การเมืองทั่วโลกสิ่งสำคัญคือ "กระแส" ที่เกิดจากสงครามข้อมูลข่าวสาร เพราะเห็นกันมาแล้วทั้งการเมืองไทย-การเมืองโลก กระแส-ข้อมูลข่าวสาร ทำให้คนขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้ ขณะเดียวกันก็ล้มผู้นำ-ล้มรัฐบาลได้เช่นกัน
รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" มีการเขย่า-เสริมทีมวอร์รูมข้อมูลข่าวสารอีกรอบ หลังก่อนหน้านี้เปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลจาก ดร.รัชดา ธนาดิเรก มาเป็น นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ที่ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที เพราะข่าวของฝั่งรัฐบาล-ทีมโฆษกฯ มีความฮาร์ดคอร์มากขึ้น มีลีลาปะ-ฉะ-ดะฝ่ายตรงข้ามการเมืองแบบถึงพริกถึงขิง
ดูง่ายๆ กรณีพรรคภูมิใจไทย-อนุทิน ลงชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสภาฯ 4 ฉบับ เพื่อเปลี่ยนเส้นทางภาษีบาป จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมา รวมถึงแรงต้านจากเครือข่ายภาคีกองทุน สสส.และฝั่งไทยพีบีเอส ตัวหมอเอก ทั้งที่ไม่ได้เป็น สส.จึงไม่ได้ร่วมลงชื่อด้วย แต่เมื่อเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และรู้เรื่องงาน สสส.พอสมควร ก็ออกมาฟาดฟันกับ สสส.-ไทยพีบีเอส แบบถึงไหนถึงกัน ชนิดกัดไม่ปล่อย ซึ่งรูปแบบนี้ หากเป็นยุค ดร.รัชดา คงไม่มีวันได้เห็น
ล่าสุด “อนุทิน-ทีมการเมืองตึกไทยคู่ฟ้า” ก็ปรับทัพเสริมทีมงานสื่อสารประชาสัมพันธ์อีกรอบด้วยการดึง “หมิว อุบลรัตน์ เถาว์น้อย” อดีตผู้ประกาศข่าว-ผู้ดำเนินรายการข่าว Top News ที่มีประสบการณ์ด้านข่าว-สื่อมาหลายปี ทั้งที่ค่ายเนชั่น-ท็อปนิวส์ ที่มาช่วยงานรัฐบาลในฐานะทีมคณะทำงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไตรศุลี ไตรสรณกุล ในตำแหน่งผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเปิดตัวเป็นทางการไปแล้วเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา กับรายการ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' กับหลายคำถามฮิตติดเทรนด์การเมือง
การขยับเสริมทีมงานข่าว-สื่อสารประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ของ "อนุทิน-ทีมงานการเมืองตึกไทยคู่ฟ้า" ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนระเบิดศึกซักฟอก อภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่แม้จะขยับออกไป แต่แนวโน้มอาจเป็นช่วง พ.ย. มองได้ว่า ฝ่ายอนุทิน-กุนซือข้างกายคงมองว่า หลังจากนี้การเมืองจะเข้มข้นมากขึ้น การสื่อสารทางการเมืองจะต้องยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ คล่องตัวและสื่อสารได้ชัดเจนถึงกลุ่มเป้าหมายให้รวดเร็วมากขึ้น ต้องทำงานเชิงรุกให้หนักขึ้น จึงควรดึงคนที่มีประสบการณ์ด้านงานสื่อและคนรู้จัก มีแฟนคลับพอสมควร จึงเป็นที่มาของการดึง หมิว-อุบลรัตน์ ที่ก็มีแฟนคลับจำนวนมากพอสมควรมาช่วยงานอย่างที่เห็น
ส่วนผลงานจะออกมาอย่างไร จะทำให้งานข่าว-การสื่อสารประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล สื่อสารได้ดีขึ้นหรือไม่ ต้องรอให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์
อย่างไรก็ตาม “หมิว อุบลรัตน์” ไม่ใช่อดีตผู้ประกาศข่าว-ผู้ดำเนินรายการข่าว-ผู้สื่อข่าว คนแรกที่เปลี่ยนรันเวย์ตัวเองจากคนสื่อเข้าสู่ถนนการเมือง
เพราะก่อนหน้านี้ก็มีอดีตนักข่าว-อดีตผู้ประกาศข่าว-อดีตผู้ดำเนินรายการข่าว เข้าสู่ถนนการเมืองกันหลายคน โดยมีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จแตกต่างกันไป พบว่าบางคนก็กลับมาทำงานสื่ออีกครั้ง แต่บางคนจนถึงตอนนี้ก็ยังโลดแล่นอยู่กับการเมืองอยู่ ไล่เรียงรายชื่อกันพอสังเขป
-มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตนักข่าวสายการเมืองไอทีวี อดีตพิธีกรไอทีวีรายการ “ร่วมมือร่วมใจ” และ “สน.ไอทีวี” ที่เข้าสู่การเมืองครั้งแรกกับพรรคมหาชน ที่ก่อตั้งโดยพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ด้วยการลงสมัคร สส.พะเยา บ้านเกิด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นก็ตามเสธ.หนั่น ไปอยู่กับพรรคชาติไทย และต่อมาเข้าประชาธิปัตย์ จนผ่านตำแหน่งการเมืองหลายเก้าอี้ เช่น อดีตที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์, อดีตเลขานุการ รมว.วัฒนธรรม, อดีตที่ปรึกษา รมว.ไอซีที-อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ ล่าสุดลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.กลางปีที่ผ่านมา ผลปรากฏได้คะแนนมาอันดับ 2 เอาชนะทั้งพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์
-ธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตผู้ประกาศข่าว ผู้ดำเนินรายการไอทีวี-ไทยพีบีเอส-วอยซ์ทีวี ที่เคยไปเป็นโฆษกรัฐบาลรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงสั้นๆ
-นารากร ติยายน อดีตผู้ประกาศข่าวไอทีวี และช่อง 7, อดีต ผอ.ฝ่ายข่าวช่องวัน 31 พิธีกรรายการข่าว เช่น เคลียร์ ชัด ชัด เป็นต้น เลือกตั้งรอบล่าสุด ลงสมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์แต่สอบตก
-จักรภพ เพ็ญแข อดีตข้าราชการกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แต่ชอบเรื่องงานข่าว ศิษย์เอก พิชัย วาศนาส่ง อดีตนักวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศชื่อดังเบอร์ต้นๆ ของประเทศไทย โดยจักรภพใช้เวลาช่วงค่ำหลังเลิกงานที่กระทรวงการต่างประเทศไปจัดรายการวิทยุ จนเริ่มมีชื่อเสียง จนลาออกไปทำงานสื่อเต็มตัว และแจ้งเกิดเป็นที่รู้จักกับการเป็นผู้ดำเนินรายการตอนประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปกปี 2546 จนเข้าตาทักษิณ ชินวัตร จึงดึงมาเป็นโฆษกรัฐบาล จากนั้นจักรภพก็โลดแล่นการเมืองมาถึงวันนี้ เป็นมาแล้วทั้งอดีตแกนนำเสื้อแดง-อดีต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และเคยหนีคดีการเมืองไปต่างประเทศหลายปี ปัจจุบันเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทย
-อิสรา สุนทรวัฒน์ ที่เริ่มมีชื่อเสียงตอนเป็นพิธีกรรายการ "ฟุดฟิดฟอไฟ" รายการสอนภาษาอังกฤษ ทางช่อง 9 โดยเข้าสู่การเมืองเพราะอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชักชวน เป็น สส.มาแล้ว 3 สมัย ปัจจุบันเป็น สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
-แบม จณิสตา จรูญสมิทธิ์ (สกุลเดิมลิ่วเฉลิมวงศ์) อดีตดาวจุฬาฯ ที่โด่งดังจากพิธีกรรายการตีสิบ ทางช่อง 3 ที่จัดคู่กับ วิทวัส สุนทรวิเนตร์ ต่อมาเข้าสู่ถนนการเมือง ได้เป็น สส.พรรคชาติไทย 2 สมัย ยุคนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรค
-จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการสถานีไอทีวี และเอ็นบีที เดินเข้าสู่การเมืองกับพรรคเพื่อไทย ผ่านการเป็นโฆษกรัฐบาล ยุคแพทองธาร ชินวัตร และอดีต สส.กทม. 2 สมัย
-ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ หรือชื่อในปัจจุบันคือ รฎาวัญ อดีตผู้สื่อข่าว-ผู้ประกาศข่าวทีวียุคบุกเบิก ตอนช่วง ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล จากบริษัท แปซิฟิกฯ เข้าไปทำข่าวให้ช่อง 9 อสมท.ยุครัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ จนเกิดการปฏิวัติข่าวทีวีทุกช่องตามมา จนได้รับการทาบทามจากนายอานันท์ ปันยารชุน ให้เข้าไปเป็นโฆษกรัฐบาลช่วงปี 2534 แล้วก็เข้าสู่การเมืองจนถึงปัจจุบัน ผ่านการเป็น รมช.แรงงาน-อดีต สส.พะเยา ประชาธิปัตย์-อดีต สส.ไทยรักไทย เป็นต้น ช่วงหลังทำพรรคเองชื่อพรรคเสมอภาค แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
-จักรพันธุ์ ยมจินดา อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 ที่เข้าสู่การเมือง หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 โดยลงสมัคร สส.ระยอง ประชาธิปัตย์ จากนั้นขยับมาลง สส.กทม.ประชาธิปัตย์ และชนะเลือกตั้ง ต่อมาย้ายไปพรรคไทยรักไทยยุคทักษิณเป็นหัวหน้าพรรค และเคยเป็นรองประธานกรรมการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)ในยุครัฐบาลเพื่อไทย
-ศันสนีย์ นาคพงศ์ อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 เข้าสู่การเมืองในช่วงปี 2538 ที่พรรคพลังธรรม จากการชักชวนของทักษิณและคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ชื่อนี้ผ่านตำแหน่งการเมืองมาแล้วหลายเก้าอี้ เช่น อดีต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, อดีต สส.กรุงเทพมหานคร
-ศุภรัตน์ นาคบุญนำ อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 สี เข้าสู่การเมืองในปี 2550 โดยลงสมัคร สส.กรุงเทพมหานคร กับพรรคพลังประชาชน ยุคสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค แต่แพ้เลือกตั้ง แต่ในยุครัฐบาลสมัครถูกดึงไปเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
-หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือปลื้ม อดีตผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์และพิธีกรข่าว ทั้งที่ช่อง 3 ที่เคยจัดกับสรยุทธ สุทัศนะจินดา ในช่วงข่าวเศรษฐกิจ ต่อมาย้ายไปปักหลักที่ Voice TV เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.เมื่อปี 2552 ในฐานะผู้สมัครอิสระ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ปัจจุบันเป็นนักจัดรายการข่าวอิสระทางสื่อออนไลน์ของตัวเอง
-วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส หรือชื่อเดิม อินทิรา นาทองบ่อ อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 ที่โด่งดังจากข่าวเด็ด 7 สี, อดีตผู้ประกาศข่าวในพระราชสำนักช่อง 3 เข้าสู่การเมืองโดยเคยลงสมัคร สส.เชียงราย กับพรรคมหาชนและพรรคชาติไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เป็นรองโฆษกรัฐบาลยุครัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในโควตาพรรคชาติไทย ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ
ทั้งหมดคัดมาแค่บางรายชื่อเท่านั้น แต่ก็คาดว่า คนสื่อ-ผู้ประกาศข่าว ที่จะเข้ามาสู่ถนนการเมืองในอนาคตต่อจากนี้ ยังคงมีตามมาอีกแน่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เสียจังหวะ“ซักฟอก”ใครได้ประโยชน์ “สีน้ำเงิน”แขวนเกม“ดีลการเมือง”
“พรรคประชาชน” คงหงุดหงิดเป็นธรรมดา ที่ไม่สามารถต่อรองอะไรได้ตามใจอยาก ในกระบวนการการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวันอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยืนยันกรอบเวลา
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ช่อง 'กล้าธรรม' ย้ายซบภูมิใจไทย วัดใจ 'ธรรมนัส' ยอมเลิกพรรคหรือไม่
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้แม้กฎหมายห้ามควบรวมพรรคระหว่างอายุสภา แต่ยังมีช่องทางให้ สส.กล้าธรรมย้ายเข้าสังกัดภูมิใจไทย ทั้งการเลิกพรรคตามข้อบังคับ หรือใช้มติขับ สส.ออกจ
'อุบลรัตน์ เถาว์น้อย' อดีตผู้ประกาศข่าว นั่งผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล
เลขาธิการนายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งแต่งตั้ง 'อุบลรัตน์ เถาว์น้อย' เป็นคณะทำงานเลขาธิการนายกรัฐมน
'นายกฯ' แจงทุกประเด็นร้อน! รายการ 'คุยกับครม.อนุทิน' เสาร์นี้
นายกฯ เตรียมแจงทุกประเด็นร้อนทางการเมือง -เศรฐกิจ -ยุทธศาสตร์ต่างประเทศ ในรายการ 'คุยกับครม.อนุทิน' เสาร์ที่ 24 ต.ค. นี้
ถก'กรอบเวลา'ซักฟอก18 รมต. ชิงความได้เปรียบทางการเมือง
ฉากทัศน์ทางการเมืองไทยกลับมาร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลัง “ฝ่ายค้าน” เดินหน้ายื่นซักฟอกเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวนถึง 18 คน ซึ่งเป้าใหญ่พุ่งตรงไปที่รัฐมนตรีค่าย “ภูมิใจไทย”
'เชษฐา' มองภาพวงอาหารอินเดีย 'ธรรมนัส' เลือกแล้วจับมือ ภูมิใจไทย เดินแผนร่วมรัฐบาล
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ภาพการร่วมรับประทานอาหารอินเดียระหว่างนายอนุทิน ช

