เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..
ด้วยเวลาที่พอมี จึงได้โอกาสถามไถ่ปัญหาบ้านเมืองจาก คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ .. ที่นำหมอเข้ามาถวายการดูแล เพื่อจะได้เป็นข้อมูลเขียนต้นฉบับให้กับ ไทยโพสต์ .. ในคอลัมน์ปักธงธรรม ที่ประจำการเขียนมายาวนานมากกว่า ๑๕ ปี ตั้งแต่สมัยเขียนคู่กับ “โพสต์ทูเดย์” ในคอลัมน์ธรรมส่องโลก
จากการได้รับฟังปัญหาของสังคมการเมืองในปัจจุบัน พอจะจับใจความได้ว่า.. มีเสียงเล่าลือให้ได้รับทราบมาก เรื่องความไม่ชอบมาพากล.. ในเรื่องผลประโยชน์โดยมิชอบ.. ในสังคมการเมือง
เมื่อกลับเข้ามาในกุฏิ จึงได้นึกถึงชื่อเรื่องที่ควร.. จะเขียนเป็น ธรรมทาน .. วิทยาทาน เพื่อเสริมสร้างความรู้ เพิ่มพูนความเข้าใจ ว่าด้วยเรื่อง.. “บทบาทของนายกรัฐมนตรี ในภาวะความเสี่ยงของสังคมถดถอย..” ด้วยความปรารถนาดีต่อ ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประมุขฝ่ายบริหาร ที่นับเป็นตัวแทนของ สถาบันฝ่ายบริหาร อันมีความสำคัญยิ่ง ต่อการนำพาสังคมประเทศชาติฝ่าคลื่นฝืนลมข้ามห้วงทะเลแห่งปัญหา ที่มากไปด้วยวิกฤตการณ์ไปสู่ฟากฝั่งแห่งความปลอดภัย.. ให้สำเร็จในประโยชน์และความสุขตามความมุ่งหมาย
จึงจะกล่าวถึงการเพิ่มพื้นที่วุฒิภาวะของผู้นำเชิงรุกในภาวะความเสี่ยงของสังคมที่กำลังถดถอย ในด้าน ความกล้าหาญอย่างมีคุณภาพ ที่นับเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเชื่อได้ว่ามีอยู่ใน จิตวิญญาณนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล พอสมควร ดังเห็นได้จากการตัดสินใจในหลายเรื่องราวของการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สมัยร่วมรัฐบาลก่อนหน้านี้ ที่ตัดสินใจอย่างกล้าหาญในการแต่งตั้ง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นเป็น ปลัดกระทรวงมหาดไทย.. สวนกระแสการนำเสนอตัวเต็งจากฝ่ายผู้มีอำนาจ ทั้งจากข้าราชการประจำและกลุ่มพลังการเมือง ที่มีความเห็นว่าควรแต่งตั้ง ทายาทในสายอำนาจของตน
การแสดงออกถึง ความกล้าหาญที่ฉาบทาด้วยความประนีประนอม เสมือนยอมโอนอ่อน ให้กับทุกฝ่าย จึงแลดูเหมือนกับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น ไม่ค่อยเข้มแข็ง เด็ดขาด.. แต่เมื่อเอาเข้าจริงๆ กลับตาลปัตรอย่างที่ทุกฝ่ายคาดไม่ถึง เมื่อคุณอนุทิน ในฐานะ มท.๑ เสนอรายชื่อข้าราชการน้ำดีที่ตัดสินใจเลือกด้วยตนเองเข้าสู่ ครม. เพื่อขออนุมัติแต่งตั้งเป็น ปลัดกระทรวงมหาดไทย .. ด้วยการยืนยันเหตุผลในการแต่งตั้งครั้งนั้นว่า.. เพราะมีการสนองงานอย่างมีประสิทธิภาพฉับพลันทันใจในทุกสถานการณ์ ก่อเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการอย่างยิ่ง
การได้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย คนใหม่ในครั้งนั้น จึงเป็นไปอย่างกล้าหาญและถูกต้องตาม หลักธรรมาภิบาล.. ที่ยืนยัน นอนยัน นั่งยัน.. ยืนยันได้ว่า ไม่มีการจ่ายตอบแทน.. ไม่มีเงื่อนไขผลประโยชน์ทางการเมืองใดๆ.. ซึ่งนับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากในภาวะสังคมมีวิกฤตการณ์ทับซ้อน.. กระทรวงมหาดไทยจึงได้ผู้บริหารสูงสุดมาอย่างขาวสะอาด โดยไม่มีการวิ่งเต้นใดๆ เพื่อเข้าทำหน้าที่สมฐานะ ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.. สมตามความประสงค์ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น.. ที่หลายคนอาจจะไม่เชื่อสนิทใจ แต่หากพ่อมหาจำเริญทั้งหลาย.. เปิดใจให้กว้าง เพ่งพิจารณาลงไปในภูมิประวัติของ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ จะทราบดีถึงความสมถะเรียบง่ายและความเป็นข้าราชการมืออาชีพดังครั้งสมัยทำหน้าที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน.. เป็นต้น...
การกล่าวถึงความกล้าหาญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีปัจจุบัน จึงไม่เกินความเป็นจริง ดังต่อมาที่ปรากฏสืบเนื่องให้เห็นได้ในสมัยทำหน้าที่ นายกรัฐมนตรีครั้งแรก แม้ในเวลาช่วงสั้นๆ.. ที่ได้แสดง ความกล้าหาญอย่างมั่นคงบนความชอบธรรม จากกรณีการมอบอำนาจให้ฝ่ายกองทัพ สามารถตัดสินใจได้อย่างเต็มกำลังในการทำงานป้องกันประเทศชาติ จากปัญหาการรุกรานของประเทศเพื่อนบ้าน.. ที่นำไปสู่ความสำเร็จในการทำงานของฝ่ายทหารดังที่ปรากฏ.. ซึ่งนับว่าได้ใจจากทุกฝ่าย.. โดยเฉพาะจากประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ
แม้ว่าการก้าวสู่ความเป็น นายกรัฐมนตรี ในปัจจุบัน ในภาวะความเสี่ยงของสังคมถดถอย ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ จะนับเป็น วิบากกรรม อันน่าวิตก.. แต่ในทางตรงข้ามกลับมีคุณค่ายิ่งต่อ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ที่จะได้เป็นโอกาสพิสูจน์ให้เห็น ธาตุแท้ของบุรุษที่ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ว่ามีประสิทธิภาพขนาดไหน ในฝีมือการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะในการแสดงความเป็นผู้นำเชิงรุก ที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหารอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และปัญหาโครงสร้างความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชน.. เพื่อนำประเทศชาติออกไปจากหล่มของปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และวิกฤตความเชื่อมั่น.. โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตทับซ้อน ทางสังคมที่รอรับการแก้ไขด้วย ความกล้าหาญอย่างมีคุณธรรม... ซึ่ง...
“นายกรัฐมนตรี” .. ต้องแสดงความรับผิดชอบขั้นสูงสุด ในการกล้าหาญป้องปรามปัญหาจากเนื้อร้ายของสังคมประเทศชาติในทุกปัญหา.. โดยเฉพาะ ปัญหาจากการคอร์รัปชัน .. การฉ้อโกง ในทุกกลเม็ดจากทุกฝ่าย ทั้งจากข้าราชการประจำและจากนักการเมืองในทุกระดับ.. ซึ่งนายกรัฐมนตรีควรกล้าหาญในการประกาศนโยบายแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาดต่อทุรชนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มใด .. พรรคใด ด้วยจิตใจศรัทธามั่นใน คุณธรรมความดี จากการประพฤติสุจริต ว่าเป็นเกราะป้องกันภัยอันสำคัญยิ่ง ไม่ว่าในโลกนี้หรือโลกหน้า..
“นายกรัฐมนตรี” .. ต้องปลูกฝัง ศรัทธาให้มั่นคงในความถูกต้อง.. ชอบธรรม.. เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้กับสังคมประเทศชาติ ด้วยการประพฤติตนเป็นต้นแบบของ ผู้มีศีล .. ที่กล้าหาญปฏิเสธความชั่วทั้งปวง ไม่ว่าจะมาจากใคร.. ฝ่ายใด..
“นายกรัฐมนตรี” .. ต้องกล้าหาญอย่างมี ความรู้ ความเข้าใจในธรรม เพื่อความมั่นคงในการประกอบหน้าที่อย่างมีคุณธรรมคุ้มครอง.. ด้วยความเชื่อมั่นว่า..
“อำนาจธรรม .. ย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม”
จึงต้องไม่ตั้งตนอยู่ในความหลงงมงาย ที่ว่าไปด้วย ไสยศาสตร์-ดิรัจฉานวิชาทั้งปวง .. และจะต้องไม่หวั่นไหวไปตามกระแสสังคมอย่างไร้เหตุผล.. ด้วยการกล้าตัดสินใจบริหารราชการแผ่นดิน อย่างมีเหตุมีผล.. มีธรรมเป็นธง
“นายกรัฐมนตรี” .. ต้องมีความเชื่อมั่นใน พลังแผ่นดิน.. ที่ประชาชนมอบให้ด้วยความรักและศรัทธา ว่าเป็นดุจ ผนังทองแดง-กำแพงเหล็ก เพื่อจะได้ทำหน้าที่ผู้ปกครองโดยสุจริต นำประโยชน์สุขมาให้แก่ประชาชน.. จึงต้อง กล้าหาญอย่างมีกำลังใจ.. ในการไม่ท้อถอยต่อทุกอุปสรรคปัญหา
“นายกรัฐมนตรี” .. ต้องฝึกวางใจให้เป็นกลางอย่างมีสติปัญญา.. เพื่อความเข้าใจในทุกปัญหา.. และรู้จักปล่อยวางในสิ่งที่รัก ที่ชอบ เฉพาะตน เพื่อประโยชน์ของสังคมประเทศชาติ และเพื่อความมั่นคงของสถาบันสืบตลอดไป..
สำคัญอย่างยิ่ง.. ของการเป็นผู้นำ ผู้ปกครอง.. ระดับบริหารประเทศชาติ ตามฐานะ นายกรัฐมนตรี ต้องท่อง “คาถาพ่อแก้ว-แม่แก้ว” ไว้เสมอว่า...
“เราเกิดมา เพื่อความสำเร็จ.. เพื่อประโยชน์สุขของสังคมประเทศชาติ
มิใช่เพื่อความล้มเหลว.. ทุกปัญหาจึงแก้ไขได้ ด้วยความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิต!!”
จึงขอให้กำลังใจ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีของชาวไทย.. ในการอุทิศชีวิต.. ทุ่มเทความรู้ .. ความสามารถ ความจริงใจ และความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน สามารถนำพาสังคมประเทศชาติ ให้ผ่านพ้นความเสี่ยงทั้งปวงในยุคสังคมถดถอยไปได้.. แม้สังคมจะมีค่าความไว้วางใจของกันและกันลดลง!!.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เผชิญ .. วิกฤตการณ์ทับซ้อน .. ในสังคมปัจจุบัน!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับตามความเป็นจริงว่า.. กระแสโลกไหลเลื่อนเข้าสู่ร่องเวลาที่มี วิกฤตการณ์
แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ
ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น
“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล
“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..
วิกฤตการณ์แผ่นดิน .. “การใช้หน้าที่ไม่เป็นธรรม”!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา จากการไปปฏิบัติศาสนกิจใน โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน
มายาจิตสังคม...ยุคดิจิทัล!! “ความไม่วางใจ-ไม่เชื่อถือ .. สู่วิกฤตศรัทธา..”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา คำว่า.. “ศรัทธา” มีคุณค่ายิ่งต่อการหลอมรวมจิตใจให้เชื่อมั่นในความถูกต้องที่ปรากฏมีอยู่จริงใน

