ดร.ณัฏฐ์ ชี้ช่อง 'กล้าธรรม' ย้ายซบภูมิใจไทย วัดใจ 'ธรรมนัส' ยอมเลิกพรรคหรือไม่

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้แม้กฎหมายห้ามควบรวมพรรคระหว่างอายุสภา แต่ยังมีช่องทางให้ สส.กล้าธรรมย้ายเข้าสังกัดภูมิใจไทย ทั้งการเลิกพรรคตามข้อบังคับ หรือใช้มติขับ สส.ออกจากพรรค ยกกรณี 'ไพบูลย์' เลิกพรรคประชาชนปฏิรูปเป็นตัวอย่าง จับตา 'ธรรมนัส' จะยอมลดบทบาทจากหัวหน้าพรรคเป็นแกนนำภูมิใจไทย หรือใช้กระแสควบรวมเป็นเกมต่อรองทางการเมือง

24 ตุลาคม 2569 - จากกรณีเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในขณะเดียวกัน การรับประทานอาหารระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม รวมถึงกรณีนายอนุทิน ร่วมงานวันเกิดของ สส.รายหนึ่งของพรรคกล้าธรรม ทำให้เกิดความแน่นแฟ้นระหว่างนายอนุทิน กับ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้เกิดกระแสข่าวควบรวมพรรคนั้น

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ 'ดร.ณัฏฐ์' นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า แม้กฎหมายพรรคการเมืองฉบับปัจจุบัน ห้ามควบรวมพรรคในระหว่างอายุสภาผู้แทนราษฎร ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 96 ก็ตาม กฎหมายไทยมีหลัก ย่อมมีข้อยกเว้น และข้อยกเว้นซ้อนข้อยกเว้น

โดย พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 96 ห้าม สส.ย้ายค่าย ย้ายพรรค ระหว่างอายุของสภา โดยจะเห็น สส.บางคนถูกดองเค็ม กลับมานั่งในซีกของพรรคที่ตนจะไปสังกัด อย่างหน้าตาเฉย เพราะหากลาออกจากสมาชิกพรรค จะทำให้สิ้นสภาพความเป็น สส. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 101(8)

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 91 บัญญัติให้การสิ้นสภาพพรรคการเมือง ดังนี้ (1) พรรคการเมืองสิ้นสภาพตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 91 (2) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92

การสิ้นสภาพพรรคการเมือง หมายความว่า การทำให้พรรคการเมืองสูญสิ้นไป หรือตายไปโดยผลของกฎหมาย กฎหมายเลยเขียนไว้ 2 วิธี เหมือนกับในประเทศภาคพื้นยุโรป อาทิ เยอรมนี

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทย การยุบพรรคการเมืองและการเลิกพรรค ถือว่าเป็นการยุบพรรคการเมืองโดยผลของกฎหมาย ทำให้มีสถานะพรรคการเมืองสิ้นสภาพตามกฎหมายเช่นกัน

หากพรรคการเมืองสิ้นสภาพ ไม่ทำให้ สส.ของพรรคการเมืองนั้นและคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นโอนไปด้วย

เพราะสถานะความเป็น สส.เป็นสิทธิเฉพาะตัว โดยรัฐธรรมนูญยังให้ความคุ้มครองสมาชิกภาพ สส.อยู่ แต่จะต้องไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ภายในกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า พรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 9 โดยพี่น้องประชาชนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ไม่น้อยกว่า 500 คน สามารถยื่นจัดตั้งพรรคการเมืองได้

โดยกฎหมายพรรคการเมือง กำหนดสมาชิกแต่ละคนจ่ายเงินทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท เมื่อรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า โดยเมื่อพรรคการเมืองนั้นจะต้องมีข้อบังคับพรรค และสมาชิกพรรคครบถ้วนและจะต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามกฎหมาย โดย พ.ร.ป.พรรคการเมือง กำหนดให้จัดประชุมใหญ่สมัยครั้งที่ 1 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคโดยเปิดเผย โดยต้องมีสมาชิกพรรคผู้ร่วมอุดมการณ์และผู้ก่อตั้งเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง โดยจะต้องมีตัวแทน กกต.ประจำจังหวัด เข้าร่วมสังเกตการณ์ในระหว่างประชุม และเมื่อประชุมแล้ว ให้นายทะเบียนสมาชิกพรรคและหัวหน้าพรรคส่งรายละเอียดการประชุมทั้งหมดให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบว่าได้ดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ หากดำเนินการถูกต้อง จะต้องตรวจสอบว่า ข้อบังคับพรรคการเมืองนั้นขัดต่อ พ.ร.ป.พรรคการเมืองหรือไม่ เงินทุนประเดิมครบถ้วนหรือไม่ รายชื่อเข้าร่วมประชุมเป็นผู้จัดตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ หากผ่านกระบวนการ นายทะเบียนจะเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ กกต.พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้เป็นพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง โดยนายทะเบียนจะส่งเรื่องให้พรรคการเมืองนั้น เป็นพรรคการเมืองในสารบบการเมืองไทย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนรับทราบเป็นการทั่วไป

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า หลักกฎหมายมหาชน ต้องพิจารณาก่อนว่า มีกฎหมายให้อำนาจหรือไม่ ก่อนที่จะพิจารณาถึงนิติสัมพันธ์ในการใช้อำนาจ

ในกฎหมายพรรคการเมือง เช่นกัน หลักกฎหมายพรรคการเมืองห้ามควบรวมพรรคการเมืองในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 96

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า แตกต่างจาก พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2541 ในอดีต ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและอดีตนายกรัฐมนตรี โดยนำพรรคที่มี สส.มาควบรวม 3 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเสรีธรรม (วันที่ 6 กันยายน 2544) พรรคความหวังใหม่ (วันที่ 25 เมษายน 2545) และพรรคชาติพัฒนา (วันที่ 21 กันยายน 2547) ทำให้เพิ่มตัวเลข สส.พรรคไทยรักไทย จำนวน 377 คน เกิดดุลอำนาจและเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเมือง ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้นเป็นฝ่ายค้าน ทำให้ห้อยเปลี้ยเสียขา ไม่อาจตรวจสอบรัฐบาลนายทักษิณฯ ได้ เทคนิคนี้ใช้ได้ผลในกฎหมายพรรคการเมืองฉบับเก่า

แม้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ได้บัญญัติข้อห้ามควบรวมพรรคในระหว่างอายุสภาผู้แทนราษฎร

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า แต่มีข้อยกเว้นและเป็นช่องว่างกฎหมายในเรื่องของการสิ้นสุดของพรรคการเมือง ในหมวดที่ 8 โดยใน พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 90 บัญญัติให้พรรคการเมืองสิ้นสุดลงเมื่อ (1) สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 91 (2) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า ช่องว่างกฎหมายตรงนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ประสงค์จะนำ สส.พรรคกล้าธรรมทั้งหมด ไปอยู่ร่วมชายคาพรรคภูมิใจไทยเพื่อเพิ่มเสถียรภาพและเพิ่มตัวเลข สส.ฝ่ายรัฐบาล อาจใช้เทคนิคช่องทาง พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 91(7) โดยวิธีการเลิกพรรคตามข้อบังคับพรรค พูดง่ายๆ วิธีการนี้ เลิกทำพรรคแล้ว การสิ้นสภาพพรรควิธีการนี้ เป็นช่องทางเทคนิคกฎหมายสามารถทำได้ในกฎหมายพรรคการเมือง

ภาษาชาวบ้าน คือ ร.อ.ธรรมนัส เลิกทำพรรคแล้ว เป็นเทคนิคยุบพรรคการเมือง โดย กกต.ทำให้เปิดช่องย้ายพรรคได้ตามอำเภอใจ กฎหมายพรรคการเมืองห้ามควบรวม

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า แต่ไม่ห้ามเลิกพรรคยุบพรรคตนเอง แล้วนำ สส.กล้าธรรมทั้งหมดไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่เทคนิควิธีการนี้ รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สส.แต่ละคนต้องไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยภายใน 60 วัน มิฉะนั้นจะสิ้นสภาพความเป็น สส. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 101(10)

ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ในอดีตที่ผ่านมา พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรค ที่เคยมีนโยบายน้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ เพื่อแก้ปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชน หากพี่น้องประชาชนจดจำได้ ที่เรียกว่าพรรคพระพุทธเจ้า เคยเลิกพรรคตามข้อบังคับพรรคแล้วเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 เคยใช้เทคนิคทางกฎหมายช่องทางนี้มาแล้ว เป็นบรรทัดฐาน

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า ส่วนอีกช่องทางหนึ่ง กรณีพรรคกล้าธรรมขับออกเพราะ สส.ลงมติสวนมติพรรค โดย กก.บห.จะต้องไม่เป็น สส.และใช้เทคนิคขับออก โดยใช้ข้อบังคับพรรคกล้าธรรม และรัฐธรรมนูญมาตรา 101(9) โดยใช้มติพรรคไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารพรรคและ สส.ที่สังกัดพรรคกล้าธรรม แต่ต้องย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยภายใน 30 วันนับแต่วันที่พรรคกล้าธรรมลงมติ ข้อดี พรรคกล้าธรรมยังคงมีอยู่

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า ในแง่มิติทางการเมือง หาก ร.อ.ธรรมนัส ใช้วิธีการยุบพรรคตนเองโดยเลิกพรรคและพา สส.พรรคกล้าธรรมไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย มีสถานะเป็นเพียงแกนนำพรรค มิใช่หัวหน้าพรรค

ดุลอำนาจทางการเมืองอยู่ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและนายกรัฐมนตรี ทำให้พรรคกล้าธรรมหายไปจากสารบบการเมืองไทย

หากใช้เทคนิคขับออกจากพรรคกล้าธรรม อ้างเหตุกระทำขัดมติพรรคกล้าธรรม ต้องจัดประชุมใหญ่ เปลี่ยน กก.บห.พรรคกล้าธรรมใหม่ โดยนำ สส.ที่เป็น กก.บห.ลาออกจาก กก.บห.พรรคกล้าธรรม โดยใช้เทคนิค สส.พรรคกล้าธรรมทำผิดข้อบังคับพรรคอย่างร้ายแรง โดยมีมติขับ สส.ออกจากพรรค ทำให้เปิดช่องย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยได้ ทำให้พรรคกล้าธรรมยังคงสถานะความเป็นพรรคการเมืองในสารบบการเมืองไทย

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า แต่ไม่ว่าจะสถานะพันธมิตรทางการเมือง หรือเลิกพรรคยุบพรรคตนเองหรือมติขับออกจากพรรค ล้วนไปเสริมความแข็งแกร่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นับจากนี้ไป วัดใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเดินเกมการเมืองไปทิศทางใด จะยอมศิโรราบต่อครูใหญ่แห่งบุรีรัมย์หรือไม่ หรือเป็นเพียงสับขาหลอกทางการเมืองเพื่อข่มพรรคเพื่อไทยสร้างอำนาจต่อรองทางการเมืองเท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ประกาศิต รองผู้จัดการ สสส. งบกองทุน 4,000 ล้านต่อปี คุ้มค่า-ตรวจสอบได้

จากกรณีพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกับ สส.ของพรรคลงชื่อเสนอ "ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....หรือกฎหมายกองทุน สสส." ที่เป็นการเสนอแก้ไขกฎหมาย สสส.ฉบับปัจจุบันที่ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2544

‘นายกฯ’มั่นใจ GDPเกิน2.1% ยกระดับลงทุน

“อนุทิน” มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน ไทยวางตำแหน่งไม่แข่งขันด้วยค่าแรงราคาถูก ค่าไฟราคาถูก หรือรับงานประกอบสินค้าเพื่อรับเพียงค่าจ้าง

ส่อแห้ว‘ซักฟอก’! ‘อนุทิน’ยันหาวันอภิปรายใหม่ยาก/แบไต๋‘กล้าธรรม’

"อนุทิน" เผยเป็นเรื่องยากเคาะหาวันอภิปรายไม่ไว้วางใจใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าเหมาะสมสะดวกที่สุดแล้ว โยน "ปธ.สภาฯ" ตัดสินใจกำหนดวัน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศประชาชนได้ประโยชน์ บอกการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ยันพรรคร่วมฯ ไร้คลื่นใต้น้ำ

เสียจังหวะ“ซักฟอก”ใครได้ประโยชน์ “สีน้ำเงิน”แขวนเกม“ดีลการเมือง”

“พรรคประชาชน” คงหงุดหงิดเป็นธรรมดา ที่ไม่สามารถต่อรองอะไรได้ตามใจอยาก ในกระบวนการการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวันอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยืนยันกรอบเวลา

สต๊อกนํ้ามันล้น จนต้องส่งออก!

นายกฯ อนุทินแจงสถานการณ์พลังงาน ไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต๊อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก ชี้ผลกระทบมีเพียงเรื่องราคาผันผวนตามตลาดโลก พร้อมเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนหันพึ่งไฟฟ้า-โซลาร์รูฟท็อป เตรียมถกลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 ลดการพึ่งพาให้น้อยที่สุด

'รองโฆษกรัฐบาล' โต้ 'ภคมน' ยันตกลงเวลาซักฟอกไม่ได้ ไม่ใช่เพราะกลัวตรวจสอบ

รองโฆษกรัฐบาลโต้ “ภคมน” ปมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้ตกลงเวลาไม่ได้ ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลกลัวซักฟอก ย้ำนายกฯ ปรับภารกิจรัฐมนตรี 18 คน เตรียมพร้อมชี้แจง สวนปมดูฤกษ์ 27 ต.ค. หากมีหลักฐานขอให้เปิดเผย อย่าใช้ข้อสันนิษฐานกล่าวหาแทนข้อเท็จจริง