เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ... ในห้วงเวลาที่สังคมไทยได้รับผลจากแผ่นดินไหว ตึกถล่ม.. เกิดการสูญเสียชีวิตของคนจำนวนหนึ่ง เมื่อ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา นับเป็นห้วงเวลาแห่งความกังวล ห่วงใยในภัยอันตรายจากธรรมชาติ ที่เชื่อมโยงกับภัยร้ายอันเกิดจากการกระทำของคนเรา..
จริงๆ แล้ว ภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว ที่มีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ยังไม่นับว่าเป็นอันตรายที่จะส่งผลกระทบต่อแผ่นดินในประเทศของเรา
แต่เมื่อมาประสบกับภัยร้ายที่เกิดจากการกระทำของคนเรา ที่แผ่ความทุจริตไปในทุกวงจรของสังคมประเทศชาติ จึงได้เห็นผลกระทบเชิงผสมผสานที่ก่อตัวเกิดขึ้น ดังภาพตึกสูงที่ตั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ถล่มลงมาอย่างไม่เหลือโครงสร้างเดิม อันบ่งบอกถึงความไร้มาตรฐานทางด้านวิศวกรรมก่อสร้าง ที่ต้องนำไปสู่การสืบสวนหาความเป็นจริง เพื่อหาผู้รับผิดชอบแท้จริงในความเป็นตัวการ.. เพื่อสืบสาวให้ถึงมูลเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายในครั้งนี้...
นับจากวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นมา จึงได้เห็นการแสดงออกจาก บุคคล องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ในทุกมิติของสังคม เพื่อเรียกร้องหาผู้รับผิดชอบตัวจริงที่ทำให้เกิดปัญหาตึกถล่มดังกล่าว
แต่ในขณะที่ทุกฝ่ายตระหนกตกใจแตกตื่นอยู่กับตึกสูงถล่ม อันเกิดจากแผ่นดินไหวลงมาทับถมชีวิตคนไว้จำนวนไม่น้อย และประชาชนส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจในการรับทราบต่อปัญหาดังกล่าว ด้วยความห่วงใยในชีวิตของบุคคลที่ติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง ที่ยังไม่รู้ถึงชะตาชีวิตของคนเหล่านั้นว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
..ก็ได้มีปรากฏการณ์ทางการเมืองขึ้นมาอีกลูกหนึ่ง เขย่าขวัญสุจริตชนชาวไทย ผู้ดำรงตนแน่วแน่ในวิถีศาสนา ให้ตื่นตระหนกห่วงใยชาติบ้านเมืองเล่น.. โดยเมื่อฝ่ายการเมืองมีการเตรียมนำ ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาผ่านความเห็นชอบมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยมีสาระสำคัญน่าสนใจพิจารณาดังระบุว่า.. “ให้สถานที่บันเทิงครบวงจรตั้งอยู่ในบริเวณเขตพื้นที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น โดยจะต้องประกอบไปด้วยธุรกิจสถานบันเทิงตามบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัตินี้อย่างน้อยสี่ประเภท ร่วมกับกาสิโน..” .. ฯลฯ
จริงๆ แล้ว จากการติดตามข่าวสาร เรื่องแนวความคิดตั้งบ่อนการพนันหรือกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย คงจะทราบกันดีว่าไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น เพราะได้มีการหารือเรื่องดังกล่าวกันมานานแล้วในหลายสมัย เพื่อหวังจะทำให้การเล่นพนันที่ลักลอบเล่นกัน ดังที่เรียกขานว่า “บ่อนเถื่อน” ให้กลับมาถูกต้องและเล่นกันอย่างเปิดเผย เพื่อจะได้สามารถควบคุมและจัดเก็บภาษีเข้าประเทศได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ไม่ปล่อยให้รายได้ส่วนนี้ที่ควรเข้ารัฐสูญหายไป ซึ่งปัจจุบันทราบกันดีว่า มีการลักลอบเปิดบ่อนพนันที่แพร่ระบาดไปทั่วทุกภาคของประเทศ จนเป็นแหล่งรายได้อันไม่ชอบธรรมของบุคคลที่มีส่วนร่วม ซึ่งเป็นรายได้ผิดกฎหมาย ที่เกิดจากการจัดเก็บภาษีเถื่อนของผู้มีอำนาจหน้าที่.. ในหลายหน่วยงาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นหน่วยงานใดบ้างในสังคม..
กรณีที่กล่าวมาจึงเป็นเหตุผลหนึ่งในหลายเหตุผลที่นำไปสู่ข้ออ้าง เพื่อจะผลักดันให้เกิดการพนันหรือกาสิโนเป็นธุรกิจบนดินถูกกฎหมาย เฉกเช่นเดียวกับการแก้ปัญหาหวยใต้ดินหรือหวยเถื่อน ที่อ้างอิงเหตุผลทำนองเดียวกันจนนำไปสู่ การเปิดหวยบนดินของภาครัฐขึ้น เพื่อหวังสลายหวยใต้ดินให้สิ้นไป แต่ก็มิได้ปรากฏผลสัมฤทธิ์ตามที่ตั้งใจไว้ มิหนำซ้ำยังเกิด นวัตกรรมของหวยใต้ดิน เพื่อความสอดคล้องกับความทันสมัยของสังคมในยุคไอที ที่แสดงถึงรากฐานความเข้มแข็ง มั่นคง ของกระบวนการหวยใต้ดิน ดังปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนในแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะเมืองเศรษฐกิจใหญ่ๆ ที่มีรากฐานการจัดตั้ง กระบวนการหวยใต้ดินอย่างเข้มแข็ง...
..โดยปัจจัยสำคัญยิ่งต่อการดำรงอยู่ของหวยใต้ดินหรือหวยเถื่อน ได้แก่ การเฉลี่ยผลประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง ซึ่งเชื่อว่ามีมูลค่ามากกว่าค่าตอบแทนจากการนำจับหรือการปราบปรามหวยใต้ดิน.. จึงเป็นเหตุให้กลไกการทำงานของรัฐไม่เป็นไปตามจุดประสงค์ของการป้องปรามหวยใต้ดิน.. ที่แสดงถึงความล้มเหลวของแผนงานการจัดทำ หวยบนดิน เพื่อกำจัดหวยใต้ดินให้สิ้นไป.. มิหนำซ้ำ ยังมีนัยแอบแฝงต่อการเข้าไปหาประโยชน์จากกองทุนรายได้เหล่านี้ของผู้มีอำนาจหน้าที่ ด้วยการอ้างอิงข้อกฎหมายที่ออกมาเพื่อประโยชน์ให้กับผู้มีอำนาจหน้าที่
นับเป็นผลสะท้อนกลับในเชิงลบต่อความเห็นชอบ ในการคิดให้มี กาสิโนถูกกฎหมาย เกิดขึ้นในประเทศ ด้วยไม่เล็งเห็นถึงประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับอย่างแท้จริง มากกว่าความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น และที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง คือ การย่อยสลายจิตวิญญาณทางศีลธรรม หรือ จิตสำนึกเชิงคุณธรรมของคนในสังคม โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน .. ซึ่งนับเป็นภัยร้ายอันใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ...
จึงได้เห็นกระแสการต่อต้าน ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เกิดขึ้นรอบทิศ เพื่อนำไปสู่การยับยั้งการเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่จะนำเข้าสู่สภาตามที่เป็นข่าว.. และที่สุด จึงนำไปสู่การระงับยับยั้ง
สิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งในห้วงเวลาวิกฤตการณ์ที่มีความพยายามนำเสนอ พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่สภา คือ การก่อเกิดกระแสอารยธรรม.. ที่ผนวกกำลังมาจากหมู่ชนในสังคมประเทศชาติ จากทุกกลุ่ม.. ทุกองค์กรและทุกศาสนา... อันเป็นปรากฏการณ์ที่มิได้เห็นบ่อยนักในความพรั่งพร้อมของฝ่ายประชาชนทุกเครือข่าย ที่มีแนวทางการต่อสู้ไปในแนวเดียวกันว่า.. “การเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศ คือ ภัยร้ายที่นำไปสู่การบ่อนทำลายประเทศชาติ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใดของการเปิดการพนัน...”
แม้จะดูเหมือนว่า ในเบื้องต้น ฝ่ายกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจ.. ยังมั่นใจว่าสามารถผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ โดยคาดหวังการใช้เสียงทางการเมืองที่มีจำนวนมากเข้าสนับสนุน.. เพื่อการผ่านกฎหมายดังกล่าวตามกระบวนการ..
ดังได้เห็นท่าทีการแสดงออกในอุบายวิธีต่างๆ เพื่อโน้มนำ ชักนำ ชวนเชื่อ ให้เห็นประโยชน์จากการจัดตั้งกาสิโนขึ้นในเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์.. เพื่อชักธงสู้ฝ่ายต่อต้านที่เป็นกระแสประชาชนโดยทั่วไป ที่ต่อมาได้ยกระดับขึ้นเป็น พลังอารยธรรมของแผ่นดินขึ้นโดยชอบธรรม.. ด้วยการยึดมั่นหลักธรรมในแต่ละศาสนา เป็นอาวุธในการต่อสู้ ที่ผสมผสานจากทุกฝ่ายเป็นหนึ่งเดียวกัน ในการไม่เห็นชอบให้เกิดการตั้งบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะแฝงอยู่ในรูปแบบใด...
พลังความเคลื่อนไหวจากคลื่นอารยธรรมที่มาจากทุกภาคส่วนของประชาชน จึงได้ก่อรูปร่างเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยใช้สื่อไอทีเป็นเครื่องมือในการต่อสู้เพื่อปฏิวัติอำนาจการเมืองนิยม.. ที่ชอบอ้างอิงกฎหมายเป็นความชอบธรรม เพื่อจะได้ผลักดันให้เกิดบ่อนการพนันขึ้นในประเทศอย่างถูกต้อง โดยมิได้คำนึงว่า.. ประเทศแห่งนี้.. เป็นแผ่นดินธรรมที่รองรับพระพุทธศาสนามายาวนานมากกว่า ๗๐๐ ปี
เมื่อกระแสอำนาจรัฐ ที่อ้างอิงกฎหมาย.. ต้องปะทะกับกระแสอารยธรรมจากสังคม ที่อ้างอิงศาสนา.. จึงได้เห็นความพ่ายแพ้ของอำนาจการเมืองนิยมอย่างหมดสภาพ.. แม้จะยังไม่ยอมรับตามวิสัย
ซึ่งในที่สุด.. ก็ต้องยอมรับและยับยั้งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอย่างฉับพลัน ด้วยประเมินได้ว่า.. หากผลักดันร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ดังกล่าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร.. นั้น เท่ากับการประกาศสงครามกับฝ่ายอารยธรรม.. ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบและสอดรับกับฝ่ายอนุรักษนิยมอย่างมีศักยภาพ จึงได้เห็นพลังแห่งความชอบธรรมแผ่บานสะพรั่งไปทั่วแผ่นดิน อย่างไม่เคยมีปรากฏการณ์อย่างนี้มาก่อน
ความกลัวกระแสความชอบธรรม.. จากพลังอารยธรรมของประชาชนในแผ่นดิน ที่สื่อสารเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างรวดเร็ว.. จึงนำไปสู่การหยุดยั้งการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว.. ที่มีการกล่าวกันก่อนหน้านั้นว่า.. มีความมั่นใจมากกว่า ๑๐๐% .. ต่อการผ่าน พ.ร.บ.ดังกล่าว!!
จึงขอชื่นชมใน พลังอารยธรรมแห่งแผ่นดิน ที่แสดงออกอย่างมี จริยธรรม .. คุณธรรม ทางการต่อสู้ด้วยธรรมวิธีของอารยชน.. ที่ถูกต้องตามหลักศาสนา.. ที่มีทัศนะตรงกันว่า.. อบายมุข เป็นทางแห่งความเสื่อม.. เป็นหนทางของความประมาท.. และเป็นหนทางนำไปสู่การสร้างความหายนะให้กับมนุษยชาติให้เสื่อมถอยไปจากศีลธรรมอันดีงามอย่างร้ายแรง..
แม้ว่าจะยังไม่ใช่ที่สุดแห่งการจบปัญหา.. แต่เชื่อมั่นได้ว่า หากประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมประเทศชาติ ยังมั่นคง ดำรงอยู่ในสัมมาทิฏฐิ.. มีความดำริชอบ.. ไม่ผิดเพี้ยนไปจากธรรมเช่นนี้.. แผ่นดินธรรมผืนนี้ จะไม่แปรสภาพไปเป็น แผ่นดินอธรรม อย่างแน่นอน.. ที่เกลื่อนกล่นไปด้วยอบายมุข การพนัน ยาเสพติด การละเล่นที่ขัดแย้งต่อศีลธรรมอันดีงาม... ที่สำคัญยิ่ง เชื่อมั่นได้ว่า.. เราทุกคนจักสามารถธำรงประเทศชาติ ให้คงความเป็นแผ่นดินอารยธรรม สืบตลอดได้ด้วยพลังสามัคคีธรรมของทุกคนในแผ่นดินที่เคารพธรรม... โดย.. มิต้องไปพึ่งอำนาจเถื่อนนอกระบบใดๆ ให้เปลืองตัวเลย!!.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ
ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง
ภัยร้าย .. ต่อศาสนา ปัญหา .. เสพติดเทคโนโลยี!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงในความดำรงอยู่.. อันดำเนินไปตามเหตุปัจจัย.. ที่สะท้อนความเป็นจริงว่า.. ทุกอย่างเป็น.. ธรรม ธรรม.. เป็นไปตามเหตุปัจจัย..
“เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโลก เข้าสู่กาลโกลาหลเต็มตัว เมื่ออำนาจเทคโนโลยียุคไอทีผลักดันสังคมเข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ.. จึงได้เห็น กาลโกลาหลในกระแสสังคมดิจิทัล ที่แม้แต่ ศาสนจักร ยากจะปฏิเสธ
'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"

