เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เข้าสู่เดือนที่สองของกาลพรรษาปี ๒๕๖๙ แสดงความเป็นปกติ ว่า..
“เวลาไม่เคยรอคน
อายุไม่เคยหยุดเดิน
ชีวิตไม่เคยหยุดเปลี่ยน
ความตายไม่เคยแจ้งล่วงหน้า..”
ความจริงแท้ คือ สิ่งที่เป็นจริง มีอยู่จริง.. เกิดปรากฏขึ้นจริงเป็นหนึ่งในปัจจุบันขณะ..
พระพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนเราทั้งหลายว่า.. ผู้มีปัญญา ควรรีบทำสิ่งที่ควรทำ ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะชีวิตมีความไม่เที่ยงเป็นธรรมดา..
ความเข้าใจในหลักธรรมคำสั่งสอนตามที่ยกมา สามารถสรุปลงเป็นธรรมสอนใจเราได้ว่า.. เมื่อยังมีลมหายใจ จงเพ่งเพียรทำความดีที่ควรทำ พูดคำที่ควรพูด คิดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ให้อภัยในสิ่งที่ควรให้อภัย และเจริญสติในสิ่งที่กำลังเป็นอยู่
“อย่ารอให้พร้อม .. แล้วจึงทำความดี
จงทำความดี .. ตามที่มีความพร้อม
อย่ารอให้ถึงวันนี้ จึงปฏิบัติธรรม
จงปฏิบัติธรรม นับแต่เวลานี้...
อย่าปล่อยให้เกิดความสูญเสีย ก่อนเห็นคุณค่า
จึงควรรู้ถึงความมีค่า .. ก่อนที่จะสูญเสีย
เพราะสิ่งที่เรียกกลับคืนได้ยาก คือ สิ่งที่ผ่านไปแล้ว
สิ่งที่ยากจะทำให้ปรากฏ คือ สิ่งที่ยังมาไม่ถึง
ขณะนี้.. ปัจจุบันนี้.. คือ ความแท้จริงที่ควรใส่ใจ
เพื่อเจริญสติปัญญา... สร้างความดีกันต่อไป.
ในเวลาที่ชีวิตของเราสั้นลงทุกขณะ
เราไม่ควรปล่อยให้ความดีสั้นลงตาม..
เพราะสิ่งที่ทำได้ยาก.. และรักษาให้คงไว้ได้ยาก คือ ความดี..”
เมื่อไม่กี่วัน ทราบข่าวคราวการอยู่จำพรรษาที่ จ.สุพรรณบุรี ของ.. เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ที่เราชาวลูกหลานผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสในผลงานของท่าน เรียกขานด้วยความเคารพว่า “หลวงพ่อสมเด็จ ป.อ.ปยุตฺโต” ด้วยความคุ้นเคยดุจเหมือนใกล้ชิดจากการเสพผลงานธรรมะของท่านไว้เยอะ โดยเฉพาะ “หนังสือพุทธธรรม” .. จึงเคยคิดอ่านจะเดินทางไปกราบท่านในหลายครั้งหลายหน แต่ยังหาช่องสะดวกไม่เจอ.. เพื่อจะได้กล่าวคำ “ขอบพระคุณท่าน” ที่ได้เมตตาแสดงธรรมสั่งสอน ให้ได้รู้เข้าใจในพระพุทธธรรมที่ จริง.. ตรง.. แท้ ไม่แปรผันวิบัติไปตามกิเลสคน...
สำคัญยิ่งใน คำพูด คำสั่งสอน.. ธรรมเทศนาของท่าน คือ ปฏิปทา.. ที่หมายถึง แนวทางดำเนินชีวิตที่มุ่งตรงสู่จุดหมายการสืบพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบต่อไป อันควรเคารพยิ่ง เพื่อเป็นแนวทางการศึกษาปฏิบัติธรรม ดังที่ปรากฏในกรณีมีการแปลความบิดเบือนความหมายของ “อนัตตา” ที่นับเป็น หัวใจธรรมของพุทธะ แท้จริง จนได้รับผลกระทบคืนกลับหลากหลายรูปแบบจากบรรดาสาวก.. สาวิกาของ “อลัชชี ทุมมังกุ” .. เจ้าสำนักที่ไม่ยอมรับความเป็นจริงใน พระสัทธรรมแท้..
อีกเรื่องที่ต้อง กราบแทบเท้าหลวงพ่อสมเด็จฯ งามๆ สัก ๓ ครั้ง จากกรณีได้เมตตา หลวงพี่คึกฤทธิ์ แห่งสำนักนาป่าพงฯ.. โดยได้แสดงธรรมและนิพนธ์บทความเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพระไตรปิฎก ผ่านผลงานสำคัญที่ชาวพุทธควรติดตาม ชื่อ “รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัด ให้ตรง” โดยมีประเด็นหลักในการแสดงธรรมเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดในการตีความ พระไตรปิฎกและอรรถกถา ที่ หลวงพี่ เน้นย้ำคำสอนอย่างมั่นคง แน่วแน่ ดุจอดีตชายชาติทหาร ว่า “ต้องเฉพาะพระพุทธพจน์เท่านั้น” .. อย่างอื่น “Say No!”
แต่ หลวงพ่อสมเด็จฯ ท่านมีเมตตากรุณาอธิบายว่า.. อรรถกถาและฎีกา มีความสำคัญในการช่วยสืบค้นความหมายที่แท้จริงและบริบทคำสอน ด้วยหากปราศจากความเข้าใจในอรรถกถาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดพลาดและตีความพระไตรปิฎกไปตามอำเภอใจ..
ในเรื่องดังกล่าวได้มีการขยายประเด็นโต้แย้งกันไปอีกมากมายอย่างไม่ยอมยุติ.. จนปรากฏวิวาทะตามหน้าสื่อดิจิทัล แต่ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายเดียว ด้วยทางหลวงพ่อสมเด็จฯ ได้สงบนิ่ง วาง อุเบกขาธรรม ตามวิสัยพระมหาเถระผู้ทรงเจริญในพุทธธรรม..
จากหลายเรื่องราว.. จนถึงเรื่องที่ยกขึ้นมาเล่าในปฏิปทาของความเป็น มหาเถระ อันน่าเลื่อมใสศรัทธา โดยเฉพาะการแสดงภูมิความรู้ผ่าน ปฏิปทา ของเจ้าประคุณท่านที่มีความซื่อสัตย์ต่อการบูชา “พุทธธรรม” ในฐานะ “สัจธรรม” แท้จริงในพระพุทธศาสนา ด้วยความกล้าหาญ แสดงถึงการดำเนินปฏิปทาตามรอยพระบรมศาสดา ที่ทรงถึงพร้อมใน “ตถาคตเวสารัชชธรรม” อันเป็นธรรมที่ทำให้เกิด ความกล้าหาญ อย่างมีหลัก มีเหตุผล และไม่หวั่นไหว เพราะรู้ชัดในสิ่งที่ตนรู้และปฏิบัติได้จริง..
จึงได้ระลึกถึงปฏิปทาของ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ที่ได้ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ สมฐานะความเป็น พระมหาเถระ แห่งคณะสงฆ์ไทย ที่มี ภูมิรู้-ภูมิธรรม สมบูรณ์พร้อมกับการปฏิบัติตนอย่างเป็นแบบอย่างด้วยดี น่าเลื่อมใสศรัทธามาโดยตลอด แม้ในหลายๆ เรื่องจะก่อผลสะท้อนกลับมาอย่างไม่น่ายินดี แต่ก็มิได้แสดงออกแบบปุถุชน กลับใช้ความสงบนิ่งอยู่กับความจริง เพื่อรับรอง ความเป็นสัจธรรม..ว่า... “เป็นหนึ่งเดียว” ไม่เปลี่ยนแปลง “อกาลิโก”..
แม้ในวันนี้ หลวงพ่อสมเด็จฯ มีความชราภาพมากขึ้น ร่างกายก็แปรปรวนไปตามสภาพ แต่ก็ยังเข้มแข็ง มั่นคง ต่อการปฏิบัติธรรม เพื่อแสดงถึง ความไม่ประมาท .. ตามปรากฏเป็นข่าวมาให้ทราบเป็นระยะๆ อย่างเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้เห็นภาพของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มีเมตตารับคณะศรัทธากลุ่มหนึ่งที่เข้าไปถวายรายงาน เรื่องความคืบหน้าใน การจัดทำคอร์สองค์กร-รมณีย์ ฯลฯ โดยปรากฏภาพเจ้าประคุณสมเด็จฯ นั่งรับคณะด้วยใบหน้าที่แช่มชื่นเบิกบาน จึงมีความยินดียิ่งในสุขภาพที่ดีขึ้น ณ ที่พักจำพรรษาที่สำนักปฏิบัติฯ เขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ในพรรษานี้..
จึงนึกขึ้นมาได้ว่า น่าจะติดต่อเข้าไปกราบเท้าท่านในต้นเดือนตุลาคมนี้ ด้วยได้รับนิมนต์ไปเป็นองค์แสดงธรรมในโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ จ.สุพรรณบุรี ตามการอาราธนาของผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยเป็นโครงการที่สนับสนุนโดย กระทรวงมหาดไทย
โดยตั้งใจว่า “จะขอไปรบกวนเวลาสัก ๑๐ นาที เพื่อกราบบูชาคุณ..” แต่ก็เข้าใจว่าคงจะยาก.. ด้วยอยู่ในห้วงเวลาที่ต้องมีการถวายอุปัฏฐาก ดูแลธาตุขันธ์ของ หลวงพ่อสมเด็จฯ ที่กำลังอยู่ในปลายปัจฉิมวัย.. และน่าจะยากยิ่งหากต้องติดต่อผ่าน พระอุปัฏฐาก ทั้งหลายที่ต้องทำหน้าที่อย่างดีที่สุด.. ด้วยความไม่รู้จักมักคุ้นในอุปนิสัยซึ่งกันและกัน ดังนั้น จึงขอใช้โอกาสในคอลัมน์นี้ “กล่าวถวายมาลัยถ้อยคำ ที่ร้อยเรียงอักษร ธรรม และความหมาย มาด้วยความเคารพ แทนมาลัยดอกมะลิ .. ธูปเทียนแพ” เพื่อขอโอกาสกราบบูชาคุณ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ด้วยความเคารพเลื่อมใสอย่างยิ่ง และใคร่กราบขอขมากรรมตามอริยประเพณี.. ว่า.. “..ได้โปรดอดโทษแด่ข้าฯ น้อยที่ยังโง่เขลาเบาปัญญา.. หากได้กระทำการล่วงเกินทั้งเจตนาหรือมิเจตนา.. เพื่อจะได้ระวังสำรวมใน พระมหาเถระ .. เพื่อจักได้เจริญใน อริยธรรม ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.. สืบตลอดไป จนถึงที่สุดคือ “พระนิพพาน”!!
ขอกราบถวายความเคารพมา ณ โอกาสนี้ ด้วยความสำนึกในพระคุณของพระมหาเถระ “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)” ควรมิควรแล้วแต่จักเมตตา..
พระราชวัชรสุทธิวงศ์ (อารยวังโส)
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
3 ทศวรรษไทยโพสต์ วิกรม กรมดิษฐ์ ผ่าทางตัน อุตสาหกรรมสีเขียว
ในโอกาสพิเศษ ที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ก่อตั้งมาครบ 30 ปี ในวันที่ 21 ต.ค.2569 ที่จะถึงนี้ กองบรรณาธิการข่าวไทยโพสต์ โดย"ศลิลนา ภู่เอี่ยม ผู้ดำเนินรายการชื่อดังจากรายการห้องข่าวไทยโพสต์"ได้สัมภาษณ์พิเศษ "วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน"ที่ทำกิจการประเภทพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ในหลายประเด็น ซึ่งมีการให้แง่คิด-ทัศนะที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ธรรมในพรรษา ๒๕๖๙ .. ที่ควรบันทึก!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ท่ามกลางภัยธรรมชาติ แสดงความเป็นธรรมดาของชีวิตใน สังสารวัฏ ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้แปรปรวน เปลี่ยนแปลง ยากจะต้านทาน ไร้ความเป็นอัตตาตัวตนถาวร จึงไม่อยู่ในอำนาจของใครที่จะให้เป็นไปตามความต้องการ.. กล่าวโดยสรุปว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามธรรม.. ...ธรรมเป็นไปตามเหตุปัจจัย!
3 ทศวรรษไทยโพสต์ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร พลังงานอนาคต สู่ความยั่งยืน
ในโอกาสที่ปีนี้ 21 ตุลาคม 2569 จะครบรอบ30 ปีของการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ทางทีมงานไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี
28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด
วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569
พระพุทธศาสนา .. ในอุ้งมือมาร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธเจ้า.. ข่าวฉาวโฉ่ในแวดวง นักบวชห่มจีวรพระ ไม่เคยสร่างซาไปจากสังคมไทย ก่อเกิด วิกฤตศรัทธา ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนดูเหมือนในแวดวงพระสงฆ์จะไร้ “พระแท้” ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยกันแก้ไขป้องกันอธิกรณ์ปัญหาเหล่านั้น จนก่อเกิดภาวะวังเวง ไร้ฟากฝั่งขอบเขตของความสิ้นไป ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณดังเคยมีมา..
สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

