ทุกปัญหา .. ในกระแสสังคมที่ผันแปร... แก้ได้ด้วยตัวเรา!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ปรากฏการณ์ “ข่าวฉาวพระทุศีล กระทำบาปสมาจาร..” ในระหว่างจำพรรษาปี ๒๕๖๙ กรณี สมีโชติ วัดพุทไธศวรรย์ .. ที่เป็นที่นิยมในสายมู เล่นเอาข่าวการเมืองที่กำลังร้อนแรงจากกรณีต่างๆ แผ่วลงไปอย่างเห็นได้ชัด จึงน่าสนใจอย่างยิ่งต่อความอ่อนไหวในกระแสความรู้สึกภาคสังคมไทย ที่นักการศาสนา.. นักสังคมศาสตร์.. นักนิเทศศาสตร์ และนักจิตวิทยา ควรให้ความใส่ใจเป็น กรณีศึกษา เพื่อวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกของปรากฏการณ์ในทุกมิติ โดยเฉพาะ การผลัดเปลี่ยนอารมณ์ที่รวดเร็ว สะท้อนให้เห็นเชิงลบของความรู้สึกที่อ่อนไหวทางจิตวิญญาณของมหาชน

ความอ่อนไหวในความรู้สึกภาคสังคม .. จึงเป็นประเด็นที่ควรศึกษาเพื่อความเข้าใจในกระแสสังคมปัจจุบัน ที่มี ภาวะความไวต่อสิ่งเร้าสูง ที่เรียก HSP อันเนื่องมาจากการรับรู้ที่เปิดรับหลากหลายในมิติทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ท่ามกลาง ความขัดแย้ง .. ความกดดัน และกระแสข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ผกผัน เปลี่ยนแปลง ไม่นิ่ง.. ในโลกดิจิทัล

ปรากฏการณ์ที่น่าใส่ใจพิจารณาในกระแสสังคมแบบนี้ประการหนึ่ง ได้แก่ ภาวะการเปลี่ยนแปลงฉับพลันทางจิตวิญญาณ จากความเครียด.. ความไม่ชอบใจที่เกินจะรับได้ จนเกิดภาวะอารมณ์แปรปรวนสุดขั้วจากการเสพ ก่อเกิดภาวะ สุดโต่งทางอารมณ์ที่หลากหลาย และ ภาวะจิตตื่นตระหนกแบบฉับพลัน หากสั่งสมอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็น ความเคยชิน.. ที่พัฒนาไปสู่ อุปนิสัย.. และนำไปสู่ ชะตากรรมชั่วชีวิต

การมองโลกด้านลบ ความตื่นตระหนก.. ความเครียดแบบฉับพลัน ที่เกิดขึ้นในกระแสความรู้สึกของคนในสังคมแบบนี้ จึงทำให้ใจร้อนและมีความวิตกกังวลสูง อันเกิดจากความกระวนกระวายใจเนื่องจาก การเสพติดข่าวสารที่รวดเร็วล้นเหลือ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้รับการสนองตอบทันทีทันใด..

ยิ่งเมื่อ เสพคบธรรมอันเลวซ้ำๆ ซากๆ จากการพาด หัวข่าวที่รุนแรง ในกระแสข่าวเชิงลบในสังคม ดังกรณี การประพฤติชั่วของพระทุศีล จึงทำให้จิตใจของผู้คนที่ท่องอยู่ในกระแส ดิ่งหรือเครียดโดยไม่รู้ตัว.. หากมีการเสพข่าวสารประเภทดังกล่าวเกินขนาดเป็นเวลานาน มีผลทำให้สภาพจิตใจยิ่งย่ำแย่.. ส่งผลต่อคุณภาพสมอง จนเกิดภาวะความไร้ความสามารถในการกำหนดรู้เท่าทัน อันเนื่องมาจากการปล่อยจิตใจให้ท่องเที่ยวไปในโลกแห่งข่าวสารทางจอโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา..

จึงมีคำถามเกิดขึ้นมากในสังคมว่า.. ทำไมคนในสังคมสมัยนี้จึงเปลี่ยนความสนใจจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว.. จนไร้ความรู้สึกต่อเรื่องนั้นไปเลย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฉับพลันของคนในสังคมแบบนี้ จึงเป็นอีกเรื่องที่ควรศึกษา เพื่อการพัฒนาการคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ครบด้าน โดยเฉพาะทางด้าน คุณธรรม จริยธรรม ที่กำลังประสบ วิกฤตการณ์ล้มเหลวอ่อนแอ  ในขณะที่โลกแห่ง วัตถุนิยม แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งมีผลต่อ ดัชนีคุณภาพชีวิตของมนุษยชาติ เป็นอย่างมาก.. โดยเฉพาะมิติทางจิตสำนึกใน การใส่ใจ เข้าใจ และวางใจ ที่กำลังปรับเปลี่ยนไป..

จึงไม่แปลก หากจะเกิดปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ ของสังคม (มหาชน) แบบฉับพลันอย่างไม่ต้องถามหาเหตุผล... เป็นอาการตอกย้ำให้เห็นชัดว่า การบริหารจัดการของส่วนสมอง เพื่อสนองตอบความต้องการนั้น เริ่มมีปัญหาในภาวะสมดุล ระหว่างการใช้อารมณ์กับเหตุผล

อะไรๆ จึงเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยาก.. ภายใต้ความต้องการที่เกินห้ามใจ.. จึงมีปรากฏการณ์ ๓ ภาวะ เกิดขึ้นในสังคมแบบนี้ ได้แก่

๑.ภาวะความจำระยะสั้นล้นเกิน (Working Memory Overload) ด้วยประสิทธิภาพของสมองที่มีจำกัดในการประมวลผลข้อมูลในแต่ละครั้ง

๒.ภาวะการขัดขวางการสร้างความจำระยะยาว (Disruption Memory Consolidation) .. จึงเกิดภาวะการจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นเกือบไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่เพิ่งพูดคุยกันไปหรือเพิ่งรับฟังมา ด้วยภาวะสมองที่ถูกกระตุ้นต่อเนื่อง ได้เข้าไปรบกวนการจดจำในระยะยาวที่ต้องใช้เวลาและความสงบ

๓.ภาวะการเสื่อมของหน่วยความจำ.. เนื่องจากการไปพึ่งพาความจำจาก เทคโนโลยี เครื่องช่วยภายนอก ด้วยพฤติกรรมที่รู้ว่า สามารถค้นหาทุกอย่างได้จาก โทรศัพท์มือถือ ทำให้สูญเสียความพยายามในการจดจำหมายรู้ จึงกลายเป็นความเคยชินจากการปฏิบัติ จนกลายเป็นอุปนิสัยและชะตาชีวิตของคนในสังคมปัจจุบัน.. ที่เป็นกันมาก โดยเฉพาะในเด็ก.. เยาวชน..

จึงทำให้เห็นเหตุของ สมาธิจิต ในคนสมัยปัจจุบัน ที่อ่อนแอ.. แตกร้าวได้ง่าย ไร้ความอดทนในการรับฟังเรื่องราวต่างๆ ที่ตนเองไม่ต้องการ.. และจะรีบด่วนในการเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการด้วยการละทิ้งส่วนที่กำลังเกี่ยวข้องทันทีทันใด..

ปัญหาของคนในสังคมปัจจุบัน จึงเริ่มต้นจากความอ่อนไหวทางอารมณ์ ความรู้สึก.. จนเข้าสู่การดูเหมือนไร้เหตุผล นิยมท่องบ่นอยู่กับคำว่า ชอบใจ .. ไม่ชอบใจ โดยจะไม่ใส่ใจพิจารณาสืบสาวหาเหตุหาผลใดๆ และยากมากต่อการรู้จัก การวางใจให้เป็นกลางๆ .. เมื่อต้องเข้าไปรับรู้อารมณ์ความรู้สึกจากภายนอก.. จึงมีการใช้อารมณ์เหนือเหตุผลในการดำเนินชีวิต จนสูญเสียคุณภาพความเป็นสัตว์ประเสริฐ เพื่อการใช้ชีวิตอย่างเป็นเหตุเป็นผลและตรงตามความเป็นจริง ไม่ต้องกล่าวถึงความเข้าใจใน สัจธรรม หรือหลักความเป็นจริง (ธรรม) ในธรรมชาติของชีวิตที่เป็น ปรมัตถธรรม สังคมแบบนี้จึงเกลื่อนกลาดไปด้วยคำถาม.. เพื่อขอทราบคำตอบอย่างไม่ต้องคิด ดังที่ชอบถามว่า

.. ทำไม ในสังคมคนยุคดิจิทัล จึงยังหลงใหลเข้าไปเชื่อความเหลวไหลไร้สาระ อย่าง ติรัจฉานวิชา ทั้งหลาย.. ทำไมไม่เข้าหา พุทธศาสตร์ ทั้งที่เป็นศาสตร์มีเหตุผล พิสูจน์ได้ด้วยตนเอง วิทยาศาสตร์คัดค้านไม่ได้ ให้สมกับอยู่ในโลกวิทยาศาสตร์ชั้นสูง

.. ทำไม วัตถุติรัจฉาน.. ไสยเวท.. ไสยศาสตร์ จึงยังคงครองใจหมู่ชนในสังคมแบบนี้มากกว่าพระธรรมคำสั่งสอนที่เป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขแท้จริง

.. ทำไม จึงยังมีความเจริญทางด้านพุทธพาณิชย์ ในแวดวงวัดวาอารามทั้งหลาย แม้ประกาศตนว่าเป็น พุทธศาสน์ ที่ว่าด้วย สัตถุศาสตร์ ไม่ใช่ วัตถุศาสตร์..

.. ทำไม ผู้เข้ามาบวชเป็นพระภิกษุ จึงไม่ ลด ละ เลิก ในโลกธรรม.. แต่กลับกระโดดเข้าสู่ วงจรโลกธรรม เพื่อหวัง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แบบคนเสพกาม.. เสมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ

.. ทำไม พระทุศีลจึงยังได้ดี มีหน้ามีตาในสังคม.. ยังเป็นที่ชื่นชมยินดีกราบไหว้ของผู้คน ทั้งๆ ที่ประกอบตนกับเดรัจฉานวิชา.. ปฏิเสธพระธรรมวินัยอย่างสิ้นเชิง

.. ทำไม คณะสงฆ์.. ที่ทำหน้าที่ปกครองดูแลหมู่สงฆ์.. จึงไม่ใช้ พระธรรมวินัย ในการเข้าไปจัดการชำระอธิกรณ์ ข้อเศร้าหมองต่างๆ ที่ผิดเพี้ยนให้สิ้นไปจากสังฆมณฑล

.. ทำไม การปกครองในบ้านเมือง จึงรกรุงรังไปด้วยปัญหาการฉ้อโกง ทุจริตคอร์รัปชัน.. ปัญหาไร้ความยุติธรรมในการบริหารจัดการ.. อย่างไม่ยอมจบสิ้น.. ฯลฯ

ทุกคำถามที่ยกมา เป็นบทสะท้อนให้เห็นความเป็นจริง อย่างไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจ ในสังคมที่ไร้ความมั่นใจในเสถียรภาพของคุณธรรมความดีงาม.. ที่เป็นสาเหตุให้คนในสังคมตื่นตระหนกกับวิกฤตการณ์ต่างๆ จนเกิดภาวะเสื่อมถอยทางจิตใจ.. ขาดความมั่นใจในวิถีสังคมที่แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย.. จึงเกิดความอ่อนล้าในการคิดอ่านแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมนั้น เราคนหนึ่งมีส่วน.. ซึ่งหากเรามองเข้าไปสู่ภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สามารถเรียนรู้เท่าทันในปัญหาต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมดา.. จะพบว่า ทุกปัญหา แก้ไม่ยาก.. ทุกคำถาม มีคำตอบ.. โดยเริ่มต้นด้วยความเข้าใจด้วยตัวเรา สำคัญอย่างยิ่ง.. เราจะต้องมองทุกปัญหาอย่างเข้าใจในความเป็นธรรมดา.. โดยเมื่ออยากเห็นพระดีเกิดขึ้น.. ก็เริ่มต้นการเป็นชาวพุทธที่ดีมีคุณภาพของเรา..

..เมื่ออยากเห็นนักการเมืองที่ดีเกิดขึ้น ก็เริ่มต้นการเป็นพลเมืองที่ดีของเรา... และเมื่ออยากเห็นเพื่อนบ้านที่ดี.. โดยเริ่มต้นด้วยการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับทุกคนด้วยตัวเรา.. อะไรๆ ก็จะดีขึ้นในชีวิตโดยหลักความเชื่อที่ว่า “ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเรา”.

 

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง

ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"

มติ กกต.14 ก.ย. คดีฮั้ว สว.จบแบบไหน?

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประชุมลงมติในคำร้อง"คดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา"หรือ"คดีฮั้วสว."ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก และคาดว่ามติของกกต.ไม่ว่าจะออกมาอย่างใด จะมีผลทางการเมืองและต่อองค์กรอิสระอย่างกกต.ตามมาแน่นอน

“ทุจริต” ปรากฏการณ์ที่น่ากลัว .. ในสังคมที่ไร้จิตสำนึก.!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวในทาง ชีววิทยา พฤติกรรมศาสตร์ กรณี สังคมมนุษยชาติเสื่อมจากศีลธรรมว่า “เกิดแต่เหตุจากสิ่งเร้าและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง...”

ผู้นำอยู่ที่สมัครใจนำ: ไม่ใช่ตำแหน่ง หรืออำนาจ

​ในสังคม หลายคน มักจะเข้าใจว่า "ความเป็นผู้นำ" คือสิทธิพิเศษของผู้ที่มีตำแหน่งสูง มีอำนาจตามกฎหมาย หรือมีเก้าอี้ผู้บริหารที่สามารถสั่งการ​ และโยกย้ายใครก็ได้ แต่แท้จริงแล้ว สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงลักษณะของ "นาย" หาใช่ "ผู้​นำ" ไม่

ผอ.JIC โต้ 'กัมพูชา' นำบทความสื่อฝรั่งเศส ชี้ไทย 'ผู้บุกรุก' ถามกลับใครเริ่มใช้กำลังก่อน

ผอ.JIC ไทย โต้ กัมพูชา นำบทความสื่อฝรั่งเศสชี้ไทย ‘ผู้บุกรุก’ ถามกลับใครเริ่มใช้กำลังก่อน ชี้บทความฝรั่งเศสไม่ใช่คำตัดสินเขตแดน ย้ำต้องแยก ข้อกล่าวอ้าง-ข้อเท็จจริง ลั่นสนธิสัญญา 1904-1907 ต้องอ่านในบริบท ยุคล่าอาณานิคมจบแล้ว ซัดอย่าใช้ประวัติศาสตร์สร้างความขัดแย้งรอบใหม่ ย้ำไทยยึดถ้อยแถลงร่วม 'อยู่ตรงไหน อยู่ตรงนั้น'