“ทุจริต” ปรากฏการณ์ที่น่ากลัว .. ในสังคมที่ไร้จิตสำนึก.!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวในทาง ชีววิทยา พฤติกรรมศาสตร์ กรณี สังคมมนุษยชาติเสื่อมจากศีลธรรมว่า “เกิดแต่เหตุจากสิ่งเร้าและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง...”

ในขณะที่พุทธศาสนาชี้เปรี้ยงไปที่ “จิตสำนึกที่ดิ่งลง” .. จากฐานะความเป็นสัตว์ประเสริฐ.. โดยมีมูลเหตุมาจากการที่จิตใจถูกครอบงำด้วย อกุศลมูล (โลภะ โทสะ โมหะ) ทำให้เกิดความเสื่อมทางจิตสำนึกไปตามลำดับ.. จนเข้าสู่ วิกฤตการณ์ทางศีลธรรมในมนุษยชาติ!!

พุทธศาสนา.. แสดงให้เห็นเหตุแห่งความเสื่อมที่จริงว่า

“เมื่อมนุษย์ขาดปัญญา คือมีอวิชชาเกิดปรากฏในจิตใจ จึงเกิดความวิปลาสธรรมขึ้น ที่นำไปสู่ ความเห็นวิปลาส ด้วยความสำคัญมั่นหมายใน อัตตสัญญา จากการก่อเกิด อัตตทิฏฐิ ขึ้นในจิตใจ ที่ชักนำไปสู่ อัตวาทุปาทาน เมื่อการกระทำสนองตอบให้ได้มาคืนกลับเจ้าของ อุปาทาน นั้น..

การมองไปดู อำนาจภายนอก เพื่อแสวงหาให้ได้มา จึงเป็นอุปนิสัยของคนเราและสัตว์โลกทั้งหลาย โดยคาดหวังว่า จะได้รับความสุขใจ.. จากความถูกใจ ตรงใจ ในสิ่งนั้น.. เรื่องราวเหนือบุคคลนั้นๆ...”

เมื่อการขยายตัวเพิ่มพูนอุปาทานด้วยอำนาจของกิเลสคือ ตัณหา เกิดขึ้น จึงได้เห็น อำนาจความโลภโมโทสันของคนเราในโลกธรรม ได้แก่ ลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข .. เพื่อความสะดวกสบายในปัจจุบัน จนทำให้จิตใจมีแต่ภาวะปรุงคิด..คิดปรุง เพื่อการให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนารักใคร่ยินดี... จนลืมพิจารณาผลตอบกลับตาม “กฎแห่งกรรม”

ความโลภ.. จึงเกิดการขยายตัวไปสู่ความอยากได้และเพ่งเล็งลงไปในความอยากได้นั้น (อภิชฌาวิสมโลภะ) จึงก่อเกิดความเห็นแก่ตัวขึ้น.. เมื่อทรัพยากรที่ต้องการมีจำกัด การแก่งแย่งจึงเกิดขึ้นโดยวิธีการต่างๆ นานา แม้ว่าจะต้องทำการทุจริตเพื่อให้ได้มา.. “หิริโอตตัปปะ” จึงสูญสลายไปจากต่อมจิตสำนึกในความเป็นสัตว์ประเสริฐ ความหายนะจึงบังเกิดขึ้นทั่วทุกหย่อมหญ้า..

โลกเข้าสู่ วิวัฒนาการใหม่ของโลกยุคไอที ด้วยจิตสำนึกไร้หิริโอตตัปปะ จึงเกิดปรากฏฉลองอายุขัยมนุษยชาติในสมัยต่ำกว่า ๑๐๐.. ที่กำลังลดระดับเพดานลงต่ำกว่า ๘๐-๗๕-- และ ๗๐.. เพื่อสนองตอบพฤติกรรมของมนุษย์อันเป็นวิสัยของธรรมชาติ ภายใต้ ธรรมนิยาม.. ที่น่าศึกษายิ่ง

พระพุทธศาสนา มีพุทธภาษิตบทหนึ่ง กล่าวว่า

หีนํ ธมฺมํ น สาเวยฺย      -              ไม่พึงเสพธรรมอันเลว.

ปมาทํ น สํวเส                           -              ไม่พึงอยู่ร่วมกับความประมาท.

มิจฺฉาทิฏฐึ น เสเวยฺย    -              ไม่พึงคบหามิจฉาทิฏฐิ.

น สิยา โลกวฑฺฒโน      -              ไม่พึงเป็นผู้เพิ่มพูนความเจริญแห่งโลก!

(อย่ายังโลกให้เจริญ!)

แปลความโดยรวมเพื่อความเข้าใจแบบเราๆ ว่า.. “อย่าคบคนชั่ว อย่าอยู่กับความประมาท อย่ารับเอาความเห็นผิด และอย่าเป็นผู้เพิ่มพูนความหลงของโลก..” เป็นนัยสำคัญที่เชื่อมโยง โลกยุคไอทีกับความเสื่อมของหิริโอตตัปปะ จากการใช้ชีวิตร่วมกับความประมาท.. ขาดสติปัญญาที่จะยับยั้งชั่งใจ เป็นจุดเปิดทางให้กิเลสเข้ามาครอบงำจิต.. จนหลงผิดเสพคบธรรมอันเลว ด้วยมิจฉาทิฏฐิ.. เดรัจฉานวิชา ในรูปแบบวิทยาการยุคใหม่สมัยไอที ที่ชักนำไปเพิ่มพูนความเจริญแห่งโลก.. จนปิดธรรมเสียสิ้น

การแย่งอาหารกันกิน การแย่งถิ่นที่อยู่ การแย่งคู่พิศวาสเชยชม และการแย่งอำนาจกันเป็นใหญ่.. จึงเป็นปรากฏการณ์เกิดขึ้น เฉกเช่นสัตว์เดรัจฉาน.. ที่นำไปสู่การไร้ความรักสามัคคีขึ้นในสังคม

ในวิถีสังคมแบบใหม่ที่ไร้หิริ-โอตตัปปะ สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ.. การกระทำทุจริตอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม.. ด้วยมโนสำนึกที่ไร้ยางอายในฐานะสัตว์ประเสริฐ.. การก้าวข้ามกฎศีลธรรม (กฎแห่งกรรม) .. การก้าวข้ามกฎสังคม (วัฒนธรรมประเพณี) .. จึงเกิดขึ้น จนที่สุดของสังคมจะต้องพึ่งพิงเชือกเส้นสุดท้ายที่ยึดเหนี่ยวของสังคมไม่ให้ล่มสลาย ได้แก่ ระบบตุลาการภิวัฒน์.. เพื่อเป็นหลักประกันสังคมให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ต่อไป เพื่อยับยั้งวิวัฒนาการสังคมที่น่ากลัวที่สุดในยามนี้ คือ “ความผิดกลายเป็นเรื่องปกติของคนในสังคม”

... เมื่อปรากฏการณ์ความน่าละอาย.. บาปกรรม กลายเป็นเรื่องธรรมดาในความรู้สึกของคนยุคใหม่

... เมื่อปรากฏการณ์การทำผิดกฎหมายบ้านเมืองไม่น่าเกรงกลัวต่อโทษภัย.. เพราะสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลให้พ้นผิด ไม่ต้องรับโทษกันได้ตามความเป็นจริง...

การเปลี่ยนแปลงค่านิยมในสังคม จึงเกิดขึ้น จาก ผิด à ละอาย à หยุด

กลายเป็น.. ผิด à เห็นคนอื่นทำ à ทำตาม à คนทำมากขึ้น à กลายเป็นเรื่องปกติ.

การทุจริตอย่างมโหฬารจึงเกิดขึ้นในสังคม.. ด้วยค่าสามัญสำนึกที่สูญเสียไปจน “เกิดการทำผิด ไม่รู้สึกว่าตนเองผิด”

ดังปรากฏการณ์การฉ้อโกงการสอบเข้าเป็นข้าราชการ ที่มีการร่วมกันกระทำอย่างเป็นขบวนการระดับประเทศ เชื่อมโยงตัวบุคคลทุกระดับ จากท้องถิ่นสู่ส่วนกลาง.. จากชาวบ้านสู่บุคคลผู้มีอำนาจรัฐ.. และ จากข้าราชการจนถึงนักการเมือง ผู้เข้ามาใช้อำนาจบริหารประเทศ ด้วยผลประโยชน์จำนวนมหาศาล ว่ากันเป็นหมื่นล้าน ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสะเด็ดน้ำในการสอบสวน...

สิ่งที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง จากขบวนการทุจริตครั้งมโหฬารต่อแผ่นดินประเทศชาติในครั้งนี้ ได้แก่.. การไร้ยางอาย.. การไม่เกรงกลัวต่อบาปของบุคคล.. กลุ่มขบวนการ.. รวมถึงภาคสังคมที่มีส่วนร่วมทั้งในทางตรงทางอ้อม.. นั่นหมายถึง ประชาชนทุกคน ในฐานะเจ้าของประเทศที่ยังนิ่งเฉย ไม่แสดงปฏิกิริยาท่าทีให้ปรากฏชัดในการรังเกียจต่อกลุ่มขบวนการดังกล่าว ด้วยการผนึกพลังเรียกร้องให้ ผู้มีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการอย่างจริงจัง

จึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงใย..เป็นอย่างยิ่ง หากเพียงแค่มองว่า..

นี่เป็นเพียงการฉ้อโกงการสอบที่ผิดกฎกติกา.. ฝ่าฝืนระเบียบ.. ผิดกฎหมายบ้านเมือง เพียงส่วนเดียว..        เพราะแท้จริงแล้ว.. ปรากฏการณ์ฉ้อโกงแผ่นดินครั้งมโหฬารในประเทศครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงความเสื่อมย่อยสลายสิ้นของ ระบบคุณธรรม-จริยธรรม ในจิตวิญญาณของมนุษยชาติ.. ในสังคมประเทศนั้นๆ.. ที่อำนาจ ความโลภ.. ความอยากได้ อยู่เหนือความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี.. จนไร้ มโนธรรมสำนึก ในฐานะสัตว์ประเสริฐ.. ในสังคมอารยธรรม

จึงเป็นธรรมดา.. หากความทุกข์.. ความคับแค้นใจ จะเริ่มเพิ่มพูนแผ่กระจายไปทั่วแผ่นดิน เสมือนน้ำซึมใต้ทรายที่เชื่อมโยงกันไป.. เพื่อรอการก่อตัวสะท้อนกลับกลายเป็นสึนามิทางความรู้สึก.. ที่ยากจะต้านทานได้ ในกระแสแรงกดดันจากภาคสังคมต่อการล้มล้างระบบอยุติธรรม.. อันเกิดจากชนชั้นผู้ปกครองที่ไม่เคารพธรรม ซึ่งเมื่อไร แผ่นดินไร้ธรรมรักษา.. การลงโทษเพราะการเสียสมดุลโดยธรรมย่อมเกิดขึ้นตามกฎธรรมชาติ ที่จะตอบแทนคืนกลับสู่สังคมนั้นๆ.. ดังประวัติศาสตร์ในอดีตของสังคมมนุษยชาติที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว..  และจะเกิดทุกครั้งที่ มนุษยชาติ ส่วนใหญ่ในสังคมนั้น ประพฤติปฏิบัติตนอย่างไม่เคารพธรรม ท้าทายต่อกฎธรรมชาติ.. พากันทิ้งถิ่นฐานคุณธรรม.. อันเป็นดินแดนอารยธรรมของบรรพชนไปอย่างไม่รู้คุณค่า.. ด้วยความประมาท.. ด้วยการยังโลกให้เจริญ “นะ สิยา โลกะวัฑฒโน”.. จนหลงใหลไปในกระแสโลกอย่างไร้ปัญญา เสพคบธรรมอันเลว.. ประกอบตนอยู่ในความเป็นมิจฉาทิฏฐิ-มิจฉาปฏิบัติ ที่ยังโลกให้เจริญ.. จนปิดธรรม... นั่นคือ.. อวสานของมนุษยชาติ.. จากสังคมแห่งความสงบสุขที่จะไม่คืนกลับมาอีกต่อไป.. ตราบที่คนในสังคมพากันยกย่อง “การทุจริต”.. ว่าชอบธรรม!!.

 

 

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภูมิใจไทย เขย่าภาษีบาป เราไปแตะหม้อข้าวเขา

ยังคงมีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ตามมา กับกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและสส.พรรคภูมิใจไทย เข้าชื่อกันเสนอร่างกฎหมายสี่ฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร

อัศจรรย์แห่งธรรม .. ในวิกฤตการณ์!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในแวดวงนักวิชาการศาสนา รวมถึงนักปฏิบัติธรรม.. ได้มีการกล่าวถึง วิกฤตการณ์ธรรมชาติกับการกระทำของมนุษย์.. กันมาก ทั้งกล่าวแยกส่วนและเชื่อมโยง ที่สรุปได้ใจความว่า ภัยธรรมชาติมีเหตุทางธรรมชาติของมันเอง แต่ขณะเดียวกัน การกระทำของคนเราย่อมมีส่วนเพิ่มความรุนแรง.. ความถี่ และความอ่อนไหวให้เกิดมากขึ้นได้...

3 ทศวรรษไทยโพสต์ วิกรม กรมดิษฐ์ ผ่าทางตัน อุตสาหกรรมสีเขียว

ในโอกาสพิเศษ ที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ก่อตั้งมาครบ 30 ปี ในวันที่ 21 ต.ค.2569 ที่จะถึงนี้ กองบรรณาธิการข่าวไทยโพสต์ โดย"ศลิลนา ภู่เอี่ยม ผู้ดำเนินรายการชื่อดังจากรายการห้องข่าวไทยโพสต์"ได้สัมภาษณ์พิเศษ "วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน"ที่ทำกิจการประเภทพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ในหลายประเด็น ซึ่งมีการให้แง่คิด-ทัศนะที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ธรรมในพรรษา ๒๕๖๙ .. ที่ควรบันทึก!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ท่ามกลางภัยธรรมชาติ แสดงความเป็นธรรมดาของชีวิตใน สังสารวัฏ ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้แปรปรวน เปลี่ยนแปลง ยากจะต้านทาน ไร้ความเป็นอัตตาตัวตนถาวร จึงไม่อยู่ในอำนาจของใครที่จะให้เป็นไปตามความต้องการ.. กล่าวโดยสรุปว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามธรรม.. ...ธรรมเป็นไปตามเหตุปัจจัย!

3 ทศวรรษไทยโพสต์ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร พลังงานอนาคต สู่ความยั่งยืน

ในโอกาสที่ปีนี้ 21 ตุลาคม 2569 จะครบรอบ30 ปีของการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ทางทีมงานไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี

28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด

วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569