ปัญหาเรื่องการมี-การใช้โทรศัพท์มือถือ ในแวดวงพระสงฆ์!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า ความวุ่นวายในกระแสสังคมปัจจุบันที่เกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้นจากอิทธิพลของวัตถุเทคโนโลยีชั้นสูง ที่เรียกว่า IT (Internet Technology) ที่ประมวลรวมลง ในความเป็นโทรศัพท์มือถือ (mobile phone) ที่แผ่ไปครอบคลุมทุกแวดวง

โลกทั้งใบจึงถูกย่อรวมลงในโทรศัพท์มือถือ สมบูรณ์ด้วยฟังก์ชัน (Function) ต่างๆ ในระบบ IT ที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่งในการเจาะทะลุข้ามพรมแดนเข้าไปสู่ทุกชุมชน สังคม.. เข้าไปจนถึงครัวเรือนและบุคคลในทุกมิติอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง โดยเฉพาะในการก้าวไปสู่ โลกเสมือนจริง (Virtual World)

จึงเกิด ปัจจัยที่ ขึ้นในชีวิตของทุกคนที่ยากปฏิเสธ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัจจัยที่มีอำนาจยิ่งต่อทุกชีวิตในสังคมไอที ไม่เว้นแม้กระทั่งในแวดวงนักบวชในศาสนาทุกศาสนา ที่ต้องเผชิญกับกระแสเทคโนโลยีชั้นสูงยุคไอที จนเกิดการยอมรับกันมากขึ้น.. มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีเทคโนโลยีชั้นสูง เข้ามาช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยปัจจุบัน

สำหรับ.. พุทธศาสนา.. จริงๆ แล้วเป็นศาสนาที่ประกาศสัจธรรมที่สำคัญยิ่งของการพัฒนาชีวิต ด้วยคำกล่าวที่ว่า..

ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่ ทุกอย่างสำเร็จด้วยใจ..”

การพัฒนาจิตในพระพุทธศาสนา จึงเป็นหลักธรรมปฏิบัติบนหนทางอันเป็นไปเพื่อออกจากข้าศึกคือกิเลส อันมีองค์ธรรม ๘ ประการ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสติ สัมมาสมาธิ อันมีจุดมุ่งหมายเป็นไปเพื่อ วิราคะ (เพื่อคลายความกำหนัด), วิสังโยค (เพื่อปราศจากความประกอบทุกข์), อปจยะ (เพื่อความไม่สั่งสมกองกิเลส), อัปปิจฉตา (เพื่อความอยากอันน้อย), สันตุฏฐีจะ (เป็นไปเพื่อความสันโดษ), ปวิเวกะ (เพื่อความสงัดจากหมู่คณะ), วิริยารัมภา (เป็นไปเพื่อประกอบความเพียร), สุภรตา (เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย) ดังที่ตรัสไว้ใน โคตมีสูตร เพื่อเป็นเครื่องตัดสินว่า ใช่ธรรม.. ใช่วินัย ในพระพุทธศาสนา หรือไม่...

นับเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาให้เข้าใจยิ่งในความเป็นจริงว่า กรณีวัตถุเทคโนโลยีชั้นสูง หรือ mobile phone จัดเป็นปัจจัยที่จำเป็นบริโภคสำหรับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ในพระพุทธศาสนา หรือไม่..

ดังนั้น การศึกษาให้รู้จักใน กัปปิยะ และ อกัปปิยะ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อจะได้เป็นเครื่องตัดสินว่า mobile phone ที่เป็นไปยิ่งกว่าโทรศัพท์.. ด้วยประมวลรวมเทคโนโลยีชั้นสูงไว้ทั้งหมด.. สามารถใช้ทำธุรกรรม ใช้แทนเงินทอง.. ใช้แทนของมีค่าทั้งหลายได้ โดยเฉพาะการใช้ในเชิงธุรกิจของคฤหัสถ์ ที่โน้มนำไปสู่วัตถุกามได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ว่าเข้าข่ายเป็นกัปปิยะ.. หรืออกัปปิยะ เหมาะควร เหมาะสม ต่อการใช้.. การครอบครองของสมณเพศวิสัย หรือไม่..!?”

จากการวิจัยของหลายฝ่าย พบว่า.. วัตถุเทคโนโลยีที่อยู่ในรูปของ โทรศัพท์มือถือ (mobile phone) มีทั้งประโยชน์และไม่มีประโยชน์.. มีทั้งคุณและโทษ.. ต่อผู้ใช้ทุกเพศวัยแม้ในทางโลก.. จึงควรอย่างยิ่งต่อการศึกษาให้เข้าใจในคุณและโทษ โดยการอ้างอิงข้อมูลวิชาการในเบื้องต้นว่า โลกมีความเห็นว่าอย่างไร... ดังมีข้อสรุปเชิงวิชาการในข้อดี-ข้อเสียของการใช้โทรศัพท์มือถือ (mobile phone) โดยย่อ ได้แก่

ข้อดี - ใช้สื่อสารทางไกล.. สื่อสารได้รวดเร็ว

- สามารถใช้งานได้ทุกอย่าง นอกจากใช้สื่อสาร ส่งข่าวสารแล้ว ยังสามารถถ่ายรูป ค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต บางรุ่นสามารถใช้งานเสมือนคอมพิวเตอร์ได้ด้วย.. เป็นต้น

ข้อเสีย - ทำให้เสียอารมณ์ หากโทรศัพท์มือถือดังในช่วงที่ต้องการความสงบ มีสมาธิ.. หรือในเวลาที่คนเรามีความสุข

- ส่งผลต่อการควบคุมจิตได้ยาก.. อารมณ์ร้อน มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น.. การใช้โทรศัพท์ในการเติมเชื้อไฟมากกว่าการอยู่กับตนเอง ทบทวนปัญหา

- ทำให้สมองฝ่อลง เพราะการพึ่งพาความจำหมายจากโทรศัพท์แทน

- ทำให้สังคมแคบลง.. จะปฏิเสธความสัมพันธ์กับคนข้างเคียงในครอบครัว.. ในสังคมมากขึ้น

- สร้างภาระทางใจ ในทุกขณะที่มีโทรศัพท์มือถือ จะเกิดวิตกกังวลแต่การจะรับรู้ข่าวสารที่สามารถสื่อสารได้ทั่วทิศทุกมิติ จนเกิดอาการหลอนทางจิต.. ที่จะหยิบฉวยโทรศัพท์ในทุกขณะที่นึกถึง อย่างไม่มีเหตุผล

- เป็นช่องทางที่ทำให้บุคคลไม่หวังดีเข้าถึงตัว.. เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้อย่างรวดเร็ว จนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่เข้ามาในรูปแบบต่างๆ

- ทำลายสุขภาพกาย อวัยวะอันสำคัญที่ใช้ในการรับรู้ทางโทรศัพท์มือถือ.. ดังเช่น ปวดตา คอแข็ง ตาแดงช้ำ ปวดหัววิงเวียน ปวดข้อมือและนิ้วมือ นิ้วล็อก ปวดกระดูกคอ ข้อ.. ทำให้เกิดโรคอ้วน เพราะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง มีปัญหาการนอน (แสงสีฟ้า) จากเครื่องมือสื่อสารส่งผลต่อการหลั่งเมลาโทนิน ทำให้นอนไม่หลับ...

- ทำลายสุขภาพจิต.. ก่อเกิดความเครียดจากการยึดติดในโทรศัพท์มือถือ.. จนจิตเสียสภาพ.. เป็นโรคสมาธิสั้น มีความเครียดเพราะเสพข้อมูลมากเกินความจำเป็น ซึมเศร้า วิตกกังวล มีปัญหาด้านอารมณ์และสมองตอบสนองกับการเล่นสมาร์ทโฟน กระตุ้นให้สมองเกิดความสุข ทำให้เกิดโรคติดสุข .. (อยากเล่นมากขึ้น) เป็นต้น

สำหรับในกรณีของภิกษุ-สามเณร..นั้น... หากจะพิจารณาว่า ควรใช้ หรือ ไม่ควรใช้ ใน โทรศัพท์มือถือ นั้น.. เบื้องต้นที่ควรพิจารณาอย่างยิ่ง คือ สามารถครอบครองถือเป็นเจ้าของได้หรือไม่.. ในวัตถุดังกล่าว ตามพระวินัย!!

โดยหากเทียบเคียงกับวัตถุของมีค่า.. เงิน-ทอง วัตถุที่สามารถทำธุรกรรม.. สามารถใช้แลกเปลี่ยนแทนเงินทองในทางโลกนิยม และเป็นเครื่องมือสื่อสารในการทำธุรกิจสำหรับคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม.. ก็จักสามารถพิจารณาได้ว่า.. วัตถุดังกล่าวเป็น กัปปิยะ.. หรือ อกัปปิยะ.. ควรหรือไม่ที่พระสงฆ์จะครอบครองหรือใช้สอยอย่างอิสรเสรี.. เฉกเช่นคฤหัสถ์ทั้งหลาย!!!

และหากระลึกถึงพระพุทธพจน์ที่ว่า.. “..ทองและเงิน ไม่สมควรแก่ศากยบุตร ..ทองและเงินควรแก่ผู้ใด เบญจกามคุณก็ควรแก่ผู้นั้น ..ท่าน พึงจำ ไว้ส่วนเดียวว่า เบญจกามคุณ มิใช่ธรรมของสมณะ.. มิใช่ธรรมของศากยบุตร

เรากล่าวว่า ผู้ต้องการหญ้าพึงแสวงหาหญ้า ผู้ต้องการไม้พึงแสวงหาไม้ ผู้ต้องการเกวียนพึงแสวงหาเกวียน.. เรามิได้กล่าวว่า ศากยบุตรพึงยินดี พึงแสวงหา ทองและเงินโดยปริยายอันใดเลย”.. ยิ่งเห็นความชัดเจนในวัตถุนั้นๆ ที่คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามนิยมใช้สอยว่า.. เหมาะสม.. เหมาะควร หรือไม่ในสมณศากยบุตร

ประการสำคัญสำหรับการพิจารณาว่า ใช้สอยได้หรือไม่นั้น.. สามารถอ้างอิง หลักมหาปเทสทางวินัย ประการ ได้แก่..

“- สิ่งนี้ ไม่ได้ห้ามว่า ไม่ควร.. หากเข้ากับความควร ขัดกับความไม่ควร ก็ควร.. หากเข้ากับความไม่ควร ขัดกับความควรก็ ไม่ควร!

- สิ่งนี้ ไม่ได้อนุญาตว่า ควร.. ถ้าเข้ากับความควร ขัดกับความไม่ควร ก็ควร.. ถ้าเข้ากับความไม่ควร ขัดกับความควรก็ ไม่ควร!”

...ทั้งนี้ เพื่อสามารถหาข้อยุติด้วยตนเองได้ ในฐานะพระภิกษุผู้ประพฤติตามพระธรรมวินัย ที่ต้องเคารพธรรม ปฏิบัติธรรม ตามพระธรรมวินัย.. เพื่อมุ่งสู่ วิราคธรรม ที่จะเข้าใจได้ไม่ยากว่า.. ควรมี หรือ ไม่มี.. หากจะต้องมี จะมีอย่างไรให้ไม่อาบัติ และควรใช้หรือไม่ หากจะต้องใช้.. จะใช้อย่างไรไม่ให้เกิดอาบัติ... ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยจากภัยวัตถุเทคโนโลยีชั้นสูง ในยุคอินเทอร์เน็ต.. ที่เป็น วัตถุชักนำเข้าสู่กามคุณ .. ได้อย่างทรงประสิทธิภาพยิ่ง!!

 

เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"

สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.

บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..

แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น

“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล

“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..