ย้อนศึกษางาน ความคิด ที่เกิดจากการรวบรวมประสบการณ์ของนักลงทุนอเมริกันระดับโลกอย่าง เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) ที่ศึกษาบทเรียนความรุ่งเรืองและเสื่อมถอยโลกช่วงเวลาต่างๆ ในงาน ระเบียบโลกใหม่ (The Great reset) ที่มองถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศมหาอำนาจของโลก ย้อนวงจรความเจิดจรัสรุ่งโรจน์จนถึงการตกต่ำ ที่ผ่านจากยุค ดัตช์ อังกฤษ ถึงอเมริกา ที่ต่างมีแบบแผนวงจรคล้ายกัน ก่อรูปจากปัจจัยต่างๆ ที่เกื้อหนุนสู่วงจรสร้างความรุ่งเรืองจาก 8 ปัจจัยสำคัญ
เริ่มจากหนึ่ง การสร้างการศึกษาหรือองค์ความรู้ สอง การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม สาม การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสังคม สี่ การจัดการผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ห้า การขยายผลสู่การค้าโลกและการปกป้องผลประโยชน์ หก การจัดการเรื่องกำลังทหาร เจ็ด การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน-เข้าสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน แปด การมีเงินทุนสำรองของประเทศที่แข็งแกร่ง ปัจจัยหลักๆ เหล่านี้เป็นข้อสรุปในวงจรความเคลื่อนไหวที่เคยเกิดขึ้นนี้ เป็นปัจจัยเกื้อหนุนสู่ความเฉิดฉายรุ่งเรืองและตกต่ำที่เคลื่อนผ่านกาลเวลาของโลก!
วงจรความเคลื่อนไหวนี้ ปัจจุบันโลกกำลังจับตาดูประเทศจีนในซีกโลกตะวันออก ที่กำลังเคลื่อนผ่านปรับตัวในทุกปัจจัยที่เข้าสู่วงจรที่เรียกว่าเป็น ขาขึ้นของความรุ่งเรืองในระเบียบโลกใหม่วันนี้!
แน่นอนว่าสถานการณ์โดยรวมของโลกวันนี้กำลังเผชิญกับภัยพิบัติขนาดใหญ่จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กวาดล้างทำลายทุกถิ่นย่าน-ในทุกมิติ! ไม่เว้นแม้คลื่นความเปลี่ยนแปลงเติบโตเฉิดฉายที่กำลังเคลื่อนสู่โลกตะวันออก แถมด้วยพิษภัยจากการพยายามแทรกแซงความมั่นคงระหว่างประเทศ ที่สหรัฐก่อขึ้นจนมีผลลุกลามเป็นสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งรัสเซียพยายามปกป้องการรุกคืบแทรกแซงจากกลุ่มโลกตะวันตกที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นตัวนำ โดยใช้กลุ่มประเทศนาโตผ่านผู้นำยูเครนเป็นเครื่องมือ! ฯลฯ สภาพโดยรวมเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคมการเมือง และคุณภาพชีวิตของประชาคมโลกและสังคมไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้!
หันมาพิจารณาพื้นฐานหลักที่เรย์กล่าวคือ เรื่องการศึกษา ที่เป็นฐานสำคัญของการปรับตัวเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า โลกวันนี้เป็นโลกที่กำลังปรับสร้างการจัดการความรู้ยุคใหม่-มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต-ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง ในทิศทางใหม่ ที่มีข้อสรุปสำคัญร่วมถึงการปรับสร้างความรู้ ทักษะ และสมรรถนะโดยรวมที่ว่า เป็นยุคที่ต้องรื้อสร้างละทิ้งความรู้เก่า-หันมาแสวงหาการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อปรับตัวจากวันนี้สู่อนาคต หรือที่เรียกกันว่า unlearn-relearn ซึ่งเป็นสภาวะการจัดการความรู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาโดยตรง!
การจัดการศึกษาของสังคมไทยในทุกระบบ-ทุกระดับ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างบ้านเมืองยุคใหม่นั้น เราจะพบว่าฐานการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และโลกแวดล้อมของการศึกษา รวมถึงการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากความก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมหลากมิติ ที่เรียกร้องให้ผู้คนต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงสู่ฐานเศรษฐกิจใหม่ การบริหารจัดการใหม่ การดำเนินชีวิตใหม่ ทั้งในบริบทของบุคคล หน่วยงาน องค์กร สถาบันการศึกษา สังคม และกระบวนการการเรียนรู้ รวมทั้งการมีกรอบทิศทางที่แม่นตรง-รวดเร็ว ในการสร้างสมรรถนะความก้าวหน้าใหม่ เพื่อไม่ให้ถูกเบียดขับทำลายล้างจากความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย!
ข้อพิจารณาถึงความรู้ ทักษะ สมรรถนะ ที่เกิดจากการเปลี่ยนปรับพลิกผันจากโลกใบเดิมสู่เทคโนโลยีดิจิตอลในวันนี้จะพบว่า การเข้าสู่โลกดิจิตอลนั้นส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมอย่างสำคัญต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาคอุตสาหกรรม การเงิน การธนาคาร การศึกษา ฯลฯ ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน
การเข้ามาของเทคโนโลยีทั้งกระบวนระบบไม่ว่า ระบบอัตโนมัติ ระบบข้อมูลบิ๊กดาต้า การสื่อสารใหม่ ระบบการผลิตและบริการแบบอัจฉริยะ การเชื่อมต่อสื่อสารใหม่ IoT AI หุ่นยนต์ คลาวด์คอมพิวเตอร์และสื่อสาร รวมทั้งการจัดการข้อมูลเพื่อออกแบบ-ขับเคลื่อน-ควบคุม ในระบบการผลิตและบริการ ที่อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิตอลที่รวมเรียกว่า เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลและความรู้ใหม่ในระบบอัจฉริยะนั้น ส่งผลกระทบให้ระบบการศึกษา-การพัฒนาคน-และการจัดการแรงงาน รวมถึงการปรับองค์กรการผลิต-การบริการ ทั้งภาคอุตสาหกรรม การเงินและอื่นๆ รวมทั้งการเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ เปลี่ยนรูปโฉมและสมรรถนะไปอย่างสิ้นเชิง ภาพสะท้อนนี้มุ่งให้มองเห็นถึงภาพรวมของการทำงานด้านการศึกษาและการทรัพยากรมนุษย์ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-สังคมโดยรวมของประเทศ สู่ความก้าวหน้าใหม่ที่เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงปรับตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นยิ่งที่ต้องปรับสร้างฐานความรู้-สมรรถนะใหม่ที่ไม่อาจใช้วิธีคิด-วิธีการ-ความรู้-ทักษะในระบบเดิมมาทดแทนได้
การปรับสร้างทักษะยกระดับทักษะสู่การยกระดับทักษะ-สมรรถนะใหม่ระยะสั้น-เร่งด่วน-การสร้างการศึกษาตลอดชีพ เป็นภารกิจสำคัญและจำเป็นในการสร้างการศึกษายุคใหม่ นั่นหมายความว่า สถาบันการศึกษาทุกระดับ-องค์กรหน่วยงานเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรกลุ่มต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวทั้งเรื่องวิธีคิด ระบบระเบียบ องค์ความรู้ที่เป็นฐานความรู้-ฐานสมรรถนะ-ทักษะ จนถึงการจัดการความรู้-ปรับสร้างความรู้ที่เชื่อมโยงกับระบบการผลิต-ระบบเศรษฐกิจที่เป็นจริงในโลกดิจิตอลที่มีรายละเอียดหลากมิติ ซึ่งมีภาระร่วมกันที่จะรื้อสร้าง-บริหารจัดการความรู้ให้ทันโลกอย่างจริงจัง!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"
สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.
บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..
เผชิญ .. วิกฤตการณ์ทับซ้อน .. ในสังคมปัจจุบัน!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับตามความเป็นจริงว่า.. กระแสโลกไหลเลื่อนเข้าสู่ร่องเวลาที่มี วิกฤตการณ์
แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ
ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น
“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล
“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..

