วิกฤตการณ์แผ่นดิน .. “การใช้หน้าที่ไม่เป็นธรรม”!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา จากการไปปฏิบัติศาสนกิจใน โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน ถวายพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในภาคอีสานตอนเหนือ พื้นที่ จ.สกลนคร, จ.อุดรธานี, จ.หนองคาย และ จ.เลย โดยมี ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เข้าร่วมที่ จ.สกลนคร ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๘ มีนาคม ๒๕๖๙ นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง ในการประกาศ ทศพิธราชธรรม ควบคู่กับ จักกวัตติธรรม ไปในท่ามกลางบุคคลที่ขานอาสาทำหน้าที่รับใช้แผ่นดิน.. บำบัดทุกข์ บำรุงสุข .. ประชาชน .. เจ้าของแผ่นดิน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นำข้าราชการในพื้นที่นั้นๆ เข้าร่วมขับเคลื่อนโครงการ เพื่อปลูกสร้างจิตสำนึก หัวใจนักปกครอง ที่จักต้องมี ราชธรรม ในการกล่อมเกลาจิตใจให้เหมาะสมกับการเป็น ข้าราชการ.. ที่ต้องมีอุดมการณ์ รัก.. ซื่อสัตย์.. รู้คุณ และตอบแทนคุณแผ่นดิน...

การทำงานเชิง อุดมการณ์ธรรม ดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากยิ่งในห้วงสมัยปัจจุบัน ที่คนเราห่างไกล การดื่มน้ำนมมารดา.. แต่ก็สามารถจะกระทำได้ หากได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารราชการระดับสูง ที่ร่วมด้วยช่วยอำนวยการอย่าง เต็มกำลัง ด้วยการเห็นคุณค่าในความเคารพธรรมเหนืออื่นใด...

จึงได้เห็นภาพสวยงามของการจัดงานตาม โครงการร้อยใจไทยฯ ดังกล่าว ในทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดแสดงความพร้อมในการขานรับร่วมกันขับเคลื่อนโครงการด้วย จิตสำนึกกตัญญูรู้คุณต่อแผ่นดินและสถาบันพระมหากษัตริย์.. โดยเฉพาะการให้ ความเคารพต่อพระพุทธศาสนา ที่ประกาศรับรองว่า อำนาจแห่งธรรม เท่านั้น ที่จะคุ้มครองปกป้องรักษาผู้ใช้อำนาจและผู้รับผลจากการใช้อำนาจ.. ซึ่งได้แก่ ประชาชนในแผ่นดิน..

สมดังคำกล่าวประกาศธรรมที่ว่า..

..ธรรม เท่านั้น คืออำนาจ..

อธรรม หาใช่อำนาจไม่.. เพราะไม่มีอำนาจในอะธรรม...

จึงทำให้เข้าใจอย่างมั่นใจในการทำหน้าที่แจกแจง อำนาจแห่งธรรม ที่ควรเป็นไปในแผ่นดินว่า.. เป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง.. ผู้บริหารราชการแผ่นดิน ที่จะต้องใช้ด้วยความเคารพนับถือ..ในธรรม อย่างตระหนักรู้ว่า.. การใช้หน้าที่ให้เป็นธรรม.. หรือการมีธรรมเป็นแนวทางในการทำหน้าที่ เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารปกครองเพื่อการพัฒนาสังคม..ประเทศชาติ

การใช้หน้าที่ให้เป็นธรรม.. จึงเป็นศิลปะในการบริหารชีวิตแนวพุทธศาสนา ที่ผู้มีหน้าที่จะต้องมีความรู้-ความเข้าใจในธรรม.. ที่ปรากฏมีอยู่อย่างเป็น สัจจะ ในธรรมชาติ ดังที่จะต้องรู้ธรรมะ.. รู้อรรถ เป็นเบื้องต้น ก่อนจะกำหนดรู้สัจจะในตนเอง.. เพื่อการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติให้ถูกทางโดยชอบธรรมได้จริง.. จะได้สร้างความสมดุลระหว่างการทำงานตามหน้าที่ทางโลก ที่ต้องอนุวัตตามธรรม.. อย่างมีความเข้าใจแท้จริงได้ว่า

อำนาจ ย่อมเป็นใหญ่ในโลกนี้ (วโส อิสฺสริยํ โลเก) .. ด้วยอำนาจสามารถจัดการหรือบังคับสิ่งต่างๆ ในโลกได้..

ในบรรดาอำนาจทั้งปวง อำนาจของกรรม (การกระทำ) ยิ่งใหญ่ที่สุด..

ทั้งนี้ ด้วย.. สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม (กมฺมุนา วตฺตตี โลโก) .. ที่แสดงความจริงแท้ ไม่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาว่า.. ไม่มีสัตว์ใด หนีพ้นผลจากการกระทำของตนเองได้ ไม่ว่าดีหรือชั่ว..

อำนาจของกรรมจึงเป็นอำนาจแท้จริง.. ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด .. ในโลกนี้!

หลักธรรมบรรยายในทุกจังหวัดที่มีต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและหมู่คณะ ทั้งข้าราชการและประชาชน จึงแสดงให้เห็นความจริงอย่างตอกย้ำ เพื่อเป็น ธรรมานุสติ ว่า.. อย่าประมาทในกรรม.. อย่าปรามาสในธรรม.. อย่าทำลายชีวิตให้สูญเสียคุณธรรม (ความดี)...

ด้วย หน้าที่ ของทุกคน แท้จริงคือ การปฏิบัติธรรม.. ที่จะต้องเคารพ นับถือ สักการบูชาธรรม.. ด้วยความนอบน้อมเชิดชู.. ยกธรรมเป็นธงชัย ยกธรรมเป็นยอด.. ยกธรรมเป็นใหญ่... ด้วยการไม่ใช้ธรรมเป็นหน้าที่ หมายถึง ทำงานโดยปราศจากธรรม.. หมายถึง ไม่มีเนื้อหาแห่งธรรม หรือไร้คุณธรรม.. แต่ควรใช้ หน้าที่ให้เป็นธรรม..

ในสังคม.. ที่เข้าสู่ความเสื่อมศีลธรรม.. จึงมักจะเกิดปัญหามากมายในการทำงานบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ เพราะ การทำหน้าที่อย่างปราศจากธรรม ของบุคคลผู้มีฐานะ ตำแหน่ง ที่เป็นไปตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน.. และที่เลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น คือ การเข้าไปมีบทบาทจัดการอยู่เบื้องหลังการบริหารราชการ จน ก่อเกิดภาวะทับซ้อนการใช้อำนาจรัฐ.. ของบุคคลหรือกลุ่มคนที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามฐานะตำแหน่ง.. จนดูเหมือนมีอำนาจเชิงซ้อนเกิดขึ้นในแผ่นดิน ที่คล้ายๆ กับ อิทธิพลอำนาจเถื่อน (ไร้ธรรม) ที่มาจากภายนอก..

อำนาจเถื่อนนอกระบบ.. เป็นอำนาจที่ปราศจากความถูกต้องโดยชอบตามกฎหมาย ที่ไม่สามารถกล่าวอ้างความถูกต้องโดยชอบธรรมได้.. จึงไม่แปลกหากการใช้อำนาจดังกล่าวนี้ จะเป็นไปอย่าง ไร้ธรรม.. ไม่เคารพธรรม โดยการทำหน้าที่ปราศจากธรรม.. ที่มีลักษณะให้เห็นเด่นชัดใน การขาดคุณธรรม (ไม่มีเมตตาธรรม) จนนำไปสู่การไม่ใช้ ธรรมเป็นหน้าที่ (ทำงานโดยไม่มีธรรม)

จึงได้เห็นสิ่งที่เลวร้ายจากความเสื่อมศีลธรรม.. ที่ทำให้ระบบคุณธรรมคุ้มครองแผ่นดินพังทลาย ก่อเกิด ความเห็นแก่ตัว.. ที่นำไปสู่การแสวงหาประโยชน์มิชอบแพร่ระบาดไปทุกระดับ จนก่อเกิด ลัทธิผูกขาดการใช้อำนาจ เพื่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร้ความเคารพธรรม ที่นำไปสู่คำว่า การใช้ ธรรมเป็นหน้าที่ คือ การทำงานโดยไม่มีธรรม... ขึ้นในสังคมประเทศชาติ

การเดินทางไปเผยแผ่ธรรมเพื่อการปกครองแผ่นดิน.. จึงนับเป็นความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ตรงเหตุ.. ด้วยการกระตุ้นเตือน ให้ข้าราชการผู้ทำหน้าที่รับใช้แผ่นดิน ได้กลับมาหนักแน่น มั่นคง ในการใช้ หน้าที่ให้เป็นธรรม เพื่อทำหน้าที่ ข้าราชการของแผ่นดิน ที่จะต้องคำนึงถึงการใช้อำนาจอย่างชอบธรรม.. เป็นสำคัญ

ดังนั้น เมื่อการปฏิบัติศาสนกิจตามโครงการฯ เสร็จสิ้นในแต่ละจังหวัด จึงได้ประเมินพฤติกรรมในทุกมิติ ต่อการแสดงออกในความรับผิดชอบต่อหน้าที่.. และการแสดงถึงวุฒิภาวะในการทำหน้าที่ผู้ปกครอง.. ผู้บริหารราชการแผ่นดิน

เพื่อจะได้เป็นข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารระดับสูง ที่จะได้นำไปเป็นข้อมูลในการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการที่มีวุฒิภาวะ.. มีจิตสำนึกเคารพธรรม เพื่อการมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ ผู้รับใช้ประชาชน.. รับใช้แผ่นดิน.. ให้สมเกียรติความเป็น ข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.. อย่างแท้จริง

เรื่อง ความเคารพในธรรม .. เพื่อการใช้หน้าที่เป็นธรรม จึงเป็นหัวใจในการพิจารณาสรรหาข้าราชการไปทำหน้าที่.. บริหารราชการแผ่นดิน.. ที่จะได้ไม่ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์แผ่นดิน.. โดยเฉพาะการเสริมสร้างภูมิความกล้าหาญในการปฏิเสธอำนาจเถื่อนนอกระบบที่ไร้ธรรม อย่างไม่เกรงกลัวต่ออำนาจชั่วๆ เหล่านั้น.. เพื่อมิให้เป็นผลร้ายต่อประเทศชาติ.. ซึ่งเชื่อได้ว่า หากได้ข้าราชการที่มีคุณภาพและมีความกล้าหาญในการยืนหยัดมั่นคงบนความชอบธรรมไปทำงานร่วมกับประชาชนได้จริง.. วิกฤตการณ์ต่างๆ ดังเช่น เรื่องมลภาวะค่า PM ที่เกิดจากการเผาทำลายป่าจะลดลง.. และจะกลับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างไม่ยาก.. ดังที่หลายจังหวัดสามารถทำได้ด้วยคุณภาพของผู้ปกครองบ้านเมืองในจังหวัดนั้นๆ .. ที่มีคุณภาพในการใช้หน้าที่เป็นธรรม...ได้จริง!!.

 

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ

ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง

ภัยร้าย .. ต่อศาสนา ปัญหา .. เสพติดเทคโนโลยี!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงในความดำรงอยู่.. อันดำเนินไปตามเหตุปัจจัย.. ที่สะท้อนความเป็นจริงว่า.. ทุกอย่างเป็น.. ธรรม ธรรม.. เป็นไปตามเหตุปัจจัย..

“เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโลก เข้าสู่กาลโกลาหลเต็มตัว เมื่ออำนาจเทคโนโลยียุคไอทีผลักดันสังคมเข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ.. จึงได้เห็น กาลโกลาหลในกระแสสังคมดิจิทัล ที่แม้แต่ ศาสนจักร ยากจะปฏิเสธ

'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"