ก่อรูปความคิด-เผชิญสภาพการศึกษาที่ต้องฝ่าสู่โลกใบใหม่

มีเรื่องที่น่าพิจารณาถึงระบบการศึกษา-การพัฒนาคน-พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในบ้านเมืองเรา.....การสร้างทุนมนุษย์ของบ้านเมืองช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมาเป็นช่วงการปรับตัวของสังคมไทย เริ่มตั้งแต่ช่วงที่เร่งเข้าสู่ความทันสมัยกลางทศวรรษ พ.ศ.2520 เป็นต้นมาจนมาถึงปัจจุบัน ที่ยุคดิจิทัลที่ AI กำลังเบ่งบานอยู่ในโลก 4.0 เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เคลื่อนผ่านจากศตวรรษ 20 เข้าสู่ศตวรรษที่ 21

ระบบการศึกษาไทยเปิดรับฐานความรู้-ทักษะ-สมรรถนะจากโลกตะวันตกเป็นหลัก สมาทานความรู้-ความก้าวหน้าจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ยุโรป ไม่ว่าสถาบัน MIT ฮาร์วาร์ด เคมบริดจ์ ออกซ์ฟอร์ด เยล พรินส์ตัน ฯลฯ ซึ่งช่วงราว 5 ทศวรรษที่ผ่านมาเป็นช่วงกระตุ้นสังคมไทยเข้าสู่โลกอุตสาหกรรมที่ดึงเอาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการตามยุคสมัยมาขับเคลื่อนสร้างการเปลี่ยนผ่านในแต่ละช่วงเวลา โดยรวมหลักๆ แล้วเป็นแนวการจัดการความรู้-ทักษะ-สมรรถนะ ที่อยู่บนฐานความคิดการพัฒนาคน-พัฒนางาน-การจัดองค์กรในการผลิตและบริการตามโครงสร้างที่ใช้แรงงานและทักษะของผู้คนเป็นหลัก (Labor Intensive) เป็นสำคัญ ก่อนที่โลกจะเปลี่ยนสู่การสื่อสาร-การงานยุคใหม่ในโลกดิจิทัลวันนี้

การเปลี่ยนจากโครงสร้างการงาน-เศรษฐกิจเก่า-สู่โลกดิจิทัล เป็นการเปลี่ยนผ่านที่มีความคิดและการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่ฐานคิด-วิธีคิด-ความรู้ความเข้าใจ-ทักษะ-จนถึงสมรรถนะโดยรวม ซึ่งโลกวันนี้เคลื่อนอยู่บนฐานความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่า-ทรงพลังกว่าแต่ละช่วงในโลกยุคก่อนดิจิทัลหลายเท่าตัว!

 “Speed Of Change” ในโลกใบเก่าที่สั่งสมการเปลี่ยนแปลงแบบเก่านั้น มีช่วงเวลาในการปรับฐานความรู้-พัฒนาทักษะ-และเรียนรู้ที่ใช้เวลายาวนานนับทศวรรษแต่ละช่วงในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากยุคพลังน้ำ-ยุคเหล็ก สู่ยุคไอน้ำ รถไฟ สู่ยุคไฟฟ้า สู่ยุคปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิก อากาศยาน สู่ยุคดิจิทัล การสื่อสารใหม่ และกำลังเคลื่อนสู่ยุคเอไอ หุ่นยนต์ โดรนและเทคโนโลยีสะอาด ฯลฯ แต่ละช่วงมีการสั่งสมเปลี่ยนแปลงนั้นใช้เวลาสั้น-ยาวต่างกัน ตั้งแต่ครึ่งศตวรรษจนแค่ไม่ถึงทศวรรษ!

โลกยุคดิจิทัลวันนี้ทักษะความเข้าใจ ความรู้และการพัฒนาสมรรถนะโดยรวมจะมีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ใช้เวลาไม่นาน-ต่อเนื่อง-ส่งผลต่อการงาน/การดำรงชีวิตทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีทั้งการสร้างโอกาสใหม่และการทำลายล้างในแบบผู้ชนะจะได้รับประโยชน์ไปทั้งหมด (Winner Take All) นี่คือความต่างที่ไม่เหมือนโลกใบเก่า!

เมื่อพิจารณาการจัดการศึกษา-การพัฒนาบุคลากร-พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่เป็นความรู้ทักษะที่สร้างความก้าวหน้าในการงานและการดำรงชีวิตยุคใหม่ จะพบว่าการจัดการศึกษา-การพัฒนาคนนั้นต้องปรับตัวเรียนรู้-เปลี่ยนแปลงด้วยการจัดการฐานความรู้-ความคิด-วิสัยทัศน์ที่เข้าใจ ศักยภาพของนวัตกรรม-เทคโนโลยีที่เคลื่อนไหวอยู่ในการงานและโลกแวดล้อมใหม่ ที่ต้องมีการรื้อสร้างให้มีความรู้-การเรียนการสอน-หลักสูตร-ภูมิทัศน์ทางการศึกษา-และระบบนิเวศการเรียนรู้ (Eco System) ที่สัมพันธภาพกับชีวิต-การงานยุคใหม่ มีทิศทางการสร้างทุนมนุษย์-พัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากระบบการศึกษาหรือการฝึกอบรมใหม่ๆ บนฐานสมรรถนะที่ต่างจากเดิมที่ต้องมองให้ชัดถึงตำแหน่งแห่งที่ของระบบการศึกษาที่มีอยู่ในสังคมไทยในเชิงสถาบันว่า มีบทบาทในการสร้างการศึกษา-พัฒนาคน (จากระดับการศึกษาพื้นฐาน-อาชีวะ-และอุดมศึกษา) ว่ามีความเคลื่อนไหวอยู่เช่นไร ตอบโจทย์ฐานความคิด-ความรู้-ทักษะ-สมรรถนะโดยรวมต่อการงานในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ในแง่ความรู้พื้นฐาน-หลักสูตร-บุคลากรครูอาจารย์ผู้สอน-ผู้จัดการศึกษา-ระบบการศึกษา-การเรียนการสอน-จนถึงภูมิทัศน์ (Ecosystem) ในการสร้างความรู้-ทักษะ-สมรรถนะให้บุคคลนั้น ตอบโจทย์ความก้าวหน้าบนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เคลื่อนเข้าแทนโลกใบเก่าได้จริงหรือไม่? เพียงใด?

เมื่อมีการขับเคลื่อนเดินหน้าสู่ประเทศไทย 4.0 เปิดพื้นที่การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ การย้อนดูการก่อรูป-ขยายตัวของโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ปฐมบทการปรับประเทศสู่ความเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งในยุคนั้นมีการเร่งจัดปรับสร้างการศึกษาโดยเฉพาะระดับอาชีวะผ่านความร่วมมือกับกลุ่มยุโรป โดยเฉพาะเยอรมันกับออสเตรียและอเมริกา เพื่อสร้างคนรับความก้าวหน้าเปลี่ยนแปลง! แต่ต่อมาเมื่อระบบการศึกษาไปหมกอยู่ใต้ระบบราชการจ๋าที่ถูกกำกับดูแลอย่างสะเปะสะปะไร้ทิศทาง! ผลที่ได้ต่อมาคือ การผลิตบัณฑิตตกงานปีละ 3-4 แสนคน ขณะที่กลุ่มคนที่มีงานทำ-ได้งานไม่ตรงกับสาขาวิชาที่เรียนมา หรือกลุ่มที่ได้งานตรงสาขาวิชาที่เรียนมาก็ไม่ได้สร้างความพึงพอใจให้ผู้ประกอบการอย่างที่ควร! ภาพความจริงนี้สะท้อนความสูญเปล่า-ล้มเหลวทางการศึกษาอย่างกว้างขวาง! ความน่ากังวลของเขตพัฒนาพิเศษในโลกอุตสาหกรรม 4.0 จึงอยู่ที่ว่าจะพึ่งพาระบบการศึกษา-พัฒนาคนที่กำลังปรับฐานการผลิต-บริการมุ่งยกระดับประเทศสู่ 4.0 ได้เช่นไร?

สภาพแวดล้อมเยี่ยงนี้สิ่งที่ต้องทำแน่ๆ คือการปรับฐานการศึกษา-การพัฒนาคนให้เข้ากับฐานการผลิต-บริการในโลกยุคดิจิทัล ซึ่งจำเป็นต้องรื้อสร้างการศึกษาให้เกิดการเรียนรู้-ทักษะในทิศทางใหม่บนฐานคิดที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงของยุคสมัยที่ต่างไปจากเดิมๆ ซึ่งนี่คือภารกิจสำคัญต่อการพัฒนาคนและการศึกษาในการขับเคลื่อน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่มีบทบาทหลักในการยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตยุคใหม่ของประเทศให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ

ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง

ภัยร้าย .. ต่อศาสนา ปัญหา .. เสพติดเทคโนโลยี!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงในความดำรงอยู่.. อันดำเนินไปตามเหตุปัจจัย.. ที่สะท้อนความเป็นจริงว่า.. ทุกอย่างเป็น.. ธรรม ธรรม.. เป็นไปตามเหตุปัจจัย..

“เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโลก เข้าสู่กาลโกลาหลเต็มตัว เมื่ออำนาจเทคโนโลยียุคไอทีผลักดันสังคมเข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ.. จึงได้เห็น กาลโกลาหลในกระแสสังคมดิจิทัล ที่แม้แต่ ศาสนจักร ยากจะปฏิเสธ

'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"