วยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและประโยชน์ของส่วนรวม..”
ถ้าทำอย่างนี้ได้จริง.. เราจะมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นวีรบุรุษของชาติไทย เกิดขึ้น.. อย่างแน่นอน ในท่ามกลางกระแสสังคมอันเลวร้าย.. ที่เต็มไปด้วยวิกฤตการณ์ทางสังคม.. ซึ่งเป็นแดนเกิดของวีรบุรุษ เพราะ “วีรบุรุษไม่ได้เกิดในยามสงบ แต่เกิดในยามที่โลกต้องการผู้ยืนหยัดเพื่อความถูกต้องโดยธรรม”.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
สู่พรรษาปี ๒๕๖๙ .. ณ วัดป่าฯ สกลนคร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เข้าถึง วันเข้าพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ตรงกับ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พระภิกษุ-สามเณร และชาววัด ต่างมีกิจอันสำคัญยิ่งที่ถือปฏิบัติสืบกันมา ได้แก่ การแสวงหาที่พักจำพรรษา.. ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับนิมนต์ไปพักอยู่จำพรรษาที่ วัด DVMP (Dhamma Vinaya Monastery of Pune - India) ที่ศรัทธาชาวพุทธอินเดียสร้างถวาย ด้วยมูลค่าที่มากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ไม่นับรวมราคาที่ดินที่ถวายโดยเศรษฐีที่ดินอินเดียชาวฮินดู ตั้งอยู่ในนครปูเน่ รัฐมหาราษฏระ บนทำเลที่เหมาะควรต่อการเป็น สัปปายสถาน
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"
แก้ไขจิตภาคสังคม... ก่อนพังทลาย!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ในกระแสโมหจิต.. ที่ครอบคลุมด้วย อวิชชา จึงนำไปสู่การแสวงหาด้วย อำนาจตัณหา .. เพื่อให้ได้มาด้วย ความอยาก.. ความใคร่.. ความปรารถนา..
คุณธรรม.. อำนาจที่บอบบาง..ในระบบราชการไทย!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องราว โกงสอบพนักงานส่วนท้องถิ่นในกระทรวงมหาดไทย กำลังชัดเจนตามพยานหลักฐานที่ปรากฏจากการสอบสวนของหน่วยงานที่รับผิดชอบ แม้ว่าจะยังไม่ตรงใจสาธารณชน แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่ดี บ่งชี้ถึงความตั้งใจปราบทุจริตอย่างจริงจังของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
'แก้วสรร' ออกบทความใหม่ 'บทเรียนจากคดีที่ดินเขากระโดง'
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ

