ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

แม้ว่า ภาวะจิตในลักษณะเป็นกระแสต่อเนื่องโดยรวมทั้งสาย จะมีความหลากหลายปะปนกันอยู่ แต่ก็ยากปฏิเสธตัวนำกระแส ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า.. ผู้ชักนำให้ดำเนินไปในทิศทางที่ประสงค์ อันเป็นลักษณะสำคัญของระบบเสียงข้างมากเป็นใหญ่ในวิถี ประชาธิปไตย..

ตัวชี้นำกระแส.. ที่ทรงพลังในภาคมวลรวมของภาวะจิตวิญญาณทางสังคม จักแสดงอำนาจความเป็นใหญ่ ที่มีอิทธิพลต่อภาพรวมของมหาชนและประเทศชาติ ซึ่งเป็นจุดชี้ชะตาชีวิตทางธรรมชาติของภาคสังคมโดยรวม ว่า ต้องเป็นไปอย่างนั้น.. อันเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อการเคารพในอำนาจการตัดสินใจของเสียงส่วนใหญ่ทางสังคมนั้นๆ โดยภาพรวม

การเคารพเสียงส่วนใหญ่.. แม้จะขาดเหตุผลและความไม่ชอบธรรมในระบอบแบบนี้ จึงกลายเป็น
อัตลักษณ์ของระบอบการปกครองแบบ คณาธิปไตย ในเสื้อสี ประชาธิปไตย ที่นับเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อวิวัฒนาการทางสังคมของมนุษยชาติ.. เมื่อสมาชิกในสังคมขาดจิตสำนึกโดยชอบธรรม ในการรับผิดชอบต่อการใช้สิทธิและหน้าที่ของความเป็น พลเมืองดี ที่หมายถึง สุจริตชน..

เมื่อกฎเกณฑ์ทางสังคมที่มนุษย์เสกสรรขึ้นมา ถูกใช้อย่าง ขาดความชอบธรรม.. จึงไม่สามารถสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมได้.. และจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ต้องเกิดขึ้นในสังคมนั้นๆ.. ทั้งนี้ ด้วยความต้องการ.. ความประสงค์ ที่ไม่ลงตัวต่อกัน.. ในเชิงผลประโยชน์ตามจุดมุ่งหมายเฉพาะตน..

การสร้างสรรค์ออกแบบภาคสังคมให้มีอำนาจธรรมคุ้มครองรักษา.. เพื่อการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อ การสร้างแผ่นดินอารยธรรม ที่จะต้องมี ศาสนาเป็นหลักธรรมค้ำชู สังคม ที่แต่ละชีวิตต้องเรียนรู้เพื่อการมีคำสั่งสอนเป็นหลักยึดของจิตใจ ที่จะทำให้สัตว์สังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างไม่เอนเอียงไปตามอคติธรรม

..ซึ่งหากปล่อยให้.. สภาพสังคมมีมวลรวมของจิตมากไปด้วยโลภะชี้นำ วิถีทางสังคมก็ยากจะร่มเย็นเป็นสุข ด้วยสัตว์สังคมจะพยายามเอารัดเอาเปรียบกัน.. ก่อการทะเลาะวิวาทแย่งชิงกัน ด้วยความอยากได้ที่เกินการควบคุมจนยากจะห้ามใจ ที่น้อมโน้มไปเพื่อการเพ่งเล็งอยากได้แม้ของผู้อื่น..

สังคมแบบนี้.. จะมี สภาวะที่ติดกับดักโลภจิต.. ที่ชักนำสังคมไปในทางการกระทำทุจริต คอร์รัปชัน.. ฉ้อโกง.. บ้านเมืองลักษณะแบบนี้จะเกลื่อนกลาดไปด้วยอบายมุข.. โดยเฉพาะการพนันทุกรูปแบบ.. ที่เป็นเหตุชักนำไปสู่การกระทำทุจริตอย่างยิ่งใหญ่ ทางกายและวาจา ด้วย โลภะจิต ที่ไม่เกรงกลัวต่อ บาปกรรม.. และกฎธรรมชาติใดๆ.. จึงไม่ต้องกล่าวถึง กฎหมายบ้านเมือง...

อีกประเภทหนึ่ง ได้แก่.. สังคมที่ขับเคลื่อนไปด้วยอำนาจโทสะชี้นำ.. สภาพสังคมแบบนี้จะมีการปลุกเร้าให้องคาพยพของสังคมมีความร้อนแรง.. มีค่านิยมความรุนแรงในการกระทำ เพื่อตอบสนองอารมณ์ความต้องการ

การคิดประทุษร้าย การเบียดเบียนทำลาย และการอิจฉาริษยา เป็นลักษณะปรากฏ ที่แม้คนในสังคมจะรวมตัวกัน แต่มิได้เป็นไปเพื่อความสร้างสรรค์โดยธรรม.. ในทางตรงข้าม กลับปลูกฝังความเป็น สัญชาตญาณแบบดิบๆ ลงไปในวิถีโลกนิยมที่ไร้อารยธรรม.. กลายเป็น ชาตินิยมแบบเดรัจฉาน..

สำหรับสภาพสังคมอีกประเภทหนึ่งที่ยากจะหลีกหนี ได้แก่ สภาพสังคมที่เต็มไปด้วยกระแส โมหะจิต ของมหาชน

สังคมแบบนี้ จะออกลักษณะวกวน.. อลเวง.. จับต้นชนปลายไม่ถูก.. แยกแยะไม่ออกว่า อะไรธรรม.. อะไรอธรรม.. ไม่สามารถสะกดคำว่า ถูก ผิด ดี ชั่ว บาป บุญ ให้จิตใจจารึกจดจำไว้ได้อย่างแจ่มแจ้งใจ.... กล่าวได้ว่า อันตรายมากกับสภาพสังคมแบบนี้ ที่คนในสังคมจะมีลักษณะนิสัย ไม่รู้เรื่องจริง และจะนิยมรู้เรื่องที่ไม่จริง..

สังคมประเภทโมหะชี้นำแบบนี้.. คนในสังคมจะมีนิสัยขาดความเชื่อมั่น.. มีการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดไปตามกระแสได้อย่างรวดเร็ว ที่ท้าทายต่อการพยากรณ์ของสำนักโพลทั้งหลาย หากหวังสำรวจค่านิยมในเรื่องนั้นๆ..

ในสภาพสังคมทั้ง ๓ ประเภท แม้ว่าจะดูเหมือนแยกออกจากกันตามประเภทกิเลสนั้นๆ.. แต่แท้จริงแล้ว ย่อมปะปนคละเคล้าประกอบกันโดยองค์รวม บนความเด่นชัดของกิเลสประเภทใดประเภทหนึ่งใน ปัจจุบันขณะนั้นๆ.. เป็นสำคัญ ที่จะกำกับโดยรวมด้วย โมหะจิต ส่วนจะเป็น โลภะนำโมหะ โทสะนำโมหะ หรือโมหะนำโลภะ-โทสะ ก็แล้วแต่ กระบวนการปัจจยาการ (Dependent Origination) ของสภาพธรรมนั้นๆ..

ความเข้าใจตามความเป็นจริงใน มวลรวมกระแสภาวะจิตภาคสังคม จึงนับเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของมนุษยชาติ.. ที่ควรสร้างความเข้าใจ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องทางธรรม.. เพื่อความไม่ปรามาสธรรม ที่จะได้นำไปสู่การออกแบบสร้างสรรค์... จัดระเบียบภาคสังคมให้ตรงกับเหตุปัจจัยที่พึงประสงค์ อันเป็นไปตามแนว สังคมอารยธรรม.. ได้อย่างเป็นจริง

การศึกษาให้เข้าใจใน เหตุปัจจัย ของสภาพธรรมทางสังคมในวิถีธรรมชาติ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเพื่อการนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในเรื่อง กฎเกณฑ์กรรม ที่ทรงอิทธิพลในการทำหน้าที่ควบคุมสัตว์ทั้งหลายอย่างยุติธรรม.. ทั้งนี้ เพื่อการนำมวลรวมของกระแสจิตภาคสังคมออกจากเหตุทั้ง ๓ ลักษณะตามที่กล่าวมา.. โดยมีการให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการสร้างสรรค์จิตผู้นำ.. จิตอาสา เพื่อทำหน้าที่ชี้นำ.. ปกครองสังคม

ดังนั้น การเลือกสรรบุรุษบุคคล.. ที่มีสภาพจิตมั่นคง แข็งแรง อุดมไปด้วยคุณธรรมความดี.. มีรูปร่างลักษณะที่เหมาะสม เพื่อการทำหน้าที่ในฐานะผู้นำสังคม จึงจำเป็นอย่างยิ่ง.. เพื่อการพัฒนาสังคมประเทศชาตินั้นๆ ให้เป็นไปตามธรรมชาติการบริหารจัดการสังคม..

ด้วยการระลึกเสมอว่า.. คุณธรรมความดีในจิตที่มั่นคงของบุคคลเป็นผู้นำ ที่ถึงพร้อมด้วยความสมบูรณ์ทางกายภาพ ประกอบกับการมีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ศิลป์ทางโลกอย่างเป็นธรรม.. เป็นลักษณะสำคัญยิ่งที่คนในสังคมนั้นจะต้องคำนึง.. โดยเฉพาะความศรัทธาในธรรม.. เชื่อมั่นใน กฎแห่งกรรม ที่นำไปสู่การสร้างสรรค์ สังคมศีลธรรม ขึ้น..

ความเข้าใจ กฎเกณฑ์ของกรรม สู่ความเคารพใน ศีลธรรม.. จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของผู้นำในสังคมแบบนี้ เพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างมีคุณธรรม สู่การจัดระเบียบการปฏิบัติของภาคสังคม.. ที่จะดำเนินไปอย่างรู้เข้าใจในรายละเอียดแห่งการปฏิบัติอย่างถูกต้องตรงธรรม ว่า สิ่งใดควรทำ.. สิ่งใดไม่ควรทำ.. เมื่อกระทำหรือไม่กระทำ จะให้คุณ .. ให้โทษ เป็นอย่างไร.....

ความเข้าใจอย่างเป็นธรรม.. ในกฎเกณฑ์กรรม ของผู้นำ.. ผู้บริหาร.. ผู้ปกครอง ที่ได้รับการคัดเลือกมา.. จะนำไปสู่การสร้างกฎสังคม คือ ระเบียบแบบแผน วัฒนธรรมประเพณี.. และสู่การออกแบบกฎหมายบ้านเมือง เพื่อการสร้างสรรค์ทางจิตวิญญาณภาคสังคม.. ที่จะไม่ก่อให้เกิดความเคร่งเครียดใดๆ ในมวลสมาชิกที่ถือปฏิบัติ.. เพื่อการร่วมกันสร้างองค์ความรู้ชอบในธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ด้วยจิตสำนึกความเป็นสัตว์ประเสริฐ เพื่อการเกิดสังคมอารยธรรม..

สังคมอารยธรรม ที่แท้จริง.. จะไม่มองข้ามสิทธิและหน้าที่โดยชอบธรรมของความเป็นมนุษยชาติ ที่ต้องอยู่.. ภายใต้กฎแห่งกรรม อันเสมอกัน.. จะไม่มองความแตกต่างเป็นความเหลื่อมล้ำ.. และจะไม่ขับเคลื่อนภาคสังคมไปอย่างโง่งม...

กฎสังคมและกฎหมายในประเทศชาติแบบนี้ จะศักดิ์สิทธิ์.. จะไม่ยกย่องคนผิด (คนสีเทา, สีดำ) ขึ้นเป็นผู้นำ.. เป็นผู้แทนของตน.. และจะไม่มอบอำนาจหน้าที่อันชอบธรรมในการบริหารสังคมประเทศชาติ.. ให้กับทุจริตชน ที่ใช้วิธีการฉ้อฉลเข้ามา เพื่อการมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน

สำคัญยิ่ง มวลสมาชิกในสังคมจะถูกสร้างขึ้นมา ให้มีความกล้าหาญ ซื่อตรง และแน่วแน่.. มีองค์ความรู้ทางธรรม.. ที่จะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อ อธรรม.. และไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรมทั้งปวง ที่เกิดขึ้นในสังคม ด้วยจิตสำนึกความรับผิดชอบภาคสังคมโดยธรรม ที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างมั่นคง.. ในองค์ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักธรรมแท้จริงในพระพุทธศาสนา.. การฉ้อราษฎร์บังหลวง.. การซื้อสิทธิขายเสียง การใช้อำนาจโดยมิชอบ.. จะไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดในสังคมประเทศชาติแบบนี้.. ทั้งนี้ ด้วย มวลรวมของกระแสภาวะจิต ทางสังคมที่เป็นไปอย่างถูกต้องชอบธรรม.. เป็นประการสำคัญ.. ที่ยากจะถูกทำลาย!!.

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สิทธิของปชช.ในวิกฤตน้ำมันแพง กับอำนาจ 'รัฐบาลรักษาการ'

'ดร.นพดล' ออกบทความเรื่อง 'สิทธิของประชาชนในวิกฤตราคาน้ำมัน เมื่ออำนาจของรัฐบาลรักษาการถูกจำกัดด้วยกฎหมาย จุดกระแสสังคมกำลังมองข้าม'

เมื่อ‘ศึกตะวันออกกลาง’พ่นพิษ กองทุนน้ำมันฯปรับแผนรับมือก่อนพุ่งแตะ4.5หมื่นล้าน

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและกองกำลังร่วมสหรัฐ-อิสราเอล กำลังกลายเป็น “พายุลูกใหญ่” ที่ซัดเข้าหาเศรษฐกิจไทยรุนแรงยิ่งกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกผันผวนหนัก จนภาครัฐต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อพยุงปากท้องประชาชน

พิมไจ-ลักษณารีย์ แอ็กติวิสต์ เชื้อสายกบฏเงี้ยว สู่ สส.แพร่ พรรคประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 2569 เริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการแล้ว หลังการเปิดประชุมสภานัดแรก 15 มี.ค. ส่วนที่ว่าสภาชุดนี้จะอยู่ได้ยาวนานแค่ไหน มีโอกาสครบเทอม 4 ปีหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป