
ให้รัฐบาลตั้ง "ศูนย์หารายได้แห่งชาติ" ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี มีอำนาจเหนือทุกกระทรวง ทบวง กรม โดยด่วนมากที่สุด เพื่อระดมนักการตลาด นักการผลิต นักคิด นักวิจัย นักออกแบบ คนหาเงินเก่งทุกสาขาอาชีพ มาช่วยกันหาเงินเข้าประเทศในทุกช่องทาง ให้มีรายได้เพิ่มอีกปีละ 441 ล้านล้านบาท จนคนไทยที่ขยันและใฝ่รู้ มีรายได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า ใน 10 ปี
1.สนับสนุนการทำมาหารวยทั่วหน้าอย่างไม่จำกัด ในทุกหมู่บ้าน และชุมชน
2.พัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระดับโลกอย่างทวีคูณเต็มศักยภาพ แบบทวีคูณและยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตในระดับสูงสุดของผู้ประกอบอาชีพ จนทำมาหารวยได้สำเร็จ คนตั้งใจทำมาหากินทุกคนต้องมั่งคั่ง ภายใน 10 ปี
3.สร้างมหานครคลองไทย เชื่อม 2 มหาสมุทร โดยไทยถือหุ้น 51% ร่วมกับอีก 192 ประเทศทั่วโลก บนพื้นที่ 40,000 ตารางกิโลเมตร ทำกำไรได้มากกว่าปีละ 300 ล้านล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 10 ปี
3.1 เงินสวัสดิการจากผลกำไรของโครงการมหานครคลองไทย จัดสรรให้คนไทยทุกคนทั้ง 70 ล้านคน จนกว่าจะครบ คนละ 40,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่แรกเกิด จนตาย ตามหลักฐานใบเกิด หรือบัตรประชาชน ผ่านระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลอัตโนมัติกับทะเบียนราษฎร์
3.2 เงินลงทุน 20 ล้านล้านบาท
3.3 งบสำรวจ และออกแบบ 20,000 ล้านบาท
3.4 งบเช่า ซื้อ และผลิตอาวุธเพื่อความมั่นคง 2 ล้านล้านบาท
3.4.1 ที่มาของกำไร จากมหานครคลองไทย ซื้อขายสินค้าจากเรือ ปีละ 438,000 เที่ยว = 876 ล้านล้านบาทต่อปี
3.4.2 Thai Canal Giga Department Store ขนาด 40,000 ล้านตารางเมตร = 800 ล้านล้านบาทต่อปี
3.4.3 บ้านคลองไทย 10 ล้านไร่ ให้เช่า 8 ล้านไร่ สำหรับที่อยู่อาศัย ค่าเช่า 30 ปี ยูนิตละ 100 ตารางวา ยูนิตละ 10 ล้านบาท = 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี
3.4.4 Thai Canal Super Casino = 100 ล้านล้านบาทต่อปี
3.4.5 ศูนย์ซื้อขาย ออกแบบรถยนต์ รถบรรทุก และมอเตอร์ไซค์ทุกชนิด = 100 ล้านล้านบาทต่อปี
3.4.6 Thai Canal Giga Entertainment Complex = 20 ล้านล้านบาทต่อปี
3.4.7 Thai Canal Giga Medical Care Centre ศูนย์กลางทางการแพทย์ = 20 ล้านล้านบาทต่อปี
3.4.8 Giga Water Market ตลาดน้ำ = 10 ล้านล้านบาทต่อปี
"คนไทยทุกคน ต้องมีโอกาสในการทำมาหากิน อย่างเท่าเทียมกัน" ครับ
4.ระบบขายก่อนผลิต จะทำให้สินค้าไทยทุกชนิดขายตรงสู่ตลาดโลก 192 ประเทศ ได้ราคาสูงขึ้นหลายเท่า ผ่านระบบการประมูล เกษตรกรและผู้ผลิตชาวไทย จะไม่ถูกเอาเปรียบจากพาณิชย์นาวีไทย และสิงคโปร์ อีกต่อไป
5.โครงการศูนย์หลังเกษียณโลก : สร้างรายได้อย่างยั่งยืน และถาวร มากกว่าปีละ 70 ล้านล้านบาท ให้กับประเทศไทย อย่างปลอดภัย ใช้เงินลงทุนน้อย มลพิษต่ำ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
5.1 เพื่อเป็นสวรรค์ของชาวต่างชาติ ที่มีรายได้ดี ตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไป จำนวนไม่เกิน 70 ล้านคน มาดื่มด่ำกับความงดงามของเมืองไทยในทุกหมู่บ้าน เสพสุขกับความน่ารัก และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย
5.2 ค่าวีซ่า 10 ปี ถึง 30 ปี ปีละ 1 ล้านบาท ใช้วิธีเปิดประมูลทางเว็บไซต์ ราคาขึ้นอยู่กับทำเล และความเจริญในแต่ละอำเภอ ทั้ง 76 จังหวัด เพื่อกระจายรายได้ และพัฒนาท้องถิ่น = รายได้ปีละ 30 ล้านล้านบาท
5.3 เกษตรกรไทยสามารถทำการตลาดแบบขายก่อนปลูก ขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรคุณภาพเยี่ยม ปลอดสารพิษ ในราคาสูงขึ้นอีกหลายเท่า ให้คนต่างชาติรายได้สูงในประเทศ โครงการศูนย์หลังเกษียณโลก ทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงการส่งออกเป็นหลักอีกต่อไป
5.4 คนไทยจำนวนหลายสิบล้านคน มีงานทำ สร้างรายได้วันละหลายพันบาท
5.5 รัฐบาลสามารถดำเนินการแก้ไขกฎระเบียบได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเตรียมการ หรือเงินลงทุนมากมายแต่อย่างใด เพราะเงินลงทุนในการสร้างที่อยู่อาศัย และสาธารณูปโภคทั้งหมด ผู้เช่าโครงการศูนย์หลังเกษียณโลก เป็นผู้จ่ายตามสัญญาเช่าไม่เกิน 30 ปี อยู่แล้ว โดยมีผู้ประกอบกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นผู้ดำเนินการ
6.ส่งเสริมการปลูกฟ้าทะลายโจร เพื่อการส่งออกไปยัง 192 ประเทศทั่วโลก สร้างรายได้ปีละ 20 ล้านล้านบาท เกษตรกรไทยที่ปลูกฟ้าทะลายโจรจะมีรายได้มากกว่ากิโลกรัมละ 1,000 บาท ต่อกิโลกรัม
7.เปลี่ยนระบบหักลดหย่อนภาษี เพื่อเก็บแวตเพิ่ม 10 เท่า = เพิ่มรายได้เข้ารัฐอีก 10 ล้านล้านบาท
7.1 เปลี่ยนระบบการหักลดหย่อนภาษีของบุคคลธรรมดา และการหักค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลในแต่ละปีทุกชนิด
7.2 บุคคลธรรมดา : ต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้าม ทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคล
7.3 จะทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มพุ่งขึ้นหลายเท่า จนรัฐมีงบประมาณเพิ่มขึ้นทันที มากกว่าปีละ 10 ล้านล้านบาท
7.4 บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล จะซื้อสินค้าและบริการ ที่มีใบกำกับภาษีมากขึ้นหลาย 10 เท่า เพื่อนำไปหักเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับลดภาษีเงินได้
7.5 ผู้ประกอบการที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นทันทีหลายเท่า
7.6 ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะยอมเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มยอดขาย
7.7 บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล จะใช้จ่ายแบบมีใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้นทันที เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามอีกต่อไป สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการตามรายได้จริง
7.8 บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่เคยเลี่ยงภาษี ด้วยการกระจายรายได้ในชื่ออื่น จะเปลี่ยนมาแจ้งรายได้ตามจริง แล้วใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีแทน
7.9 บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลรายได้สูงมาก ที่เคยเลี่ยงภาษี ด้วยการกระจายเงินได้ในชื่อบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอำพราง จะหันมายื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยใช้วิธีหักลดหย่อนภาษี ด้วยใบกำกับภาษีซื้อแทน ทำให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกหลาย 10 เท่า.
โบบิ - นายสมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ : ประธานพรรคไทยทวีคูณ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ
สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่
ดร.เอนก เตือนสังคมศาสตร์ไทย ไร้รากเหง้า ระวังกลายเป็น 'ศาสตร์ไร้จิตวิญญาณ'
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชวนสังคมศาสตร์ไทยกลับมาศึกษารากเหง้าตัวเอง ชี้ใช้ทฤษฎีตะวันตกได้ แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาไทยให้พอกัน เตือนหากเอาแต่เป็
เราจะมีนายกฯ เป็นวีรบุรุษของชาติ.. ..ได้อย่างไร!?
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
สู่พรรษาปี ๒๕๖๙ .. ณ วัดป่าฯ สกลนคร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เข้าถึง วันเข้าพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ตรงกับ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พระภิกษุ-สามเณร และชาววัด ต่างมีกิจอันสำคัญยิ่งที่ถือปฏิบัติสืบกันมา ได้แก่ การแสวงหาที่พักจำพรรษา.. ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับนิมนต์ไปพักอยู่จำพรรษาที่ วัด DVMP (Dhamma Vinaya Monastery of Pune - India) ที่ศรัทธาชาวพุทธอินเดียสร้างถวาย ด้วยมูลค่าที่มากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ไม่นับรวมราคาที่ดินที่ถวายโดยเศรษฐีที่ดินอินเดียชาวฮินดู ตั้งอยู่ในนครปูเน่ รัฐมหาราษฏระ บนทำเลที่เหมาะควรต่อการเป็น สัปปายสถาน
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"

