ส่องโฉมใหม่EMSไปรษณีย์ไทย ขนส่งด่วนเพื่อทุกวันที่ดีและทุกไลฟ์สไตล์

ภาพรวมตลาดขนส่งแบบด่วน (Express Delivery) ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในปัจจุบัน มีปัจจัยจากการขยายตัวของช่องทางการค้ากลุ่มอีคอมเมิร์ซทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ซึ่งมีมูลค่าเติบโตสูงถึง 7 แสนล้านบาท และนำมาสู่การขยายตัวของธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผู้ให้บริการหลายรายต่างพัฒนาโซลูชันและมีเซอร์วิสใหม่ๆ ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะรูปแบบการขนส่งด่วนที่ขณะนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของทั้งกลุ่มผู้ค้ารายย่อย การขายของออนไลน์ วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ทั้งนี้ผู้ให้บริการหนึ่งที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเห็นได้ชัดก็คือพี่ใหญ่ “ไปรษณีย์ไทย” ที่ล่าสุดได้มีการพัฒนาแคมเปญ “EMS ทุกวัน” พี่ไปรฯ ทุกวัน เพื่อทุกวันที่ดีของคุณ บริการขนส่งด่วนคุณภาพที่เข้าถึงง่าย รู้ใจทุกไลฟ์สไตล์ของคนไทยทุกพื้นที่

ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เล่าว่า แคมเปญ “EMS ทุกวัน” พี่ไปรฯ ทุกวัน เพื่อทุกวันที่ดีของคุณ มุ่งพัฒนาคุณภาพการบริการที่ดียิ่งขึ้นเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุมกับทุกความต้องการ รองรับทุกไลฟ์สไตล์ เข้าถึงได้ง่าย และยังอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มลูกค้าทั้งภาคธุรกิจ รวมถึงผู้บริโภคทั่วไป ให้สามารถใช้บริการฝากส่งสิ่งของผ่านไปรษณีย์ไทยได้อย่างไร้รอยต่อ โดยสามารถใช้บริการได้ทุกวัน ตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ EMS ยังเป็นการส่งด่วนที่มีมาตรฐานที่ดีทั้งในเรื่องความตรงต่อเวลา ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ โดยมีจุดให้บริการกว่า 10,000 แห่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย

พร้อมยังย้ำว่า บริการ EMS ที่อยู่คู่คนไทยกว่า 30 ปี การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเสริมทำให้ตอบโจทย์ทุกเทรนด์ในชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการส่งต้นไม้ ที่ในปัจจุบันสายรักษ์ธรรมชาติกำลังช็อปไม้ดอกไม้ประดับกันอย่างต่อเนื่อง การให้บริการรับฝากส่งสิ่งของถึงบ้าน หรือ pick up service จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความลำบากในการฝากส่งของผู้ใช้บริการผ่านไลน์ออฟฟิเชียล การส่งของขนาดใหญ่ ของรูปร่างพิเศษ น้ำหนัก 20-200 กิโลกรัม ที่จะถึงที่หมายอย่างรวดเร็วภายใน 3-5 วัน หรือแม้แต่กระทั่งบริการส่งเย็น ฟิ้วซ์โพสต์ (Fuze Post) ที่ให้บริการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ ส่งอาหารสด และอาหารแช่แข็งต่างๆ ที่เริ่มมีการซื้อขายออนไลน์กันเพิ่มขึ้นในช่วงนี้"

ดนันท์ ยังบอกอีกว่า ไปรษณีย์ไทยดำเนินธุรกิจมาเกือบ 140 ปี แต่ไม่เคยหยุดยั้งเรื่องการพัฒนา จึงได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้มากยิ่งขึ้น เกิดเป็นบริการดิจิทัลต่างๆ เพื่อสอดรับกับความต้องการของกลุ่มอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันที่มีแฟลตฟอร์มการค้าเพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย ทำให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นของระบบโลจิสติกส์ตามห่วงโซ่อุปทาน ที่ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค จึงเสนอบริการผ่านการสร้างความไว้วางใจ (Trust) โดยจะเริ่มเห็นได้จากการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าได้ถึงที่บ้าน ‘บุรุษไปรษณีย์ ที่เป็นมากกว่าบุรุษไปรษณีย์’ แต่ยังสามารถให้บริการอื่นๆ ได้ เช่น จำหน่ายซิมการ์ดเติมเงิน จำหน่ายซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ รวมถึงจุดแข็งด้านบุคลากรของไปรษณีย์ไทยที่อยู่คู่องค์กร ซึ่งเป็นพลังสำคัญเพราะบุคลากรคุณภาพซึ่งจะสามารถให้บริการและมอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตอบแทนสังคมไทย

นอกจากนี้ยังมีการบริหารจัดการการขนส่งโดยการนำพลังงานสะอาดมาใช้ทดแทนในรูปแบบการใช้รถ EV ซึ่งนอกจากช่วยลดต้นทุนการใช้ทรัพยากรแล้ว ยังถือเป็นการดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมตามนโยบายของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นการลดภาระทางสิ่งแวดล้อมให้คนรุ่นหลังต่อไปในระยะยาว

"ไปรษณีย์ไทยจะเป็นมากกว่าหน่วยงานที่ให้บริการด้านการขนส่ง ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กับการช่วยเหลือภาคส่วนต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณสุข เป็นเพื่อนแท้ร่วมทางเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต และต่อยอดธุรกิจสู่น่านน้ำใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น ล่าสุดที่ไปรษณีย์ไทยได้มีการพัฒนาบริการ E-timestamping ซึ่งเป็นการยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ ภาครัฐบาล และผู้บริโภค ซึ่งผสมผสานบริการใหม่เข้ากับรูปแบบดั้งเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อการบริหารจัดการเอกสารอย่างครบวงจร".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระพุทธศาสนา .. ในอุ้งมือมาร!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธเจ้า.. ข่าวฉาวโฉ่ในแวดวง นักบวชห่มจีวรพระ ไม่เคยสร่างซาไปจากสังคมไทย ก่อเกิด วิกฤตศรัทธา ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนดูเหมือนในแวดวงพระสงฆ์จะไร้ “พระแท้” ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยกันแก้ไขป้องกันอธิกรณ์ปัญหาเหล่านั้น จนก่อเกิดภาวะวังเวง ไร้ฟากฝั่งขอบเขตของความสิ้นไป ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณดังเคยมีมา..

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

‘SISTORY CAFE’ จากความชอบในกาแฟและซาวโดว์ สู่พื้นที่เล็กๆ ที่อยากให้ผู้คนมาใช้เวลาร่วมกัน

จากความตั้งใจเล็กๆ ของคนทำงานที่อยากมีพื้นที่สำหรับจิบกาแฟ กินขนมปังดีๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และได้ใช้เวลากับผู้คน ค่อยๆ เติบโตมาเป็น Sistory cafe

พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง

ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"

‘สุชาร์ มานะยิ่ง’ถอดแนวคิดปั้นแบรนด์Fleen Beauty จากวิกฤตสู่การเติบโต-สร้างระบบแข็งแกร่งสู่120ล้าน

ท่ามกลางตลาดเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท (ข้อมูลจากศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS) พร้อมกับกระแส ‘T-Beauty’ ที่ทำให้ความนิยมในกลุ่มแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน ‘Fleen Beauty’ (ฟลีน) เป็นหนึ่งในแบรนด์