เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในกระแสฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน.. ยามฝนฉ่ำฟ้า ป่าฉ่ำน้ำเช่นนี้ จึงควรดำรงตนอย่างมีสติและศีลด้วยดี.. พึงตามรักษาจิต และตราบใดที่มีดำริชอบ มั่นคงในธรรม และตั้งอยู่ในความไม่ประมาทในพระธรรมวินัย.. ผู้นั้นย่อมจักผ่านพ้นปัญหาอุปสรรค.. ละชาติสงสาร หมดสิ้นซึ่งความทุกข์ได้แน่นอน...
ใน ความดำริชอบ ที่ตั้งมั่นดีแล้ว ในจิตใจของผู้ใด ผู้นั้นย่อมไม่หวั่นไหว.. หรือแม้จะหวั่นแต่ไม่ไหวไปตามอำนาจของกิเลสที่มี สีกากอล์ฟ ช่วยปรุงแต่งอารมณ์ กระตุ้น อำนาจดำฤษณา ให้ลุกฮือขึ้นมา จนยากจะต้านใจ
เรื่องราววุ่นวาย ฉาวโฉ่ เหม็นคาวกาม.. ในแวดวงผู้ควรตั้งมั่นอยู่ใน เนกขัมมวิสัย นับเป็นเรื่องสะท้อนความเป็นจริงว่า ในกอไผ่ ไม่มีอะไร นอกจาก หน่อไผ่..
ตราบใดที่ยังไม่สิ้นเชื้อ หน่อไผ่ย่อมผุดแทงดินขึ้นมาให้เห็นเป็นธรรมดาเสมอ.. และที่สุดย่อมล้มหายตายจากไป..
วัฏฏะแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย... จึงมิใช่มีไว้ให้ ท่องบ่น จด จำ เพียงอย่างเดียว แต่ควรนำมาพิจารณาโดยแยบคาย ที่เรียกว่า โยนิโสมนสิการ
หลักธรรมในพุทธสรุปไว้ว่า.. อกุศลเกิดเพราะอโยนิโสมนสิการเป็นเหตุ และกุศลเกิดเพราะโยนิโสมนสิการเป็นเหตุ
การดำเนินชีวิตด้วยดำริที่ตั้งมั่นด้วยดี ประกอบด้วยสติและศีลที่ต้องรักษาอย่างดี มีความพากเพียรตามรักษาจิตอยู่ในทุกขณะ ซึ่ง ไม่ใช่วิสัยของคนขาดปัญญา.. ไม่ใช่วิสัยของคนขาดโยนิโสมนสิการ.. และมิใช่วิสัยของพระทุศีล.. คนชั่วทั้งหลาย
การวางกฎเกณฑ์เพื่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามทางสายกลาง จึงให้ความสำคัญกับความเห็นชอบเป็นที่สุด.. กล่าวได้ว่า ในความสำเร็จเชิงคุณธรรมความดีนั้น จักต้องอาศัยความเห็นชอบ ที่เรียกว่า มี สัมมาทิฏฐิ เป็นผู้นำเสมอ..
จึงไม่แปลกใดๆ .. หากพูดเรื่องการสรรหาผู้นำในวิถีธรรมนั้น จึงไม่ยากต่อการคัดเลือก เพียงแค่ตั้งคำถามให้แสดงวิสัยทัศน์ ก็พอจะคัดเลือกได้ว่า.. บุคคลนั้นควรเป็น ผู้นำ ผู้ปกครอง บริหารราชการแผ่นดินหรือไม่...
โดยมีความเห็นชอบและความดำริชอบ ถูกต้อง ตรงตามธรรม เป็นตัวชี้วัด เพื่อแสดงว่า.. บุคคลนั้นเป็นบัณฑิตหรือคนพาล.. ควรหรือไม่ควรต่อการได้รับการนำเสนอเป็น ผู้นำ ผู้ปกครอง.. หรือในแวดวงพระสงฆ์ ที่ควรจะได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น พระสังฆาธิการ.. เจ้าคณะฝ่ายปกครอง.. ทั้งหลาย
แต่ที่กระบวนการสรรหาโดยวิถีคุณธรรมเหล่านี้ ล้มเหลว เพราะคนใช้อำนาจหน้าที่ไม่ได้มาจาก คนมีศีล.. พระมีธรรม.. สังคมทั้งในศาสนจักรและอาณาจักร จึงวุ่นวาย อย่างยากจะทำใจเพื่อเข้าใจว่า ทำไมมันจึงได้เป็นเช่นนั้น..
เรื่องของเรื่อง.. จึงอย่าได้ไปกล่าวโทษใครๆ ให้มันสูญเสียบุคลิกภาพของ ชายชาติบุรุษ... มนุษย์ชาติพระเลย.. ควรยอมรับอย่างเคารพในธรรม ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย สืบสาว สอบสวน หาเหตุปัจจัยในเรื่องนั้นๆ ว่า เรื่องราวปัญหาเหล่านั้น เกิดขึ้นเพราะอะไร.. เพื่อการเข้าไปแก้ไขให้ถูกเหตุแห่งผลที่ปรากฏ...
หากคิดอะไรไม่ออก.! ก็ให้ไปยืนหน้ากระจก แล้วจ้องมองดู.. ก็จะพบว่า แท้จริงของสิ่งที่ปรากฏอยู่ในกระจก ก็คือตัวที่ยืนอยู่หน้ากระจกนั้นแหละ...!!
ในสัจธรรมที่ปรากฏจากการเดินทางของเส้นชีวิต พบความจริงอยู่ข้อหนึ่งว่า.. ในสิ่งหนึ่ง ย่อมมีสิ่งหนึ่งที่ตรงข้ามกันแฝงอยู่ด้วยกันเสมอ.. เพียงแต่เรามองไม่เห็น.. เพราะมัวแต่ ไปสนใจ ใส่ใจ ยึดถือ สิ่งหนึ่งที่พบเห็น จนลืมสังเกตให้ทั่วถึง.. จึงไม่ได้เห็นอีกสิ่งหนึ่ง
การมองไม่ทั่วถึง.. การขาดการสังเกตพิจารณา จึงทำให้ไม่รู้ทั่วถึง.. ไม่รู้ชัด.. ไม่รู้โดยรอบ ในสิ่งนั้น ที่ปรากฏอยู่ในเบื้องหน้านั้น ที่เลวร้ายหนักเข้าไปอีก คือ แม้สิ่งหนึ่งที่เห็นอยู่นั้น ยังกลับให้ค่าเป็นอย่างอื่น ที่ไม่เป็นไปตามความเป็นจริง ด้วยการทำความนึกคิดจินตนาการให้จิตใจของตนเข้าไปทับซ้อน จนกลายเป็นการสร้างความเห็นให้ผิดเพี้ยนไป แม้ในชั้นของสมมติตามสภาวะ...
ตรงนี้แหละ.. ที่เป็นเรื่องเจ็บแสบยิ่ง ในความเป็นสัตว์มนุษย์.. ด้วยความเลอะเลือนขาดสติ ทำให้นำไปสู่การพูดจาที่ไร้สาระ.. ไม่มีสัจจะ.. การกระทำที่ไร้คุณธรรม ความดี...
ยิ่งเลวร้ายหนักเข้าไปอีก เมื่อมีการใช้ความคิดความอ่านสถุลถ่อยเถื่อน ไปเที่ยวกำหนดคนอื่น.. ให้เป็นไปตามความคิดนึกของตน จนทำให้เกิดระบบ มารอุปถัมภ์.. จนวุ่นวายอยู่ในขณะนี้
นับเป็นเรื่องธรรมดา ที่ต้องเกิดปรากฏความเสื่อมสูญแตกสลาย อย่างไม่ดี.. ไม่งาม ในทุกแวดวง.. ด้วยไม่มีอะไรจักปฏิเสธกฎเกณฑ์การกระทำที่ต้องรับผลไปได้ ดังกล่าวว่า อำนาจเป็นใหญ่ในโลก.. และอำนาจแห่งกรรมเป็นใหญ่ในอำนาจทั้งปวง.. อำนาจแห่งกรรมทำหน้าที่ไม่เคยเลอะเลือนในการให้ ความยุติธรรม จึงอย่าได้กล่าวอ้างว่า ไม่มีความยุติธรรมในโลกนี้โดยเด็ดขาด!
ความยุติธรรม .. จึงไม่ได้อยู่ที่ความชอบใจ .. ไม่ชอบใจ ของใครๆ.. ด้วยมีนิยามชัดเจนตายตัว ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขใดๆ และ ไม่เสื่อมไปตามกาลเวลา..
เรื่องราวในแวดวงสงฆ์.. สรรพปัญหาในแวดวงสังคมบ้านเมือง.. จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา หากเข้าใจในความเป็นธรรมดาในธรรมชาติ ที่สามารถพูดได้ว่า.. ถ้าพระดี.. สุปฏิปันโน.. ก็ละชั่ว ทำดี พัฒนาจิตให้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส..
แต่หาก พระชั่ว.. ทุปฏิบัติ ก็ย่อม ปฏิบัติชั่ว ทุศีลจนเป็นนิสัย..
เฉกเช่นเรื่องราวของคนในสังคมเช่นเดียวกัน หากคนที่มีอำนาจปกครองบริหารราชการบ้านเมือง ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม มีความดำริมั่นในความเห็นชอบ.. การใช้อำนาจก็ไม่เป็นไปด้วยความถ่อยเถื่อน ไร้อารยธรรม...
แต่หากได้ คนชั่ว พูดเท็จ ก็ย่อมมีนิสัยสร้างเรื่องราวหลอกลวงไปวันๆ .. ด้วยความหลงตนว่า คนอื่นโง่ทั้งหมด มีแต่ตัวคนเดียวที่ฉลาด.. การใช้อำนาจอย่างป่าเถื่อน ไร้คุณธรรม ก็ย่อมจะเกิดขึ้น
ฉะนั้น.. ในทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม.. ไม่ว่าจะในแวดวงพระ.. หรือสังคมของคน สิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คือ การเฝ้าตามรักษาจิตใจของตนเอง อย่าได้เข้าไปเสพคบกับอารมณ์อันเกิดจากเรื่องราวนั้นๆ.. จนหลงเข้าไปในมายาของกิเลส ให้มีแต่ รัก โกรธ เกลียด กลัว มึนงง ซึมเซ่อ เอ๋อไปวันๆ..
ท่องคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไล่มารจากใจเสมอว่า.. มันเป็นอย่างนั้นแหละ.. อ้อ! มันต้องเป็นอย่างนั้นเป็นธรรมดา!! จิตใจเราจะปล่อยวางอย่างรู้เข้าใจ จนเกิดความสังเวช.. ไม่ใช่ทุเรศในเรื่องนั้นๆ.. ให้สูญเสียปัญญาอันควรค่า...
การมีปัญญา.. จะทำให้เราเข้าใจในปัญหานั้นๆ ว่า เกิดขึ้นมาจากอะไร.. เพราะอะไร.. ทำไม.. การเกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้วยปัญญา.. มิได้หมายความว่า ปัญหาเรื่องราวเหล่านั้นจะสิ้นไป.. แต่ปัญหาเหล่านั้น.. ไม่ทำให้เราทุกข์ใจ.. แม้มันจะเกิดปรากฏอีกมากมายยิ่งกว่าที่เป็นอยู่.. ด้วยความเข้าใจตามความเป็นจริง ที่เรียก สัจธรรม ที่กล่าวว่า.. ตราบใดที่ยังมีกิเลส.. ย่อมมีตัณหาเสมอ!!
จึงไม่แปลก หากจะเห็นภาพเจ้ากูทั้งหลาย พากันพาเหรดจีวรขาดวิ่นลงนรกภูมิเป็นทิวแถว.. คงต้องทำใจอย่างเข้าใจในความเป็นจริงว่า..
“ตราบที่มีกอไผ่.. ย่อมมีหน่อไม้ให้กินเสมอ
คนกินก็ได้.. สัตว์กินก็ได้ อุดมด้วยแป้งโปรตีน วิตามินและเส้นใย
แต่มีของแถม คือ สารพิษไซยาไนด์ กินไม่เป็น อาจตายได้.......!!”.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"
สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.
บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..
เผชิญ .. วิกฤตการณ์ทับซ้อน .. ในสังคมปัจจุบัน!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับตามความเป็นจริงว่า.. กระแสโลกไหลเลื่อนเข้าสู่ร่องเวลาที่มี วิกฤตการณ์
แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ
ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น
“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล
“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..

