เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อพิจารณาคติธรรมในพระพุทธศาสนา ที่ล้วนเป็น อกาลิโก สามารถศึกษาได้ไม่จำกัดกาลจริงๆ มีความทันสมัยเสมอ ไม่ว่าโลก..จะเปลี่ยนแปลงก้าวไปสู่ยุคใด.. ดังเช่น ตัวอย่างกรณีที่ พระพุทธองค์ทรงสอนพระราหุลด้วยน้ำล้างพระบาท เมื่อทรงล้างพระบาท เหลือน้ำไว้ในภาชนะหน่อยหนึ่ง ได้ตรัสเปรียบเทียบให้เห็นจริงว่า สมณธรรมของผู้ไม่มีคุณธรรมในการกล่าวมุสา ทั้งที่รู้อยู่ ก็มีน้อยเหมือนน้ำนี้เช่นกัน
จากนั้น ทรงเทน้ำที่เหลืออยู่ทั้งหมด แล้วตรัสว่า สมณธรรมของผู้ไม่มีคุณธรรมในการกล่าวมุสา ทั้งที่รู้อยู่ ก็เป็นของ (น้ำ) ที่เขาทิ้งเสียแล้วเหมือนกัน และ ทรงตั้งภาชนะนั้น แล้วตรัสว่า สมณธรรมของผู้ไม่มีคุณธรรมในการกล่าวมุสา ทั้งที่รู้อยู่ ก็เป็นของที่เขาคว่ำเสียแล้วเหมือนกัน ฉันนั้น
ลำดับถัดไป ทรงหงายภาชนะน้ำนั้นขึ้น ตรัสว่า.. สมณธรรมของผู้ไม่มีคุณธรรมในการกล่าวมุสา ทั้งๆ ที่รู้อยู่ ก็เป็นเหมือนภาชนะที่ว่างเปล่านี้
พระพุทธองค์ตรัสสรุปในเรื่องดังกล่าว เพื่อสอนสามเณรราหุลในครั้งนั้น ณ อัมพลัฏฐิกา ซึ่งอยู่ระหว่างราชคฤห์กับนาลันทา ว่า..
“ดูก่อนราหุล ผู้กล่าวเท็จ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ จะไม่ทำบาปไม่มี...
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอพึงศึกษาว่า
เราจักไม่กล่าวมุสา แม้เพียงเพื่อหัวเราะกันเล่น”
บทธรรมดังกล่าว ยาวนานมามากกว่า ๒,๐๐๐ ปี เข้าสู่ยุคสมัยปัจจุบัน ยังสะท้อนความจริงในสังคมอยู่เสมอ โดยเฉพาะในยุคสมัยไอที.. ที่ศีลธรรมไร้ที่อาศัย การพูดเท็จแพร่ระบาดทุกวงการ ไม่เว้นแม้.......
เหตุใด.. ทำให้คนเราละเลยต่อการประพฤติปฏิบัติชอบโดยธรรม คำตอบ คือ การศึกษาที่ชักนำไปสู่ความประมาท.. เป็นการศึกษาที่ไร้จิตวิญญาณของสัตว์ประเสริฐ ที่ถูกฝังกลบโดยวัตถุศาสน์ จึงทำให้วิถีสัตว์สังคมเป็นไปอย่างไร้มนุษยธรรม
การศึกษาขั้นพื้นฐานที่ไร้จิตวิญญาณศีลธรรม.. ไม่เข้าใจในกฎธรรมชาติ.. จึงทำให้สัตว์สังคมในทุกเพศวัยปฏิบัติตนอย่างขาด คติธรรม ดำรงอยู่ใน วิถีอคติ.. เพิ่มพูนแต่ความ วิปลาสธรรม ไปวันๆ .. อย่างมืดมน
การศึกษาที่ขาดระบบคุณธรรม.. จึงไร้จริยธรรมในการศึกษา
จึงได้เห็นสภาพของนิสิตนักศึกษาในห้องเรียน ที่อลวน ปะปนกันระหว่างเด็กๆ ที่พอมีพื้นฐานความดีอยู่บ้าง.. กับหมู่เด็กที่ไม่รู้จักแม้คำว่า “ความดีคืออะไร”
ยิ่งเปิดโอกาสให้มีสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมกันตามกฎหมาย โดยมิได้คำนึงถึงความปกติธรรม.. จึงยิ่งเห็นความไร้สาระในห้องเรียน.. มากกว่าความมีสาระ
การจัดการศึกษาเพียงแค่หวังผล สอบได้ .. สอบผ่าน.. นึกคิดได้ถูกต้อง จึงเป็นความล้มเหลวและเป็น ความวิปลาสในการศึกษา.. ที่เป็นภัยต่อมนุษยชาติอย่างยิ่ง
เมื่อผสมผสานกับสภาพสังคมที่มุ่งเน้น ออกแบบระเบียบการ กฎหมายบ้านเมือง ไปในทิศทางที่คิดคำนึงถึงแต่ สิทธิและหน้าที่ อย่างขาดความชอบธรรม.. ไร้คุณธรรมในตัวบทกฎหมาย ยิ่งเป็นการส่งเสริมให้สังคมสับสนมากยิ่งขึ้น ระหว่างความถูกต้องกับความชอบธรรม แม้จะเป็นสังคมวิถีพุทธก็ตาม
จึงได้เห็นผลิตผลตามสถาบันการศึกษาที่ไร้มาตรฐานคุณธรรมที่แท้จริง.. จะมีแต่คุณธรรมจอมปลอม จริยธรรมจอมปลอม.. และบัณฑิตจอมปลอม ที่แพร่พันธุ์รกรุงรังสังคม.. จนกลายเป็น สังคมอนารยธรรม
ในขณะที่กระแสโลก.. กระแสมาร ร้อนแรง ทรงอิทธิพล ในกระบวนการจัดการศึกษาเพื่อชีวิต.. ที่ไร้ธรรม
องค์กรศาสนา.. ที่ต้องทำหน้าที่ผลิธรรมเพื่ออภิบาลโลก กลับ ย่อหย่อน.. อ่อนแอ ท้อแท้ จับจด ด้วยคุณภาพของบุคลากรในศาสนา ที่ไม่ได้มีคุณธรรมเฉกเช่นบรรพชน
มิหนำซ้ำ.. องค์กร สถาบันศาสนา ที่ทำหน้าที่ รักษา สืบสาน ต่อยอด หลักธรรมคำสั่งสอน กลับพากันก้าวตามกระแสโลกไปอย่างไม่ไยดีต่อกระแสธรรม..
หลายองค์กรทางศาสนา.. เปิดการจัดการศึกษาแก่เยาวชน บุคคลที่สนใจแบบโลกๆ .. ที่นิยมจัดการศึกษากัน เพื่อความมีสิทธิ.. มีลาภยศ อันเกิดจากการจัดการศึกษานั้นๆ..
จึงได้เห็นบุคลากรทางการศึกษาศาสนา ได้ฐานะทางวิชาการเป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์.. กันมากมาย เพื่อเป็นเกียรติคุณ สรรเสริญคุณ ให้กับตนเอง.. ตามคติโลกนิยม จนลืมความหมายของคำว่า บรรพชิต.. สมณะ.. พระภิกษุ ไปอย่างไม่น่าอภัย...
การจัดการศึกษาแบบโลกนิยม จึงเกิดปรากฏขึ้นมากมายในองค์กรศาสนา.. และเริ่มมีทีท่าว่า จะแผ่อิทธิพลเข้าไปครอบคลุมการจัดการศึกษาทางศาสนา จนด้อยค่าไปในความรู้สึกของหมู่ชน..
ภาพในห้องเรียนของสถาบันทางศาสนา ที่คละเคล้าระหว่างชาวบ้านกับบรรพชิต.. ที่ศึกษาร่วมกัน.. ทำกิจกรรมร่วมกัน.. อย่างไม่เคารพกันตามฐานานุรูป จึงเกิดมีให้เห็นเป็นปกติ...
แม้สถาบันศาสนา.. จะพยายามให้ความสำคัญต่อการศึกษาของบรรพชิตทุกฐานะ.. แต่ก็เป็นเพียงแค่การจัดการศึกษา เพื่อการก้าวย่างไปสู่ความสำเร็จในอาชีพ.. เพื่อการมีฐานะ ยศศักดิ์ หน้าที่สูงขึ้นในสถาบันศาสนา.. อันเป็นค่านิยมทางโลกธรรม ที่ครอบคลุมสถาบันศาสนาให้มืดมิดจากแสงสว่างแห่งธรรม..
มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ .. ในสังคมมนุษยชาติ.. ทุกฐานะ ไม่ว่าชาวบ้านหรือนักบวช.. ที่มีโลกธรรมเป็นใหญ่.. และเมื่อหันกลับไปมองดูสายปฏิบัติธรรม ที่เคยรุ่งโรจน์ในศาสนจักร เป็นเสาหลักศาสนาก็ยิ่งน่าเศร้าใจ ต่อความต้องการ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ของบุคลากรสายปฏิบัติสมัยปัจจุบัน..
ภาพความเป็นจริง.. ที่แพร่ออกมาเป็นข่าว ไม่ดี ไม่งาม ในแต่ละครั้ง ในแวดวงศาสนา กลับเป็นพวกนักปฏิบัติในคราบบรรพชิตที่น่านับถือ ไม่น้อยไปกว่าพวกฝ่ายคงแก่เรียนจนลืมธรรม
เล่นเอาหมู่ประชา.. ที่ฝากความหวังไว้กับท่านผู้ทรงธรรม (แต่ขาดวินัย) เหล่านั้น หัวใจสลายกันเป็นทิวแถว.. เมื่อครูบาอาจารย์ที่นับถือ.. มีภาพข่าวออกมาต่ำตมกว่าชาวบ้านผู้เสพกาม..
ยิ่ง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เข้าไปเป็นใหญ่ในศาสนจักรมากเท่าไร.. ยิ่งทำให้เห็นปรากฏการณ์ความอ่อนแอ.. ในหมู่บรรพชิตผู้เคร่งครัดปฏิบัติธรรมมกันมากขึ้น
จึงได้เห็นนานาพฤติกรรมของบรรดาท่านผู้ทรงธรรมเหล่านี้.. ที่ขาดวินัย มีภาพแสดงออกทางสื่อเทคโนโลยีทันสมัยแพร่ไปทั่ว...
ระบบไอที.. เพื่อการสื่อสารทันสมัย จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญต่อการเผยแพร่ บทบาท ฐานะ ของบุคคล ที่แสดงธรรม.. มากกว่าการให้ความสำคัญกับหลักธรรมคำสั่งสอน
คำสอนที่ว่า.. อย่าแบกโลก อย่าหามโลก.. พึงหิ้วโลก
คำสอนที่ว่า.. สงเคราะห์ในสิ่งที่ควร.. อย่าสงเคราะห์ในสิ่งที่ไม่ควร
คำสอนที่ว่า.. สิ่งใดแม้ไม่ได้ห้ามว่าไม่ควร.. หากเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร.. ก็ย่อมไม่ควร
ฯลฯ
สิ่งใดแม้ไม่ได้ทรงอนุญาตว่าควร.. เมื่อเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นย่อมไม่ควร.. ฯลฯ
และคำสอนที่ว่า..
อย่าตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะสิ่งทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา..
จึงยังคงคุณค่าสมบูรณ์อยู่เสมอ.. ในกระแสชีวิตที่อ่อนแอไปตามกระแสโลก ที่เราท่านทั้งหลายควรตื่นขึ้นมาตระหนักรู้ เพื่อจัดการศึกษา อนุวัตตามธรรม...
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม" มีเนื้อหาดังนี้
พระอุโบสถเวฬุวันมหาวิหาร อินเดีย อธิการกุศลในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตรงกับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ปัณรสมวาร (๑๕ วัน) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่วนราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศพร้อมเพรียงกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลดังกล่าว.. ดังที่อาตมาได้รับนิมนต์จาก นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาในวาระดังกล่าว...
“สมเด็จเจ้าฟ้าแห่งประเทศพระพุทธศาสนา” ที่ชาวพุทธน้อมสำนึกฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับความจริง อย่างเข้าใจจริง.. ในความเป็นจริง.. ที่มีอยู่จริง ในปัจจุบันขณะนั้น... จึงจะถูกต้องตรงตามหลักธรรมที่ว่า..
ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ
ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง

